
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 32
‘ฟางจ่านเฉิง’ ขอ ‘หวางอี้เจิน’ จัดพิธีแต่งงานกับ ‘เฉินหยู่ซี’ ที่โรงพยาบาล เพื่อจะได้ดูแลเธออย่างเต็มที่
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 32
ซีรีส์ไต้หวัน Someone Like You: รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
ฟางจ่านเฉิงนั่งจับมือเฉินหยู่ซีที่ยังหลับ เขาคิดถึงเหลียงลั่วหานในวันที่ไปถ่ายชุดแต่งงานกัน
“โรเบิร์ต ฟรอส์ตพูดว่า การเลือกเส้นทางของแต่ละครั้งในครั้งแรกจะเกิดผลลัพธ์ที่มิอาจคาดเดาได้ในอนาคตอันยาวไกล เป็นเหมือนปฏิกิริยาปีกผีเสื้อ”
ฟางจ่านเฉิงมองเฉินหยู่ซี “ถ้าหาก วันนั้นฉันไม่ขอร้องให้เธออยู่ หากตอนที่เธอบอกเลิกเราไม่กลับมาคืนดีกัน เหตุการณ์วันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นใช่มั้ย” ฟางจ่านเฉิงจะร้องไห้ พอดีมีเสียงเคาะประตู เขารีบเช็ดน้ำตา “เข้ามาได้”
เสิ่นเวยเหลียนเข้ามา “จ่านเฉิง ฉันเพิ่งส่งแม่เฉินกับหยู่อันกลับบ้าน เลยแวะไปเยี่ยมหย่าถี อาการของเธอดีขึ้นมาก นายไม่ต้องห่วง อีกอย่าง ลูกของวาเนสซาก็ปลอดภัย”
ฟางจ่านเฉิงรับคำสั้นๆ “ดี”
“เรื่องนั้น ตำรวจดูกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถ เห็นว่าหลี่โป๋เยี่ยนได้ทำบางอย่างกับรถนาย”
ฟางจ่านเฉิงถามกลับว่า “อาการเขาตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ดีเลย แต่เขาก็ทำตัวเอง”
“รู้แล้ว”
“เสี่ยวหลินเพิ่งโทรหาฉันบอกฉันว่า เธอจะมานี่ นี่เพื่อน นายไม่กลับไปพักซักหน่อยเหรอ เฮ้ย” เสิ่นเวยเหลียนพึมพำ “ช่างเถอะคิดว่าฉันไม่ได้พูด”
หน้าห้องหลี่โป๋เยี่ยนในโรงพยาบาล หมอออกมาบอกวาเนสซาว่า
“คนไข้เลือดออกที่สมองเพราะแรงกระแทกที่ศีรษะ อาการน่าเป็นห่วงมาก ผมอยากให้คุณเตรียมใจไว้บ้าง”
วาเนสซาแทบจะล้ม เธอรีบพิงกำแพง ตั้งสติสักพักจึงเดินเข้าไปหาหลี่โป๋เยี่ยน
วาเนสซาถาม “อัดเสร็จแล้วหรอคะ”
วาเนสซาเก็บโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ หลี่โป๋เยี่ยนน้ำเสียงแทบกระซิบ “ขอบคุณ ฝากด้วยนะ”
“อืม อยากให้ฉันช่วยอะไรอีกมั้ย”
หลี่โป๋เยี่ยนค่อยพูดเบาๆ “ขอโทษด้วย ผมรับปากจะอยู่กับคุณจนกว่าจะคลอดลูก แต่ว่า ผมไมรู้ว่าจะมีโอกาสนั้นอีกหรือไม่”
วาเนสซาสะอื้น “มี ต้องมีสิ เรื่องที่คุณเคยรับปากฉันไว้ คุณทำได้แล้ว เรื่องนี้ก็ต้องทำได้ จำได้มั้ยคุณเคยบอกว่า คุณรู้ว่าเด็กที่มีแต่แม่จะรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว คุณไม่อยากให้ลูกต้องเป็นแบบเดียวกับคุณ ใช่มั้ย”
“ผมไม่ต้องการอย่างนั้น”
“งั้นคุณต้องเข้มแข็งไว้ รู้สึกหรือเปล่า” วาเนสซาจับมือหลี่โป๋เยี่ยนมาวางที่ท้องเธอ “เด็กคนนี้ กำลังเติบโตแข็งแรงขึ้นทุกวัน รอวันที่จะลืมตาดูโลก ได้เห็นหน้าพ่อและแม่ของเขา ฉะนั้นต้องคุณรักษาคำพูด นะ”
หลี่โป๋เยี่ยนเรียก “วาเนสซา”
วาเนสซาสะอื้น “ฉันเคยรับปากให้คุณมีส่วนร่วมในการเลือกอนาคตให้ลูก รอให้เขาออกมาดูโลก คุณจะได้อุ้มเขา กอดเขา ได้พาเขานั่งรถเข็นไปเดินเล่น พอเขาเข้าอนุบาล ได้จูงมือน้อยๆของเขาไปเข้าโรงเรียน เวลามีงานโรงเรียน เราจะคอยส่งเสียงให้กำลังใจอยู่ข้างเวที เขาไม่เหมือนเด็กไม่มีพ่อที่จะถูกคนอื่นรังแก เขาต้องเป็นเด็กที่ร่าเริงสนุกสนาน เติบโตขึ้นท่ามกลางความรักของเรา เขาเป็นเด็กที่มีความสุข เขาต้องมีความสุข มีความสุข” หลี่โป๋เยี่ยนจากไปแล้ว วาเนสซาฝืนยิ้มจุ๊บเขาที่หน้าผาก “ไม่เป็นไรนะ ไปสู่สุขคตินะ ฉันจะพยายามดูแลเขาให้ดีที่สุด”
ที่บ้าน หวางอี้เจินไหว้เจ้าแม่ เฉินหยู่อันยืนอยู่ข้างๆ แม่
หวางอี้เจินสะอื้น “เจ้าแม่เก้าสวรรค์ ท่านช่วยบอกลูกได้มั้ย เมื่อไหร่หยู่ซีถึงจะฟื้นขึ้นมา ท่านเห็นเด็กคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโต เธอน่ารักมาก มีบางครั้ง เธอกลัวลูกจะเหนื่อยเกินไป อายุแค่ 7 ขวบก็ช่วยทำงานบ้าน ช่วยดูแลน้อง บางครั้งแค่จะซื้อยางลบยังต้องคิดตั้งนาน เพราะกลัวจะใช้เงินมากไป เธอเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นเสมอ แต่ว่า ตอนนี้เธอยังนอนอยู่เลย ไม่ว่าจะเรียกยังไงก็ไม่ตื่นสักที ลูกขอให้ท่านช่วยได้ไหม หรือว่า หรือว่าให้ลูก”
เฉินหยู่อันประคองแม่ “แม่”
หวางอี้เจินร้องไห้ “ท่านช่วยชี้แนะลูกด้วยมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้หยู่ซีฟื้น จะให้ทำยังไงก็ยอม ขอร้องท่าน ต้องให้ลูกอายุสั้นลงก็ได้ จะให้ลูกทำยังไงก็ยอม ขอแค่ให้หยู่ซีฟื้นจะให้ทำอะไรก็ยอม ขอร้องท่านละ”
เฉินหยู่อันอึ้ง “แม่ๆ”
หวางอี้เจินร้องไห้ “หยู่อันลูกไปขอให้พระเจ้าช่วยที ช่วยทำให้พี่เขาฟื้นขึ้นมาดีมั้ยแม่ขอร้องล่ะรีบไปสิรีบไปเร็วไปขอท่านสิ”
“ครับแม่ผมต้องไปแน่ แม่อย่าเสียใจมากนัก พี่จะต้องไม่เป็นอะไร”
หวางอี้เจินร้องไห้ “บอกให้เธอฟื้นขึ้นมา”
เฉินหยู่อันกอดแม่รับคำ “ครับ”
หวางอี้เจินร้องไห้ “เรียกให้เธอตื่นเสียที”
ที่ห้องพักเฉินหยู่ซี ฟางจ่านเฉิงดูแลเฉินหยู่ซีอยู่ วาเนสซาเข้ามา
ฟางจ่านเฉิงกล่าว “เชิญครับ วาเนสซา”
“จ่านเฉิง โป๋เยี่ยนเขา มีคำพูดฝากให้หยู่ซี”
ฟางจ่านเฉิงอึ้งไปนิด “โป๋เยี่ยนเขา…”
“อืม หวังว่าคุณคงไม่ถือสา”
ฟางจ่านเฉิงตอบ “ไม่หรอก”
เสียงหลี่โป๋เยี่ยนจากโทรศัพท์น้ำเสียงอ่อนแรงมาก “หยู่ซี ขอโทษด้วย เพราะสิ่งดีๆ ที่เธอทำ ทำให้เมื่อได้รู้จักเธอแล้ว ฉันจึงคิดว่าความรักของเรา ไม่จำเป็นต้องใส่ใจนัก ดังนั้น ฉันจึงทุ่มเทแรงใจทั้งหมดไปกับสิ่งที่ไม่อาจทำให้เกิดความสุขได้เลย อาจเป็นเพราะว่า ตอนนี้ฉันไปไหนไม่ได้ จึงได้อาศัยช่วงเวลานี้ คิดทบทวนได้มองเห็นสิ่งที่ตัวเองเคยทำ ฉันขอโทษ ตลอดเวลาที่คบกัน ฉันมีแต่ทำให้เธอต้องเสียใจ ลำบาก ยกโทษให้ฉันด้วย”
ฟางจ่านเฉิงที่ฟังอยู่ถึงกับหลับตา “หยู่ซี อยากขอให้เธอช่วยฉันอีกเรื่องได้มั้ย วาเนสซา ตอนนี้ น่าจะอยู่กับเธอด้วย ช่วยบอกเธอด้วยว่า ฉันคงชอบเธอเข้าแล้วล่ะ วาเนสซา ขอโทษด้วย กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป”
ฟางจ่านเฉิงมองวาเนสซา เธอฝืนยิ้มเศร้าๆ จะร้องไห้
เสียงหลี่โป๋เยี่ยนอ่อนลงอีก “ครั้งนี้เป็นที่คำพูดที่มาจากใจของฉันจริงๆ”
พอฟังจบวาเนสซาก็ร้องไห้ออกมา ฟางจ่านเฉิงได้แต่มองสงสาร
ที่บ้านเฉินหยู่ซี หวางอี้เจินเปลี่ยนผ้าปูที่นอนอยู่ที่เตียงของเฉินหยู่ซี เฉินหยู่อันเห็นก็เข้ามาถาม
“แม่ ทำอะไรนะครับ”
หวางอี้เจินว่า “แค่อยากช่วยพี่เธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ช่วยจัดห้องนอนให้เรียบร้อย พอเธอฟื้นขึ้นจะได้นอนให้สบาย”
เฉินหยู่อันเห็นด้วย “จริงด้วย ผมก็ช่วยแม่นะ”
“อืม แม่จะไปจัดโต๊ะหนังสือ นี่ให้ลูกจัดการ”
หวางอี้เจินเดินมาจัดโต๊ะ แล้วเห็นรูปวันเกิดของเหลียงลั่วหานก็ชะงักนิ่ง เฉินหยู่อันเห็นก็เข้ามาดูใกล้ๆ แม่ มองภาพเหลียงลั่วหานกับฟางจ่านเฉิงและเสิ่นเวยเหลียนก็แปลกใจ
“นี่ถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่เคยฉลองวันเกิดกับพี่จ่านเฉิงด้วยเหรอ 19 มิถุนา 12 26 ปี ตอนพี่อายุ 26 ไม่ใช่ฉลองกับพวกเราเหรอ ตอนนั้นพี่น่าจะยังไม่รู้จักกับพี่จ่านเฉิงนะ” เฉินหยู่อันเห็นหวางอี้เจินนิ่งไป “มีอะไรหรอแม่”
“มานี่มา ผู้หญิงในภาพนี้ชื่อลั่วหาน เป็นพี่สาวฝาแฝดของหยู่ซี” หวางอี้เจินพาเฉินหยู่อันมานั่งที่เตียง
เฉินหยู่อันแปลกใจ “เป็นพี่สาวฝาแฝดของพี่”
“อืม เธอเสียชีวิตไปแล้ว หยู่อัน แม่มีเรื่องหนึ่งที่ปิดบังลูกมาตลอด”
“เรื่องอะไรครับ”
“ลูกกับพี่สาว เป็นเด็กที่แม่ขอมาเลี้ยง”
เฉินหยู่อันจบมือแม่ “อืม”
“ลูกไม่มีอะไรจะพูดหรือ”
“แม่ ที่จริง ผมรู้เรื่องนี้นานแล้ว”
หวางอี้เจินอึ้ง “เธอรู้ตั้งนานแล้ว”
“ผมเป็นอาสาสมัครอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็กนะครับ โรงเลี้ยงเด็กนั้นชื่อว่าโรงเลี้ยงเด็กเฉินซี”
“ดังนั้น เธอไปเป็นอาสาสมัครอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็กเฉินซี”
“ครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมช่วยครูใหญ่จัดเรียงเอกสาร เห็นข้อมูลเหล่านี้ก็เลยรู้เรื่อง”
“แล้วทำไมเธอไม่เคยพูดเลย” หวางอี้เจินร้องไห้
“เพราะว่า แม่ก็คือแม่ของผม แม่ที่เลี้ยงผม รักผม เอ็นดูผม แม่ที่ให้ความอบอุ่นกับผม ผมก็คือเฉินหยู่อันลูกชายของแม่ เรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ แม่เป็นแม่ของผม”
สองแม่ลูกกอดกันซาบซึ้งใจ
ที่โรงพยาบาล ครอบครัวฟางจ่านเฉิงยืนรอหวางอี้เจินกับเฉินหยู่อัน
หวางอี้เจินแปลกใจ “คุณจะแต่งงานกับเธอ”
ฟางจ่านเฉิงยืนยัน “ใช่ครับ”
“แต่เธอยังไม่ฟื้น ขนาดหมอยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่เธอถึงจะฟื้น คุณยังจะแต่งงานกับเธอ”
“ผมคิดจะแต่งงานกับหยู่ซีจริงๆ ครับ” ฟางจ่านเฉิงยืนยันอีกครั้ง
“ในฐานะที่เป็นแม่ ฉันดีใจมาก และอยากจะตอบตกลงแทนลูก มีแม่คนไหนที่ไม่หวังให้ลูกสาวตัวเองมีคู่ครองที่ดีบ้าง แต่สภาพเธอตอนนี้จะเป็นภาระให้คุณ คุณก็รู้นิสัยของเธอดี เธอไม่ต้องการเป็นภาระให้กับคนอื่น”
ฟางจ่านเฉิงแทรก “แม่เฉิน เธอไม่ใช่ภาระ เธอเป็นคนที่ผมรักที่สุด”
หวางอี้เจินค้าน “แต่ว่า แต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน”
เซี่ยเฉียนจิ้นช่วยพูด “แต่ผม ผมกับแม่จ่านเฉิงก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจของจ่านเฉิง ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก”
แม่ฟางจ่านเฉิงยืนยันว่า “ใช่ค่ะพวกเราชอบหยู่ซีกันทุกคน หวังอย่างจริงใจอยากให้เธอมาเป็นสะใภ้ของบ้านเรา”
เซี่ยเฟยเฟยเดินเข้ามาหาหวางอี้เจินช่วยพูด “คุณป้า พวกเราชอบหยู่ซีกันทุกคนค่ะ”
แม่ฟางจ่านเฉิงจับมือหวางอี้เจิน “เชื่อฉันเถอะ หยู่ซียังไงก็ต้องฟื้น สิ่งที่คุณกังวลกลัวจะเป็นภาระอะไรพวกนั้น ต้องไม่เกิดขึ้นแน่ นะ”
เซี่ยเฉียนจิ้นว่า “นั่นนะสิ คุณแม่ยาย เออ ผม....”
แม่ฟางจ่านเฉิงพูดต่ออีก “ถ้าคุณไม่ตอบตกลง แสดงว่าคุณรังเกียจจ่านเฉิงของเรา ใช่มั้ยคะ”
ฟางจ่านเฉิงปราม “แม่”
หวางอี้เจินรีบบอก “ไม่ ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่พวกคุณชอบหยู่ซีขนาดนี้ แต่ฉันว่าเราพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน รอเธอฟื้นแล้วค่อยว่ากัน”
ฟางจ่านเฉิงกล่าวว่า “แม่เฉิน หยู่ซีจะต้องฟื้นแน่นอน ผมแค่อยากทำให้มันถูกต้องเพื่อจะดูแลเธอ ผมยังเชื่อด้วยว่า แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่ฟื้น แต่สิ่งที่ผมพูดเธอต้องได้ยินแน่นอน ผมอยากให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป ไม่มีวันทอดทิ้งเธอ”
เซี่ยเฉียนจิ้นช่วยพูด “นั่นสิ ขอร้องล่ะคุณช่วยๆ ตอบตกลงจ่านเฉิงเถอะนะ ผมขอร้องล่ะนะ”
“แหม” หวางอี้เจินสะอื้น “ถ้าหากเธอรู้ว่าฉันถือโอกาสตอนเธอนอนป่วยยกเธอให้กับคุณ เธอต้องโกรธฉันแน่ ขอบใจมาก คุณต้องดูแลเธอให้ดีนะ”
ฟางจ่านเฉิงยิ้มขอบคุณจริงจัง “แม่เฉิน ขอให้เชื่อใจผมครับ”
เซี่ยเฟยเฟยว่า “คุณป้า งานแต่งของหยู่ซีให้หนูจัดการนะคะ หนูกับหยู่อันช่วยกัน เฉินหยู่อัน”
เฉินหยู่อันรับคำอึ้งๆ “หือ”
“เธอ ไม่มีปัญหาใช่มั้ย”
เฉินหยู่อันรับคำ “อืม”
เซี่ยเฟยเฟยบอกพี่ชาย “พี่ ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำให้หยู่ซีเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด”
เซี่ยเฉียนจิ้นหัวเราะ ฟางจ่านเฉิงซึ้งใจ “ดี งั้นรบกวนเธอกับหยู่อัน ช่วยเตรียมงานแต่งที่อบอุ่นให้พวกเราด้วย ได้มั้ย”
“ดี” เซี่ยเฉียนจิ้นหัวเราะ
เซี่ยเฟยเฟยรับคำยิ้มๆ “ไม่มีปัญหา”
แม่ฟางจ่านเฉิงกล่าวกับหวางอี้เจิน “ดีจังเลย ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ”
หวางอี้เจินฝืนยิ้มเศร้าๆ “ไม่ต้องเกรงใจ”
ทุกคนต่างยิ้มดีใจ
วันต่อมา ห้องพักของเฉินหยู่ซีถูกตกแต่งเป็นงานแต่งงานที่น่ารักๆ เฉินหยู่ซีนอนอยู่ในชุดเจ้าสาวที่สวยงามมาก
บาทหลวงเริ่มพิธีการ “คุณฟางจ่านเฉิง คุณเต็มใจรับ คุณเฉินหยู่ซีเป็นภรรยาของคุณ ต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้าและสักขีพยานทุกคน ให้คำสัญญาจะรัก และทนุถนอมเธอ ให้เกียรติเธอ ดูแลเธอ ปกป้องเธอ ตราบจนสิ้นลม”
ฟางจ่านเฉิงกล่าว “ผมเต็มใจ”
“เอาละครับ เชิญแลกแหวนแต่งงานได้”
ฟางจ่านเฉิงหยิบแหวนมาแล้วเอ่ยต่อหน้าเฉินหยู่ซีที่ยังหลับ ทุกคนมองภาพแล้วน้ำตาไหล
“ผม ฟางจ่านเฉิง ขอใช้แหวนนี้เป็นพยาน ขอสัญญาชั่วชีวิตนี้ จะรักผู้หญิงคนนี้ เฉินหยู่ซี ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ร่ำรวยหรือยากจน แข็งแรงหรืออ่อนแอ จะรักเธอ ทนุถนอมเธอ ยกย่องเธอ ดูแลเธอ ให้ความสุขกับเธอ ตราบจนสิ้นลม” ฟางจ่านเฉิงพยายามกลั้นน้ำตาไว้
“คุณสวมแหวนแต่งงานให้เธอได้แล้ว”
หวางเสี่ยวหลินกระซิบหวางอี้เจิน “คุณป้าอี้เจิน”
หวางอี้เจินสวมแหวนให้ฟางจ่านเฉิง “จ่านเฉิง ขอฝากหยู่ซีไว้กับเธอ”
“ขอบคุณครับ”
“ผมขอประกาศว่า ฟางจ่านเฉิงและเฉินหยู่ซีเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์”
เซี่ยเฟยเฟยบอกหวางอี้เจินเสียงเบา “คุณป้า โยนดอกไม้ค่ะ รีบช่วยหยู่ซีโยนช่อดอกไม้เร็ว”
หวางเสี่ยวหลินว่า “ใช่หนูก็อยากได้ ว้าย...ฉันได้ช่อดอกไม้ๆ หยู่ซีฉันได้ช่อดอกไม้ของเธอล่ะ”
หวางอี้เจินโยนดอกไม้ หวางเสี่ยวหลินรับได้ดีใจมาก ขณะที่เซี่ยเฟยเฟยมองอย่างเสียดาย สวีหย่าถียิ้มปลอบ
เซี่ยเฟยเฟยเดินมาตามถนนกับเฉินหยู่อัน
เซี่ยเฟยเฟยบ่น “น่าอิจฉาหยู่ซีจังเลย”
เฉินหยู่อันงง “อิจฉาพี่ผม”
“อืม ถึงแม้ ตอนนี้เธอจะยังไม่ฟื้น แต่ว่า ก็เป็นเพราะเหตุนี้ จึงเห็นได้ว่าพี่ชายฉันรักหยู่ซีอย่างสุดหัวใจ ไม่ใช่หรือ”
“อืม นั่นสิ”
“มิเสียแรงที่เป็นพี่ฉัน เท่ห์จริงๆ สมมุติว่าวันหนึ่งฉันเกิดเป็นอย่างหยู่ซีขึ้นมา อยู่ในสภาพที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมา เธอว่าฉันจะเจอคนที่เหมือนพี่ฉัน ไม่ทอดทิ้งฉัน ดูแลฉัน อยู่เคียงข้างฉัน ถึงขั้นแต่งงานกับฉัน เดินจูงมือกันไปตลอดชีวิต เธอว่าฉันจะเจอคนที่ดีอย่างพี่ชายฉันมั้ย”
เฉินหยู่อันนิ่งมองๆ ไฟ พอไฟเขียวก็จับมือเซี่ยเฟยเฟย “ไปเถอะไฟเขียวแล้ว”
เซี่ยเฟยเฟยมองเฉินหยู่อันที่จับมือเธออย่างรู้สึกดี
ฟางจ่านเฉิงพาเฉินหยู่ซีมาพักที่บ้าน เขาคอยดูแลเธอไม่ห่าง เขาจับมือเธอพูดคุยไปด้วย
“หยู่ซี สุขภาพของหย่าถีดีขึ้นเรื่อยๆ กระฉับกระเฉงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เตรียมการเรื่องร้านอยู่ อีกไม่นานก็คงจะเปิดได้ ฉันเชื่อว่า นี่คงเป็นสิ่งที่เธออยากเห็นมากที่สุดใช่มั้ย”
ฟางจ่านเฉินเดินมาที่ครัว เห็นหวางอี้เจินทำกับข้าวก็บอกว่า
“แม่ ไม่เห็นต้องมาลำบากทำกับข้าวทุกวันเลยนะครับ”
“ไม่ได้สิ เกิดหยู่ซีตื่นขึ้นมาแล้วหิวข้าว แม่ทำไว้ตอนนี้พอเธอตื่นก็จะได้กินได้เลย”
ฟางจ่านเฉิงซึ้งใจ “ขอบคุณครับ”
ฟางจ่านเฉิงคอยเช็ดตัวให้เฉินหยู่ซี ผลัดเปลี่ยนกับหวางอี้เจินและเฉินหยู่อันที่มาคอยเฝ้าเฉินหยู่ซี
ฟางจ่านเฉิงอ่านหนังสือ “แม่เพิ่งกลับไป วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ทำกับข้าวที่เธอชอบไว้ให้เยอะแยะ”
ฟางจ่านเฉิงหยิบการ์ดที่เฉินหยู่ซีเคยทำให้เขามาให้เธอดู
“เธอยังจำการ์ดที่ทำให้ฉันได้มั้ย อยากให้ฉันได้ยินเสียงของความสุข แต่ตอนนี้ฉัน ไม่ใช่แค่อยากได้ยินเสียงความสุข แต่ฉันยังอยากได้ความสุขที่อยู่กับเธอด้วย ถ้าหากยังรู้สึกง่วง ก็นอนต่ออีกหน่อย แต่ว่าอย่าให้ฉันต้องรอนานเกินไป จะได้มั้ย”
คืนนั้นฟางจ่านเฉิงนั่งหลับจับมือเฉินหยู่ซีไว้ตลอด
(จบตอนที่ 32)



