
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 31
‘เฉินหยู่ซี’ ขับรถจะไปทำเค้กให้ ‘ฟางจ่านเฉิง’ รถเบรกไม่ได้
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 31
ซีรีส์ไต้หวัน Someone Like You: รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
เฉินหยู่อันพาเซี่ยเฟยเฟยนั่งพักทานน้ำกัน
“เฟยเฟย เหนื่อยหรือเปล่า”
เซี่ยเฟยเฟยยิ้ม “ไม่หรอก ก็เหมือนมาช้อปปิ้งแหละ”
โทรศัพท์เฉินหยู่อันมา “ฮัลโหล แม่ ใกล้เสร็จแล้ว ขาดไม่กี่อย่าง เฟยเฟยหรือ อืม รอแป๊บนะ แม่ผมจะคุยด้วยน่ะ”
“คุณน้า ค่ะ มีอะไรหรือ มีค่ะมี หนูยังต่อราคาเหมือนที่คุณน้าบอกด้วยนะ ค่ะ บ๊ายบายค่ะ เอ๊ะ มือถือแบตใกล้หมดแล้วอ่ะ”
เฉินหยู่อันดู “จริงด้วย”
เซี่ยเฟยเฟยหยิบแบตสำรองมา “ไม่เป็นไร แถ่นแถ่นแถ๊น ฉันมีแบตสำรอง”
“บางจัง ไม่ต้องหรอก ชาร์แบตใช้เวลานาน”
“แป๊บเดียวเอง จริงสิ เมื่อกี้ตอนนายคุยโทรศัพท์ มองหน้าฉันทำไม”
เฉินหยู่อันว่า “อ๋อ แม่ให้ฉันถามว่า คุณชอบกินอะไร ให้ซื้อไปด้วยเลย”
เซี่ยเฟยเฟยชื่นใจ “ไม่คิดเลยว่าคุณน้าจะชอบฉันมาก”
“อืม วันนั้นพอคุณกลับไป แม่ก็บอกผมว่า เขาชอบคุณมาก แล้วก็บอกความหวังกับผมด้วย”
“ความหวัง”
“แม่ผมไม่อยากให้คุณไป”
“ดังนั้น ที่นายยื้อฉันไว้ ก็เพราะว่าคุณน้า”
“คุณเคยบอกกับผมว่า ให้ผมทำในสิ่งที่แม่ต้องการ ดังนั้นไม่ว่าแม่อยากได้อะไร ผมก็จะทำให้มันเป็นจริงให้ได้”
เซี่ยเฟยเฟยน้อยใจนิดๆ “มันก็ใช่ แล้ว นายไม่อยากให้ฉันอยู่ด้วยหรือ”
เฉินหยู่อันว่า “ผม เอ่อคือ ก็อยากให้คุณอยู่”
หลี่โป๋เยี่ยนนั่งรถวาเนสซาตรวจครรภ์ เขาเห็นพ่อลูกคู่หนึ่งก็คิดถึงลูกตัวเอง วาเนสซาออกมาเห็นก็มองอย่างดีใจ
“คุณชอบเด็กหรือเปล่า จริงๆ ฉันไม่รังเกียจ ที่จะให้คุณมาเป็นพ่อเด็ก” หลี่โป๋เยี่ยนมองวาเนสซ่างงๆ นิดๆ
วาเนซ่ากล่าวต่อ “ฉันโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง ฉันจึงเข้าใจถึง คนที่ขาดความรักจากพ่อดี”
หลี่โป๋เยี่ยนนิ่งอึ้งไปก่อนตอบว่า “ผมก็เหมือนกัน ผมรู้เข้าใจความรู้สึกนั้นดี เพราะผมโตมาโดยไม่มีพ่อ ส่วนแม่ ก็มาจากผมไปตอนผม อายุ 16 ปี ดังนั้นผมจึงอยาก ให้คุณเอาเด็กออก ทันทีที่รู้ว่าคุณท้อง นอกจากเราจะไม่ได้รักกันแล้ว อีกอย่างก็เพราะว่าผม ... ไม่อยากให้ เด็กคนนี้มีชีวิตเหมือนผม”
วาเนสซานำรูปที่ถ่ายอัตร้าซาวด์ให้หลี่โป๋เยี่ยนดู เขาอึ้งๆ พอดีมีโทรศัพท์ของวาเนสซาดังขึ้น เธอรับและตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าแม่ฟื้นแล้ว เธอบอกว่าจะรีบไป หลี่โป๋เยี่ยนขอไปด้วย
วาเนสซาเข้ามาหาแม่ด้วยความดีใจ
“แม่ ดีขึ้นบ้างไหมคะ”
หลี่โป๋เยี่ยนตามเข้ามา “ท่านประธาน”
ประธานเกาน้ำเสียงยังอ่อนแรง “เขามาได้ยังไง”
วาเนสซานิ่งไปก่อนบอกแม่ว่า “อ๋อ เราบังเอิญเจอกันข้างนอกน่ะ พอเขาได้ยินว่าแม่ป่วย เป็นห่วงมาก ก็เลยมาเยี่ยม”
ประธานเกาออกปาก “ออกไป”
“แม่ ป๋อเยี่ยนก็แค่มาเยี่ยม”
“ไม่จำเป็น ออกไป”
หลี่โป๋เยี่ยนเงียบไปนิดก่อนบอกว่า “ขอให้หายไวๆ นะครับ”
หลี่โป๋เยี่ยนออกไป ประธานเกาถามลูกสาว “บริษัทเป็นไงบ้าง วาเนสซ่า พวกคณะกรรมการเรื่องมากไหม”
“ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวหนูเอาหมอนให้นะ มา จะได้นอนสบายๆ”
ที่บ้านเฉินหยู่ซี หวางอี้เจินยืนคุยกับฟางจ่านเฉิง
“เอ่อช่วงนี้ หยู่ซีทำให้คุณ”
ฟางจ่านเฉิงรีบบอก “แม่เฉินครับ ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วเรื่องนี้ ทำให้ผมกับหยู่ซี เข้าใจกันมากขึ้น”
หวางอี้เจินยิ้ม “ขอบคุณนะที่เข้าใจหยู่ซี หยู่ซีโชคดีมากที่ได้พบกับคุณ”
“ผมต่างหากที่โชคดีมากที่ได้ พบกับหยู่ซี”
เซี่ยเฟยเฟยตะโกนเข้ามา “คุณน้า”
“เฟยเฟย”
เซี่ยเฟยเฟยตื่นเต้น “ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะมีเทศกาลพลุด้วย หยู่อันกับหยู่ซีเตรียมไว้เยอะเลย”
“ที่นี่มีอีกหลายอย่างที่เจ๋งๆ นะ ถ้าหนูมาบ่อยๆ ก็จะรู้เอง จริงๆ น้าดีใจมากนะ ที่หนูยอมอยู่ต่อ” ฟางจ่านเฉิงฟังทั้งสองคุยกันยิ้มๆ
หวางอี้เจินเอ่ยบอกเซี่ยเฟยเฟย “เสี่ยวอันเป็นคนค่อนข้างขี้อาย จริงๆ เขามีเรื่องจะบอกหนู แต่ไม่รู้จะพูดยังไง เขาอยากให้หนู อยู่ที่นี่จริงๆ นะ”
เซี่ยเฟยเฟยว่า “หนูรู้แล้วค่ะ เขาบอกหนูแล้ว”
หวางอี้เจินตกใจ “เขาบอกหนูแล้วหรือ”
“คุณน้า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ หนูรู้อยู่แล้วว่าเขา เป็นคนพูดไม่เก่ง หนูเข้าใจค่ะ”
เฉินหยู่ซีตะโกนเข้ามา “แม่ ใกล้ได้เวลาแล้ว เร็วๆ จะเริ่มแล้ว”
หวางอี้เจินรีบพาทั้งสองออกไป “เร็วๆๆๆ พลาดแล้วจะเสียดายนะ ไปๆๆ ไป”
ด้านหน้าบ้าน เฉินหยู่ซีกับเฉินหยู่อันยืนรออยู่แล้ว หวางอี้เจิน ฟางจ่านเฉิงและเซี่ยเฟยเฟยออกมาสมทบ
“เร็วๆๆ จะเริ่มแล้ว ทำอะไรกันชักช้าจริงๆ เลย เร็วเข้า บอสเร็วๆ หน่อยสิคะ ถ้าไม่ทันนะเสียดายแย่เลย เร็วๆ เร็วเข้า พร้อมนะ”
“มาแล้วๆ”
“นับถอยหลัง 5 วิ” ทุกคนช่วยกันนับ
“ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ว้าย ว้าว โห” ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับพลุที่มีมาสวยงามไม่ขาดสาย
“สวยมาก สวยจริงๆ เร็วเข้า เรามาจุดพลุกัน เร็วๆ ให้จ่านเฉิง ไปทางโน้นกัน ระวังนะ”
ฟางจ่านเฉิงเป็นคนไปจุดแล้วทุกคนก็รีบวิ่งออกมา “ว้าย ว้าว โห”
หวางอี้เจินออกมามองสองคู่ ฟางจ่านเฉิงโอบกอดเฉินหยู่ซีเล่นพลุด้วยกัน ขณะที่เฉินหยู่อันกับเซี่ยเฟยเฟยนั่งเล่นคู่กัน
หวางอี้เจินยิ้มชื่นใจ “ดีจังเลย ที่แท้ความสุข เป็นแบบนี้นี่เอง”
ที่โรงพยาบาล สวีหย่าถีปอกแอปเปิ้ลเปลือกไม่ขาดเลย
เฉินหยู่ซีชม “หย่าถี เธอเก่งจังเลย ไม่ขาดเลยอ่ะ จริงสิ เดี๋ยวพอจ่านเฉิงมาถึง เธอต้องยื้อเขาไว้ให้ได้นะ”
สวีหย่าถียิ้ม “โอเค”
“ส่วนฉัน จะไปทำเค้กที่บ้านเขา แล้วพอตอนค่ำเราก็มาฉลองด้วยกัน”
“อืม เสร็จแล้ว”
“ขอบใจจ้า”
“ทำไงดี ฉันกลัวจะทำเค้กไม่สำเร็จจัง”
“ไม่หรอก ไม่ต้องกลัว”
“ถ้าทำออกมาแล้วดูไม่น่ากิน เธออย่าว่าฉันนะ”
สวีหย่าถีให้กำลังใจ “เชื่อฉันนะ เธอมีพรสวรรค์ ต้องมั่นใจเข้าไว้ แอปเปิ้ลหวานไหม”
“อืม อร่อยมาก เธอลองกินดูสิ”
ฟางจ่านเฉิงกับเสิ่นเวยเหลียนออกจากห้องพักประธานเกาในโรงพยาบาล ก็พบหลี่โป๋เยี่ยนกำลังเดินมา เสิ่นเวยเหลียนพูดจาเยาะ
“หลี่โป๋เยี่ยน เมื่อกี้ตอนคุยกับประธานเกา ที่แท้ วาเนซ่า ก็ปิดบังเขาเรื่องที่ ให้นายกลับไปทำงาน แถมยังช่วยให้ได้ เป็นผู้จัดการห้างคริสตัลอีก นายกุมความลับอะไรของ วาเนซ่ากันแน่ เขาถึงยอมนายขนาดนี้”
“เขาเชื่อในความสามารถของผม” หลี่โป๋เยี่ยนบอกอย่างมั่นใจ
เสิ่นเวยเหลียนจ้องหน้า “ความสามารถหรือ ปิดบัง โกหก หรือหลอกใช้ อุ๊บส์” เสิ่นเวยเหลียนทำทีปิดปาก “ขอโทษนะ ผมพูดผิดงั้นหรือ ก็คุณถนัด ใช้วิธีสกปรกพวกนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ใช่หรือ”
หลี่โป๋เยี่ยนแค้น “อย่างน้อยผมก็มีวิธี ไม่เหมือนคุณ เป็นกรรมการไจแอนท์ซิตี้แท้ๆ กลับยอมเป็นรองฟางจ่านเฉิง เหมือนสุนัขรับใช้”
เสิ่นเวยเหลียนโกรธ “หลี่โป๋เยี่ยน”
แต่หลี่โป๋เยี่ยนชกเสิ่นเวยเหลียนก่อน ฟางจ่านเฉิงเข้าช่วยเพื่อน
วาเนสซาตะโกนออกมา “ป๋อเยี่ยน”
จังหวะนั้นฟางจ่านเฉิงผลักหลี่โป๋เยี่ยนออกไปโดนวาเนสซ่าล้มไปด้วย
ฟางจ่านเฉิงตกใจ “วาเนสซ่า เป็นไรไหม”
หลี่โป๋เยี่ยนตะคอกผลักฟางจ่านเฉิง “ไปให้พ้น วาเนสซ่า เป็นไรหรือเปล่า”
“ฉันรู้สึกไม่ดี”
หลี่โป๋เยี่ยนรีบอุ้มวาเนสซ่าออกไปเลย
เฉินหยู่ซีเดินมาเห็นเหตุการณ์ก็อึ้งๆ ถามฟางจ่านเฉิง “เกิดอะไรขึ้น”
“มีเรื่องนิดหน่อย”
ที่ห้องพักวาเนสซ่ายังหลับ เฉินหยู่ซีเฝ้าดูวาเนสซ่าอยู่ด้วย หมอบอกหลี่โป๋เยี่ยนว่า
“คุณหลี่ครับ เราให้ยาบำรุงครรภ์ กับภรรยาคุณแล้วนะ เดิมอายุครรภ์อ่อนๆ ก็เสี่ยงอยู่แล้ว นี่ยังมาถูกกระแทกอีก คุณต้องเตรียมใจให้พร้อมนะ”
หลี่โป๋เยี่ยนแปลกใจ “เตรียมใจเรื่องอะไร”
“เด็กที่อยู่ในครรภ์ อาจจะไม่รอด คุณต้องให้ภรรยานอนพักเยอะๆ”
มีโทรศัพท์เข้ามา หลี่โป๋เยี่ยนรับ “ท่านประธาน วาเนซ่ายังไม่ฟื้นครับ ถ้าเขาฟื้นแล้วผมจะรีบบอกคุณ ตอนนี้ ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
หลี่โป๋เยี่ยนหันมาทางเฉินหยู่ซี “หยู่ซี ช่วยอยู่ดูแล วาเนซ่าก่อนได้ไหม แล้วผมจะรีบกลับมา รอผมก่อนนะ ผมจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง”
เฉินหยู่ซีว่า “คุณรีบไปเถอะ”
“ขอบคุณ”
หลี่โป๋เยี่ยนออกมาก็พบฟางจ่านเฉิงกับเสิ่นเวยเหลียนยืนอยู่ ก็ตรงมาหาฟางจ่านเฉิง
“ถ้าเด็กเป็นอะไรไป แกจะต้องชดใช้”
เสิ่นเวยเหลียนเสียงดังใส่ “เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย”
หลี่โป๋เยี่ยนไม่พูดด้วย ผลักเสิ่นเวยเหลียนหนี เสิ่นเวยเหลียนโกรธ “อย่าพาลสิวะ”
ฟางจ่านเฉิงปรามเพื่อน “พอแล้ว เวยเหลียน ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ เอาเถอะ อย่าวู่วามเลย ไงก็ฝากแกเข้าประชุมแทนด้วยนะ”
เสิ่นเวยเหลียนยังโกรธ “อืม งั้นฉันกลับก่อน”
ฟางจ่านเฉิงตบไหล่ปลอบเพื่อน “หายโกรธได้แล้ว”
ฟางจ่านเฉิงเข้ามาในห้องวาเนสซา มายืนข้างเฉินหยู่ซีมองวาเนสซา
“หยู่ซี ไม่ต้องกังวล วาเนสซ่าต้องไม่เป็นอะไร”
หลี่โป๋เยี่ยนเข้ามาหาประธานเกาในห้องพัก
“ท่านประธาน”
ประธานเกาถาม “หมอว่ายังไงบ้าง”
“หมอบอกว่า วาเนซ่ามีสิทธิ์แท้งได้ง่าย เด็กอาจจะไม่รอด”
ประธานเกาอึ้งไปนิด “เขา เป็นยังไงบ้าง”
“เขาไม่เป็นไร”
ประธานเกาถอนใจ “เฮ้อ แล้วรู้ไหมว่าใครเป็นพ่อของเด็ก”
หลี่โป๋เยี่ยนก้มหน้ายอมรับ “ผมเองครับ”
ประธานเกาโกรธมาก “แก ไอ้ชั่ว ไม่รู้จักดูสาระรูปตัวเอง คิดว่าคู่ควรกับลูกสาวฉันหรือ ที่เด็กไมรอด เป็นเพราะฟ้าลิขิต เด็กคนนี้ไม่ควรมีตัวตนตั้งแต่แรก”
หลี่โป๋เยี่ยนเถียง “แต่วาเนซ่ารักเด็กคนนี้มาก”
“แล้วยังไง แกคิดว่าฉันไม่รู้หรือ ว่าแกคิดจะทำอะไร แกก็แค่หลอกใช้เขาเท่านั้น”
“ท่านประธาน ผมไม่ได้คิดแบบนั้น”
“ไม่ได้คิดหรือ หึ วันนี้ฉันเพิ่งรู้ ว่าวาเนซ่าปิดบังฉัน เรื่องที่ให้แกเป็นผู้จัดการ ของห้างคริสตัล”
หลี่โป๋เยี่ยนรีบบอกว่า “ท่านประธาน ตั้งแต่ผมเป็นผู้จัดการ ผมก็ตั้งใจทำงาน เพื่อทำให้ห้างคริสตัลเติบโตขึ้น อย่างมั่นคง”
ประธานเกาสวน “แล้วยังไง แกจำไว้นะ แกกล้ารังแกลูกสาวฉัน แกจะต้องชดใช้ นับตั้งแต่วันนี้ ฉันขอปลดแกออกจากตำแหน่งผู้จัดการ”
หลี่โป๋เยี่ยนอึ้ง “ท่านประธาน”
ประธานเกาไล่ “ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก ไป”
หลี่โป๋เยี่ยนออกมานั่งเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วคิดถึงหน้าฟางจ่านเฉิงกับสิ่งที่เสิ่นเวยเหลียนพูดทำให้เขาแค้นมาก ยิ่งเห็นรูปลูก เผอิญได้ยินข่าวอุบัตเหตุที่เกิดจากเบรกเสีย เขาคิดทำบางอย่างในวินาทีนั้นเอง
ฟางจ่านเฉิงพาเฉินหยูซีกลับมาที่ห้องพักสวีหย่าถี ฟางจ่านเฉิงขอเข้าห้องน้ำ สวีหย่าถีเห็นสีหน้าเฉินหยู่ซีนิ่งไปมากก็ถาม
“หยู่ซี เป็นอะไรไป”
เฉินหยู่ซีปรับสีหน้า “เปล่าจ้ะ”
สวีหย่าถีเตือน “เธอต้องไปทำเค้กไม่ใช่หรือ”
“จริงสิ เกือบลืมไปเลย”
“รีบไปสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”
เฉินหยู่ซีรับคำแล้วถือกระเป๋าจะออกมา ฟางจ่านเฉิงเปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี
ฟางจ่านเฉิงถาม “จะไปไหน”
เฉินหยู่ซีตอบเสียงใส “หย่าถีบอกว่ามี ลูกค้ามาสั่งคุ้กกี้ไว้เยอะมาก ฉันก็เลยจะยืมครัวคุณ ทำคุ้กกี้ให้เขาหน่อยน่ะ”
“ได้สิ งั้นเดี๋ยวผมไปกับคุณด้วย”
เฉินหยู่ซีรีบห้าม “ไม่ต้องหรอก ฉันไปเองได้สบาย คุณอยู่กับหย่าถีดีกว่า ให้เขาอยู่คนเดียว ฉันเป็นห่วง เอ่อ ยืมรถคุณหน่อยได้ไหม”
ฟางจ่านเฉิงว่า “อืม”
“ขอบคุณนะ”
“ขับดีๆ ล่ะ”
เฉินหยู่ซีเดินออกจากห้องมาก็พยายามทำตัวให้สดใส
“เฉินหยู่ซี คิดแต่เรื่องดีๆ สิ วันเกิด ใช่ วันเกิด”
หลี่โป๋เยี่ยนเฝ้ามองรถของฟางจ่านเฉิงแล่นออกจากโรงพยาบาลไป แล้วเขาก็เดินกลับเข้ามาในโรงพยาบาล ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฟางจ่านเฉิงคุยโทรศัพท์เลยชะงัก
“งั้นคุณส่งข้อมูลมาให้ผม ผมจะขอเช็คดูก่อน ได้ ไม่เป็นไร ขอบคุณ สวัสดี”
หลี่โป๋เยี่ยนเข้ามาตะคอกถาม “ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่”
ฟางจ่านเฉิงงง “คุณพูดอะไร”
“ใครเป็นคนขับรถของแก” ฟางจ่านเฉิงยังมองงงๆ หลี่โป๋เยี่ยนตะโกน “ใครเป็นคนขับรถของแก”
ฟางจ่านเฉิงตอบ “หยู่ซี”
“แล้วเขาจะไปไหน”
ฟางจ่านเฉิงรู้สึกผิดปกติ “หลี่โป๋เยี่ยน นายทำอะไรหรือเปล่า”
หลี่โป๋เยี่ยนตะโกน “บอกมาว่าเขาจะไปไหน ฟางจ่านเฉิง”
ฟางจ่านเฉิงไม่ตอบ เขาวิ่งออกไปทันที สวีหย่าถีออกมาเห็นก็ตกใจ เธอบอกหลี่โป๋เยี่ยนว่า
“เขาไปบ้านจ่านเฉิง”
หลี่โป๋เยี่ยนรีบวิ่งออกไป สวีหย่าถีมองตามอย่างรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
ในรถเฉินหยู่ซีขับรถมาพร้อมคุยโทรศัพท์กับหวางอี้เจิน
“แม่คะ หนูกำลังไปทำเค้กที่บ้านบอส เฟยเฟยล่ะ หนูบอกเขากับหยู่อันแล้วนะ ว่าให้มาฉลองวันเกิดด้วยกัน จริงสิ หนูมีเรื่องจะบอก คือว่า ฮัลโหล ฮัลโหล แม่ ฮัลโหล แบตหมดซะงั้น มาหมดอะไรตอนนี้”
ฟางจ่านเฉิงอยู่หน้าโรงพยาบาล พยายามเรียกรถแท็กซี่แต่ไม่มี พร้อมโทรศัพท์หาเฉินหยู่ซีก็ไม่ติด พอดีเสิ่นเวยเหลียนขับรถมาจอด
“จ่านเฉิง เป็นอะไร”
ฟางจ่านเฉิงว่า “เวยเหลียน ขอยืมรอก่อนนะ”
ฟางจ่านเฉิงขับรถไปก็พยายามโทรหาเฉินหยู่ซีแต่ติดต่อไม่ได้เลย ด้านหลี่โป๋เยี่ยนก็รีบขับรถตามเฉินหยู่ซีไป
ในรถเฉินหยู่ซีร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู พร้อมบอกตัวเองว่าวันนี้ต้องมีความสุขสิ เพราะเป็นวันเกิดฟางจ่านเฉิง
เฉินหยู่ซีขับรถมาใกล้ถึงไฟแดง เธอลองเบรค ปรากฏว่าเบรกไม่ได้ เธอตกใจมาก
“เฮ้ย อะไรเนี่ย เบรคไม่ได้”
เฉินหยู่ซีพยายามเบรกก็ไม่ได้ เธอเริ่มใจไม่ดี เวลาเดียวกันนี้สวีหย่าถีก็หัวใจเต้นบีบอย่างแรงจนเธอพยายามกดเรียกหมอ หมอสั่งให้เตรียมปลูกถ่ายหัวใจทันที ขณะที่ฟางจ่านเฉิงขับรถไปก็เป็นห่วงเฉินหยู่ซีอย่างมาก
หลี่โป๋เยี่ยนตีรถมาคู่กับเฉินหยู่ซีพลางตะโกน “หยู่ซี”
เฉินหยู่ซีหันมาเห็นก็ตะโกน “ป๋อเยี่ยน ฉันเหยียบเบรกไม่ได้”
หลี่โป๋เยี่ยนตะโกน “อย่าเพิ่งตกใจ ลองใหม่อีกที”
เฉินหยู่ซีลองแล้วตะโกนตอบ “ไม่มีเบรก”
หลี่โป๋เยี่ยนตัดสินใจขวางรถตัวเองกับรถของเฉินหยู่ซี
ที่ห้องพักวาเนสซา เธอกำลังคุยกับหมอเรื่องลูก
“หมอค่ะ ไม่ทราบว่าลูกของฉันปลอดภัยหรือยัง”
“สบายใจได้ เด็กปลอดภัยแล้วครับ ไม่เป็นไรแล้ว แต่ว่าเพื่อเป็นการป้องกัน คุณต้องรักษาตัวสักระยะ ต้องพักผ่อนให้มากๆ นะครับ”
วาเนสซาดีใจรีบโทรศัพท์หาหลี่โป๋เยี่ยน แต่ไม่มีคนรับ “แปลก ไม่รับโทรศัพท์ ดีนะ ที่หนูปลอดภัย”
เวลาต่อมาที่หน้าห้องผ่าตัด ฟางจ่านเฉิงนั่งเครียดอยู่คนเดียว เฉินหยู่อันกับเซี่ยเฟยเฟยพาหวางอี้เจินเข้ามา
หวางอี้เจินสีหน้าตกใจมาก “เกิดอะไรขึ้น หยู่ซีเป็นอะไร”
ฟางจ่านเฉิงรู้สึกแย่ “แม่เฉิน หยู่ซีขับรถไปที่บ้านผม แล้วเกิดอุบัติเหตุ”
“เป็นไปไม่ได้”
“แม่เฉิน ผมขอโทษ ผมดูแลหยู่ซีไม่ดีเอง”
เฉินหยู่อันปลอบ “แม่ อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ มา นั่งลงก่อน มา”
เซี่ยเฟยเฟยพานั่งด้วยแล้วบอกว่า “หยู่อัน อยู่ดูแลคุณน้าก่อนนะ ฉันไปเอาน้ำให้”
เซี่ยเฟยเฟยนำน้ำมาให้หวางอี้เจิน แล้วก็มายื่นให้ฟางจ่านเฉิง
“ขอบใจ” ฟางจ่านเฉิงดื่มรวดเดียวหมดแล้วก็สีหน้าเครียด
เซี่ยเฟยเฟยตัดสินใจพูด “พี่คะ ฉันว่าฉันบอกพี่เลยดีกว่า”
ฟางจ่านเฉิงมองน้องสาว “เรื่องอะไร”
“จริงๆ หยู่ซี อยากจะทำเซอร์ไพรส์ให้พี่น่ะ ที่เขารีบกลับ ก็เพราะตั้งใจ จะทำเค้กวันเกิดให้พี่ด้วยตัวเอง”
ฟางจ่านเฉิงฟังแล้วยิ่งรู้สึกแย่มาก เขาคิดถึงที่เฉินหยู่ซีบอกก่อนแยกกัน
เฉินหยู่อันปลอบแม่แล้วก็หันไปขอพรจากพระเจา
“พระเจ้า ได้โปรดคุ้มครองเรา ปกป้องเรา ให้เราผ่านวันนี้ไปได้อย่างปลอดภัย อย่าให้ใครต้องเป็นอะไรเลย”
หน้าห้องผ่าตัดไฟดับลง หมอเดินออกมา เสิ่นเวยเหลียนก็อยู่ด้วย
“ใครเป็นญาติของเฉินหยู่ซีครับ”
ทุกคนลุกขึ้นมาหาหมอ หวางอี้เจินตอบ “พวกเราค่ะ”
“ตอนนี้เฉินหยู่ซีปลอดภัยแล้วนะครับ พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ว่า เนื่องจากศีรษะของเธอ กระทบเข้ากับของแข็งอย่างแรง จึงทำให้ตอนนี้ยังสลบอยู่”
หวางอี้เจินถาม “สลบ แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่ค่ะ”
“เนื่องจากร่างกายเขาอ่อนแอมาก เราจึงต้องตรวจเช็คเพิ่มเติม หากอาการเขาดีขึ้นแล้ว เราจะแจ้งให้ทราบนะครับ”
เสิ่นเวยเหลียนตอบแทนทุกคน “ครับ ขอบคุณครับหมอ”
หวางอี้เจินมองฟางจ่านเฉิง “พ้นขีดอันตรายแล้ว ก็แสดงว่าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
ฟางจ่านเฉิงตอบ “แม่เฉิน หยู่ซีต้องไม่เป็นอะไร”
“ใช่”
“ใช่ค่ะ คุณน้า ไม่ต้องกังวลนะคะ”
“ใช่ หยู่ซีต้องหาย ต้องไม่เป็นอะไร ต้องไม่เป็นไร”
(จบตอนที่ 31)



