บันเทิง

ไสว่าสิบ่ถิ่มกันทะลุ100ล้านวิว

ไสว่าสิบ่ถิ่มกันทะลุ100ล้านวิว

04 ก.ค. 2559

"ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” ทะลุ 100 ล้านวิว“ก้อง ห้วยไร่”ปลูกบ้าน-สะสมที่นับ 100 ไร่

          "ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” เพลงดังสะท้านวงการของหนุ่มอีสาน ก้อง ห้วยไร่ ที่แต่งเองร้องเอง ซึ่ง ณ เวลานี้ ยอดวิวของเพลงนี้เข้าหลัก 100 ล้านวิว ไปเรียบร้อยแล้วหลังจากลงยูทูบให้ชมกันปีกว่าๆ ซึ่งเจ้าตัวได้นัดแฟนเพลงร่วมฉลองจัดงาน “กินข้าวปุ้น เอาบุญบ้าน” พร้อมทั้งจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญตามธรรมเนียมของคนอีสานเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

          ซึ่งนอกจากยอดวิวที่ 100 ล้านแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ความรวยของหนุ่มอีสานอินดี้คนนี้ก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว จะเป็นอย่างไร วันนี้ทีมข่าวบันเทิง นสพ.คมชัดลึก จะรายงานให้ฟังจากปากของเขากันเลย

          “สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้หลังชื่อเสียงเรามี คือความเป็นอยู่เป็นกินของตัวเราเองและครอบครัว มันเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมากๆ จากคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไปไหนมาไหนไม่มีคนให้ความสนใจทุกวัน กลายเป็นสิ่งที่เราสร้างเราทำมันเป็นเรื่องดี ตรงไหนที่เราผิดพลาด เราก็มานั่งทบทวนตัวเองว่าเรามาอยู่ในจุดที่มันสว่างขึ้น ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ สังคมก็เห็นง่าย”

          เมื่อถามถึงวิถีชีวิตตอนนี้เปลี่ยนจากเดิมมากน้อยแค่ไหน หนุ่มอีสานอินดี้บอกด้วยความซื่อว่า

          “วิถีชีวิตเราไปในทางบวก แต่กลับกัน มันก็มีแรงเสียดทานจากสิ่งแวดล้อมเข้ามาเยอะกว่าเดิม เราอาจจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมง่ายขึ้น ในส่วนครอบครัว สิ่งที่เราคิดอยากจะทำตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เราได้ทำหมดแล้ว เช่นเราอยากมีบ้าน เราก็สร้างใกล้เสร็จแล้วที่ จ.สกลนคร เป็นบ้านในฝันชั้นเดียว มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากได้มาตั้งแต่เด็ก อยากมีแอร์ อยากมีห้องดูหนัง อยากมีระเบียงที่ไว้นั่งคุยกันในครอบครัว อยากมีสระน้ำที่มีปลาอยู่ในบ้าน ตอนนี้เราก็ทำได้ ผมออกแบบเองทั้งหมด พ่อเป็นคนทำ ส่วนพี่น้องตอนนี้พี่สาวกับพี่เขยก็มาอยู่กับผม มาดูเรื่องเสื้อผ้าอาหารการกินให้เรา เวลาเราเหนื่อยๆ ส่วนพี่คนโตก็ดูแลพ่อแม่ แต่ก็ยังทำนาเหมือนเดิม” ก้องแจกแจง

          เมื่อถามถึงทรัพย์สมบัติหรือความรวยตอนนี้รวยแค่ไหน เจ้าตัวหัวเราะก่อนบอกแบบตรงๆ ว่า

          “ทรัพย์สมบัติที่ซื้อตอนนี้มีที่เยอะมากทั้งที่นา ที่จะมาทำเกษตรกรรมเช่น มะนาว ผมมองอนาคตข้างหน้าว่า เราไม่มีทางที่จะร้องเพลงได้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว ตอนนี้มีที่ประมาณ 100 ไร่ซื้อไปเรื่อยๆ เงินเก็บก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ถามว่าเยอะไหม เยอะ เพราะผมทำงานหนัก มีรถบีเอ็มที่เราอยากได้ตั้งแต่สมัยเด็ก ตอนนั้นมีจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ก็หรูแล้ว คิดไว้ถ้าโตขึ้นเรามีเงินเราจะซื้อบีเอ็มดับเบิลยูขี่ ตอนนี้ได้ขี่มันแล้ว”

          ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องงานคอนเสิร์ตว่ามีมากแค่ไหนและราคาเท่าไหร่ต่องาน ก้องบอกว่า

          "เป็นคนแรกที่กล้าถามผมเรื่องนี้ และผมตอบให้รู้เป็นคนแรกเลยล่ะกันว่า งานร้องเพลงเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 40 งาน ราคาต่องานแล้วแต่ ไปคนเดียวก็ไม่แพง 4-5 หมื่น ถ้าไปเต็มวงใกล้ไกลก็เกือบๆแสนบ้าง ไม่ได้มีงานร้องเพลงอย่างเดียว มีงานละครงานที่รับเล่น ตอนหนึ่งก็หลายหมื่น ตอนนี้มี 2 เรื่องคือ “นางฟ้าอสูร” อีกเรื่องเป็นหนังบู๊ รอบวงสรวงอยู่(หัวเราะ) งานโฆษณาตอนนี้ก็ 2-3 ตัว มีเอไอเอส ปูนตราเสือ ส่วนอีกตัวรอถ่ายอยู่ และก็มีงานอีเว้นท์ต่างๆ ตอนนี้ผมอยากทำเพลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนเห็นว่า เรายังเป็นนักร้องลูกทุ่งอยู่ แต่การที่เราแยกไปทำงานละคร โฆษณา หรืองานอื่นๆ เหมือนเราต่อยอดงานให้มันเยอะขึ้น เพื่อจะได้ดูแลครอบครัว เพราะเราเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ก็มีการแพลนทำไร่ทำนาไว้ เพื่อรองรับชีวิตในช่วงที่เราไม่ได้รับความนิยมเรื่องร้องเพลงแล้ว ก็จะกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม เตรียมแผนไว้เนิ่นๆ

          วันนี้ผมว่าผมเป็นคนโชคดีคนหนึ่งที่มีงานที่มั่นคง ก้อง ห้วยไร่ ยังไม่รวยแต่มั่นคง สังคมอาจมองว่าอาชีพนักร้องไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง แต่สำหรับผมมันเป็นอาชีพที่ผมรัก มันมั่นคง ดังไหม ไม่ดัง แต่คนรู้จักเยอะ รวยไหม ไม่รวย เพราะสิ่งเหล่านี้สังคมมองเรา แต่ตัวเราก็อย่าไปเชื่อสิ่งที่สังคมบอก ถ้าเราเชื่อเราจะหลงกับมัน ถ้าสังคมโยนสิ่งเหล่านี้มาให้ แต่เราไม่รับเราก็จะเป็นคนเดิม" ก้องกล่าว

          ถามต่อว่า กดดันกับการทำเพลงใหม่แค่ไหน เพราะคนมักจะพูดว่าเพลงต่อไปอาจจะไม่ดังแบบนี้แล้ว

          “ไม่กดดันเลย เรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นอะไร เราทำงานไม่ต่างจากคนทำงานคนอื่นๆ ที่มีขึ้นมีลง อย่าไปคิดหรือสร้างความกดดันให้ตัวเอง ผมก็เป็นกำลังใจให้แก่พี่น้องที่กำลังสร้างสรรค์งานเพลงสร้างงานศิลปะ เป็นกำลังใจให้แก่สังคมทุกส่วนทุกอาชีพ" นักร้องคนดังกล่าว