บันเทิง

'เจนี่' เคลียร์ชัดยอมจ่ายเงินให้ 'บุ๋ม' จบปัญหา (มีคลิป)

'เจนี่' เคลียร์ชัดยอมจ่ายเงินให้ 'บุ๋ม' จบปัญหา (มีคลิป)

27 มิ.ย. 2559

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ พร้อมทนายความแถลงข่าว เคลียร์ทุกประเด็น กรณีมีปัญหากับ “บุ๋ม”ปนัดดา เรื่องที่จอดรถของ “สแมชยิม"

         เรียกว่าเป็นมหากาพย์ศึกฟิตเนส ที่มีปัญหาขัดแย้งกันจากพื้นที่ลานจอดรถของลูกค้าที่มีจำกัด ระหว่างพิธีกรสาวฝีปากกล้า “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กับนางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” โดยก่อนหน้านี้พิธีกรฝีปากกล้าออกมาเปิดใจไปแล้วว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากหุ้นส่วนทั้งหมด 3 คน ก่อนที่ “ท็อป” ณฐกร ไตรกิศยเวช ก่อนจะถอนตัวไปพร้อมกับขายหุ้นให้เจนี่ รวมถึงชี้แจงเรื่องสัญญาเช่าว่า ยังไม่ได้สัญญาใหม่ และสัญญาเก่าถือเป็นโมฆะ ร้องหากจ่าย 3 ล้านบาท จะยอมย้ายที่ ล่าสุด เจนี่ พร้อมทนาย “เจมส์” นิติธร แก้วโต ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีพิพาทดังกล่าว ณ 911 บาย เจที ถนนเกษตรนวมินทร์ แยกลาดปลาเค้า ดังนี้

           “เจนี่ขอพูดถึงปัญหาหลักก่อนเลย คือเรื่องที่จอดรถ ตัวเจนี่เองและทาง 911 พยายามแก้ไขมาโดยตลอด โดยที่ไปเช่าพื้นที่ข้างๆ ในซอย24 แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า คลาสที่มีปัญหาคือคลาสซุมบ้า ซึ่งในหนึ่งอาทิตย์จะมีคลาสซุมบ้า 4 คลาส ครั้งละ 1 ชม.  และของพี่บุ๋มเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม คลาสที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ คือคลาสของซุมบ้า ถ้าในชั่วโมงอื่นๆ สามารถจอดรถได้ตามปกติ ซึ่งเจนี่ไม่ได้มีนโยบายในการกันหรือล็อกที่จอดรถไว้ แต่ยังไงก็ตามเจนี่ต้องขอโทษลูกค้าของสแมชยิม (ยิมของบุ๋ม) ด้วย ที่ทำให้เกิดปัญหานี้ และเจนี่เชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกๆ คน และทุกๆ ที่ด้วยเกี่ยวกับที่จอดรถ ส่วนเรื่องที่สองที่อยากพูดคือเรื่องของสัญญาเช่า” เจนี่กล่าว

         ก่อนที่ทนายเจมส์ จะเป็นผู้ชี้แจงเรื่องสัญญาเช่าต่อว่า

         "ในเรื่องของสัญญาเช่า เท่าที่มีสัญญาเช่าระหว่างคุณอาทิตย์ (หุ้นส่วนของบุ๋ม) กับน้องเจนี่ เป็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อต่อเติมสิ่งปลูกสร้างออกไป เพื่อจะประกอบธุรกิจฟิตเนสหรือสถานที่ออกกำลังกาย ในการประกอบธุรกิจ ทางฝั่งของผู้ให้เช่าคือน้องเจนี่ ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้เช่าคือคุณอาทิตย์หรือก็คือหุ้นส่วนของคุณบุ๋มได้ใช้พื้นที่แล้ว โดยการต่อเติมตกแต่งสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา ซึ่งในระหว่างการต่อเติมตกแต่งอาคาร น้องเจนี่ไม่ได้เก็บค่าเช่า ซึ่งสัญญาเช่าระบุว่าจะเริ่มเก็บค่าเช่า เมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ ในระยะเวลาที่ผ่านมามีการวางบิล เพื่อเรียกเก็บเงินตั้งแต่เดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม และน่าจะมีเดือนมิถุนายนด้วย ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด แต่ยังไม่มีการชำระทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าค้างบริการ จากทางฝั่งของสแมชยิม ซึ่งในสัญญาเช่าหลัก กำหนดไว้ชัดเจนว่า ถ้ามีการผิดนัดหรือผิดสัญญา ไม่ชำระค่าเช่า 2 งวด ฝ่ายของผู้ให้เช่า สามารถยกเลิกสัญญาได้ อันนี้คือข้อที่1 ข้อที่2 ในหนังสือสัญญาข้อ 7.5 ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำให้อีกฝ่ายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถ้าฝ่ายหนึ่งทำให้อีกฝ่ายเสื่อมเสียชื่อเสียง ฝ่ายหนึ่งสามารถขอยกเลิกสัญญาได้ ส่วนข้อที่ 3 มีประเด็นเรื่องของการประกอบธุรกิจ คุณบุ๋มประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสถานที่ออกกำลังกาย และฟิตเนส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีการประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือจากฟิตเนส ซึ่งให้ทางน้องเจนี่เป็นคนพูดดีกว่า”ทนายเจมส์กล่าว

         นางเอกสาวอธิบายต่อว่า 

         “เจนี่ขอขยายความนิดหนึ่งนะ 911 เจนี่เป็นเจ้าบ้าน แล้วเจนี่มีลูกบ้านหลายคนคือ เนเวอร์เซย์คัท ของคุณนานา ไรบีน่า มีแคลโรลี่โปรเจกท์ มีบล็อก มีซุมบ้า มีมวย มีคอฟฟี่คลับ และสแมชยิม ซึ่งแต่ละบ้านจะทำธุรกิจที่ไม่เหมือนกัน และธุรกิจหลักของสแมชยิม คือต้องทำการยกเวท และต้องไม่มีส่วนอื่นๆ เลย ซึ่งตัวพี่บุ๋มเอง มีการทำคลาสเต้นขึ้นมา ซึ่งมันตรงกับคลาสซุมบ้า ที่มันตรงกับของเจนี่ที่มีอยู่ใน 911 และที่สำคัญคือมีโยคะ และ 911 ก็สอนโยคะด้วย อีกอย่างคือเรื่องของอาหารคลีน ซึ่ง 911 มีขายอาหารคลีน เป็นแคลลอรี่โปรเจกท์ และมีน้ำดื่ม แต่ตอนนี้พี่บุ๋มก็มีขายน้ำด้วยเหมือนกัน”เจนี่กล่าว

'เจนี่' เคลียร์ชัดยอมจ่ายเงินให้ 'บุ๋ม' จบปัญหา (มีคลิป)

        ด้านทนายเจมส์ กล่าวเสริมต่อว่า อาจยกเลิกสัญญาเช่าและชดเชยค่าก่อสร้างให้บุ๋ม 

       “ช่วงระหว่างที่น้องเจนี่เงียบหายไป มีการไปพูดกันบ้างแล้ว ข้อตกลงหลักๆ คือจบแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีความลำบากใจ ที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ก็อาจจะยกเลิกสัญญาเช่า และอาจจะมีการชดเชยที่พี่บุ๋มมีการก่อสร้างไป ตามที่พี่บุ๋มได้เสนอมาก่อนหน้านี้ โดยน้องเจนี่อยากจะยุติปัญหาแล้ว ไม่อยากให้ลำบากใจทั้งสองฝ่าย น้องเจนี่เลยตอบตกลงพี่บุ๋มไปว่าจะยอมซื้ออาคารทั้งหมดในราคา 3 ล้านบาท ตามที่พี่บุ๋มเสนอมา ส่วนกำหนดย้ายออก เป็นข้อปีกย่อยที่ยังไม่สรุปกัน (บุ๋มให้สัมภาษณ์ว่า รอสัญญาจนไม่ได้จ่ายค่าเช่า) ต้องบอกก่อนว่าสัญญาหลัก ยังมีอยู่และไม่ได้ตกเป็นโมฆะ สัญญาหลักจะตกเป็นโมฆะได้ มันต้องมีวัตถุประสงค์ ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฏหมาย แต่นี่สัญญาเช่ามีการเซ็นต์ระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่า ครบถ้วนสมบูรณ์ จึงไม่ได้ตกเป็นโมฆะ ฉะนั้นสัญญาหลัก ที่ให้ไว้มันสามารถจะใช้ประกอบกับทางบัญชี ในการวางบิลเพื่อจ่ายเช็คในการชำระหนี้ค่าเช่าได้ ซึ่งทั้งหมดเรามีการคุยกันเบื้องต้นกับคุณบุ๋มแล้ว เหลือแค่รายละเอียดปีกย่อย ว่าจะย้ายยังไงเมื่อไหร่ แต่ผมไม่ขอพูดในรายละเอียด หลักๆ คือลำบากใจที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว และทางน้องเจนี่จะมีการชำระค่าก่อสร้างให้” ทนายเจมส์กล่าว

       ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงมิตรภาพที่มีต่อกันระหว่าง บุ๋ม กับ เจนี่ ซึ่งเจนี่กล่าวโดยสรุปว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของธุรกิจ ระหว่าง 911 กับสแมชยิม ส่วนตัวยังมีความเคารพในตัวบุ๋มเป็นพี่สาวเหมือนเดิม รวมถึงพร้อมจะขอโทษทางลูกค้าแมชยิม ต่อไปนี้จะปฏิบัติให้ดีขึ้น รวมถึงปัญหาที่จอดรถจะหาเพิ่มขึ้นด้วย 

         ส่วนเรื่องที่ฝั่งบุ๋ม กล่าวว่ามีการส่งไลน์หา และไม่ได้รับการตอบรับกลับมา เจนี่ กล่าวว่า ไม่ได้ติดต่อกับเจนี่โดยตรง แต่มีการติดต่อผ่านคนกลาง และตัวบุ๋มไม่เคยมีคุยกับเธอโดยตรง แต่เธอเคยคุยกับเอก (เอกริน สามีบุ๋ม) ซึ่งเป็นสามีของบุ๋ม ซึ่งเจนี่รับรู้เรื่องที่จอด เลยพยายามแก้ปัญหาโดยไปเช่าที่จอดข้างๆ แต่ความจริง แค่ชั่วโมงเดียวใน 4 วันที่มีปัญหาเรื่องที่จอดจริงๆ และตัวเธอไม่ได้อยู่ที่ยิมทุกวัน เพราะฉะนั้นเธอจะเข้ามาเดือนละ 2 ครั้ง ปัญหาทุกอย่างอาจจะไม่ได้เข้าถึงเธอโดยตรง 

'เจนี่' เคลียร์ชัดยอมจ่ายเงินให้ 'บุ๋ม' จบปัญหา (มีคลิป)

         ส่วนเรื่องสัญญาที่ทางทางฝ่ายบุ๋มระบุว่ายังไม่ได้ เจนี่กล่าวว่าสัญญาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก

         “เอาอย่างนี้ดีกว่า สัญญาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกในชีวิตของเจนี่ เพราะฉะนั้นการที่เจนี่จะทำสัญญาอะไรขึ้นมาใหม่ เจนี่ต้องดูอย่างละเอียดและรอบคอบ เจนี่เพิ่งเปิดยิมนี้มาได้ 2 เดือนกว่า สัญญาเหมือนชีวิตของเจนี่มั้งชีวิต ซึ่งเจนี่ได้คุยกับพี่ทนายแล้ว สัญญาเก่ายังมีผลอยู่ ไม่ได้เป็นโมฆะ ฉะนั้นการทำสัญญาใหม่ พอเจนี่เห็นคลาสที่ตรงกัน หรือเห็นการที่เรายื่นใบวางบิลไปแล้ว แต่สแมชยังไม่ได้จ่าย เพราะฉะนั้นการที่เจนี่เขียนสัญญาใหม่ เจนี่ต้องคิดทบทวนให้ดี รายละเอียดต้องมีมากขึ้น การที่เจนี่มาพูดวันนี้ เพื่ออยากให้ทุกคนรู้ในข้อที่ยังไม่ได้รู้ เจนี่ต้องบอกก่อนว่า เริ่มแรกทำธุรกิจ เจนี่มาทีหลัง เจนี่มีหุ้นของเจนี่อีกคนหนึ่ง แต่เจนี่ไม่ขอเอ่ยถึงเรื่องตรงนั้น ความจริงเป็นปัญหาที่เจนี่เคลียร์กันเอาเอง และมีคุณบุ๋มอยู่ ซึ่งคนที่เคยเป็นหุ้นส่วนกับเจนี่กับคุณบุ๋มหุ้นกันอยู่ ซึ่งเจนี่มาทีหลัง แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ กลับกลายเป็นว่าเจนี่มาเช่าพื้นที่ตรงนี้คนเดียว พื้นที่ตรงนี้เป็นของเจนี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนพี่บุ๋มเป็นผู้เช่า แต่ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น ถามว่าอยากให้เรื่องนี้จบยังไง เจนี่ไม่อยากให้ทะเลาะกันเอง และเจนี่จะไม่ตัดสินอะไรทั้งนั้น เจนี่อยากให้สิ่งที่เจนี่พูดในวันนี้เป็นเหมือนข้อมูลอีกฝั่งหนึ่ง นอกจากพี่บุ๋มพูดข้อเท็จจริง เจนี่เองก็ต้องพูดในข้อเท็จจริงของฝั่งเจนี่ด้วย คุณผู้ชมจะได้ตัดสินเองมากกว่าที่เจนี่จะมาบอกว่าอะไรถูก อะไรผิด ส่วนเรื่องนัดเจอซึ่งๆ หน้า เจนี่ว่ามันเลยตรงนั้นมาแล้ว เจนี่ให้พี่ทนายเป็นคนไปคุยแล้ว ถามว่าต่อไปนี้อยากทำธุรกิจร่วมกับใครมั้ย ไม่” เจนี่กล่าวสรุป