บันเทิง

รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 26

รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 26

29 มิ.ย. 2559

‘เฉินหยู่ซี’ ร้องเพลง ‘ฟางจ่านเฉิง’ เล่นเปียโนให้

    ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีขับรถออกนอกเมือง
    “คิดแล้วตอนนี้ บางครั้ง ก็ยังคิดถึง ตอนที่เธอเป็นพยาบาลพิเศษ”
    “เพราะอะไร”
    “ก็เพราะตอนนั้น เราอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง ถึงตอนนี้เราจะเจอหน้ากันทุกวัน แต่กลับรู้สึกว่าเวลาที่อยู่ด้วยกัน น้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะเลย”
    “นั่นสิ แม้เรื่องเพิ่งจะเกิดขึ้น แต่กลับรู้สึก เหมือนมันผ่านมานานแล้ว”
    ทั้งสองมาถึงโรงแรม ปรากฎว่าต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน พอบริกรไปแล้วฟางจ่านเฉิงจึงถามว่า
    “มีอะไรเหรอ ฉันจำได้ว่าเธอจองสองห้อง”
    “อ้อ ก็ โรงแรมบอกว่าระบบคอมฯเกิดขัดข้อง ก็เลยเอาห้องที่เราจองไว้ให้คนอื่นไป ทางโรงแรมเชดเชยห้องนี้ให้ และยังมีดินเนอร์ให้พวกเราฟรีด้วย”
    “รอบคอบขนาดนั้น”
    เฉินหยู่ซียิ้ม “อืม ฉันก็ว่าที่นี่บริการดี”
    “ใช่ บริการดีมาก”
    “เป็นไง ฉันจองโรงแรมเก่งใช่มั้ย” เฉินหยู่ซีคุย ฟางจ่านเฉิงยิ้มๆ
    ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีนั่งดินเนอร์ใต้แสงเทียน
    เฉินหยู่ซีว่า “คุณรู้ไหม นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันดินเนอร์ใต้แสงเทียน”
    “วันนี้พวกเราก็โชคดีสินะ ได้ดินเนอร์ฟรีใต้แสงเทียน”
    “ใช่แล้ว โชคดีจริงๆ งั้นต้องกินให้มากหน่อย ชนแก้ว” เฉินหยู่ซีหยิบแก้วไวน์
    ฟางจ่านเฉิงยื่นแก้วชน “เชียร์ส”
    เฉินหยู่ซีขอตัวลุกขึ้นไป ฟางจ่านเฉิงมองตามไป เห็นเฉินหยู่ซีไปบอกให้นักดนตรีเล่นเพลงแล้วเธอก็ร้อง ฟางจ่านเฉิงมองยิ้มก่อนลุกขึ้นไปขอนักดนตรีเล่นเปียโนเอง ทั้งสองเล่นดนตรีร้องเพลงอยู่คู่กัน
    ทั้งสองกลับมานั่งที่โต๊ะ เฉินหยู่ซีเอ่ยว่า
    “แต่ก่อนตอนอยู่ที่บ้านคุณ ฉันชอบคิดเสมอ ใครเป็นเจ้าของเปียโนหลังนี้นะ ไม่คิดว่าเป็นคุณ”
    “เล่นได้เพลงเดียว” ฟางจ่านเฉิงลุกขึ้นมาส่งพวงโคมลอยอันน่ารักให้
    เฉินหยู่ซีอึ้ง “นี่ นี่คือ”
    “ก่อนนี้เธอช่วยให้ฉันอธิฐานของฉันเป็นจริง ตอนนี้ ฉันขอฝากความสุขของฉันไว้ในมือเธอ ไม่มีเธอ ฟางจ่านเฉิงก็ไม่มีความสุข ดังนั้น เธอต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี”
    เฉินหยู่ซีรู้สึกสุขใจอย่างมาก “ถ้าเราสามารถ หยุดเวลาไว้ ณ ตรงนี้ได้ ก็คงจะดี”
    ฟางจ่านเฉิงจับข้อมือเธอแล้วหยุดเวลา ทั้งยังหยุดเวลาของตัวเองด้วย
    “ดูสิ ตอนนี้เวลาของเราหยุดลงชั่วคราวแล้ว หยุดไว้ ณ วินาทีนี้”
    “หยุดไว้ ณ วินาทีนี้”
    ในห้องพัก ฟางจ่านเฉิงอาบน้ำออกมา เฉินหยู่ซีก็บอกว่าเจอเกมเศรษฐีในห้องเลยเอามเล่น ว่าแล้วก็ชวนฟางจ่านเฉิงเล่นด้วยกัน ต่างผลัดกันโดนปรับ จนเฉินหยู่ซีได้ใบหนึ่งแล้วนิ่งไป ฟางจ่านเฉิงถามว่าทำไมเหรอ
    เฉินหยู่ซีหันให้ดู “แบ่งให้คนละ10% ของทรัพย์สิน”
    “หยู่ซี นี่เป็นแค่เกมส์ ไม่ต้องจริงจังนัก มีโอกาสกับมีดวงมันแค่ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ก็แค่เริ่มเกมส์ใหม่เท่านั้น”
    “นั่นสิ เพราะไม่อาจรู้อนาคต เราจึงไม่อาจรู้ได้ว่า เราจะเดินไปเจอกับอะไรบ้าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรา อาจเลือนหายไปเมื่อไหร่ก็ได้ ก็เหมือนกับตอนนี้”
    “หยู่ซี มันน่าเศร้าขนาดนั้นเลยเหรอ งั้น ฉันไม่เอาก็ได้”
    “ไม่ได้ ฉันเป็นคนเคารพกติกามาก ถ้าเธอไม่เอาฉันจะโกรธ”
    ฟางจ่านเฉิงเลยชวนเล่นต่อ แต่เฉินหยู่ซีเริ่มงอแง
    “โอ้ยเหนื่อยจัง ฉันปวดเมื่อยไปหมด บอส คุณช่วยนวดให้ฉันหน่อยได้มั้ย ขอร้องล่ะ ได้ป่ะ ขอร้องนะ ขอร้อง ขอ”
    เฉินหยู่ซีลงนอนที่เตียงให้ฟางจ่านเฉิงนวดให้
    ฟางจ่านเฉิงถาม “แรงไปมั้ย”
    “โอ้ ไม่ กำลังดีเลย โอ้ คุณนี่เก่งจริงๆ เลย ฉันควรจะเรียนวิชากับคุณไว้บ้าง จะได้นวดให้แม่บ้าง ขอบคุณมาก”
    “เรื่องอะไร”
    เฉินหยู่ซีหันมาคุย “อยู่กับคุณ ฉันเป็นตัวเอง เล่นสนุก ออดอ้อน ได้ทำสิ่งที่ต้องการอย่างอิสระ คุณดีกับฉันม๊ากมาก”
    “พูดจริงน่ะ เหมือนอย่างที่เธออ้อนฉันอยู่นี่ไง”
    “เห็นชัดอย่างนั้นเชียว”
    ฟางจ่านเฉิงยิ้ม “ชัดเจนมาก”
    “เป็นเพราะคุณชอบตามใจฉันมาก ไม่ว่าฉันทำอะไรคุณก็ไม่เคยโกรธ”
    “เพราะสิ่งที่เธอทำ เธอทำเพื่อคนอื่น คิดแทนคนอื่นเสมอ แล้วฉันจะโกรธเธอได้ยังไงกัน”
    “โอ้ ที่นี่สบายจังเลย ฉันง่วงนอนแล้ว”
    “ดี งั้นเธอรีบพักผ่อน เอ๊าะ ฉันไปนอนห้องข้างๆ” ฟางจ่านเฉิงจะลุกไปแต่เฉินหยู่ซีดึงเขาลงมานอนด้วย ฟางจ่านเฉิงตกใจเล็กๆ “หยู่ซี”
    เฉินหยู่ซีหันหลังอมยิ้ม “good night”
    ฟางจ่านเฉิงนอนกอดเธอไว้ “good night”
    เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินหยู่ซีตื่นขึ้นมาก่อน เธอนอนมองฟางจ่านเฉิงด้วยความรัก แล้วรู้สึกเศร้าๆ เมื่อคิดถึงที่พีเจียนคุยกับสวีหย่าถี แล้วยังความกังวลที่ฟางจ่านเฉิงมีให้กับสวีหย่าถี ทำให้เธอยิ่งคิดหนักจนร้องไห้ออกมา
    “ไม่ต้องกังวล พี่สาวจะต้องมีชีวิต อยู่ต่อไป”
    เฉินหยู่ซีเช็ดน้ำตาแล้วจุ๊บที่หน้าผากฟางจ่านเฉิง ทำให้เขารู้สึกตัวตื่น
    “ฉันทำให้คุณตื่น”
    “ฉันดีใจมากที่เธอปลุกฉันด้วยวิธีนี้”
    เฉินหยู่ซีว่า “พวกเรา อยู่ด้วยกันตั้งแต่เมื่อวาน”
    ฟางจ่านเฉิงมองนาฬิกา “ใช่แล้ว 24 ชั่วโมง 15 นาที”
    “คุณรู้ คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”
    “แต่ฉันคิดว่า มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากว่าคำถามนี้อีก”
    เฉินหยู่ซีแปลกใจ “เรื่องอะไร”
    “ก็เรื่อง ฉันชอบที่เธอจัดเรื่องน่าประทับใจนี้ให้ ขอบใจมากหยู่ซี”

    หลี่โป๋เยี่ยนถามวาเนสซ่าว่าประธานเกาเป็นไงบ้าง วาเนสซ่าหน้าเครียดตอบว่า
    “ยังไม่ฟื้น ข่าวแพร่เร็วจริงๆ”
    “อืม ผมว่า น่าจะเป็นคนใน ที่จงใจแพร่ข่าวออกไป”
    “นี่หล่ะเกาเติง ไม่คิดว่ากรรมการพวกนี้จะทำกันได้ขนาดนี้ แม่ฉันเพิ่งเข้าโรงพยาบาลพวกเขาก็ลงมือ”
    “วาเนสซ่า ผมรู้ว่าช่วงนี้คุณต้องดูแลท่านประธานและงานที่ออฟฟิศ แต่ไม่ว่าจะยังไง คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี พักผ่อนให้มาก อย่าหักโหมเกินไป สุขภาพของแม่ส่งผลถึงสุขภาพของเด็ก”
    “ฉันรู้”
    “หากคุณต้องการความช่วยเหลือ โทรหาผมได้ทุกเมื่อ”
    “ขอบคุณ” วาเนสซ่ารู้สึกดีขึ้น
    “ยังไม่ทานข้าวใช่มั้ย ผมจะไปซื้อให้” หลี่โป๋เยี่ยนเดินไปเลย
    หลี่โป๋เยี่ยนแวะเข้าไปดูสวีหย่าถีที่ห้องพักในโรงพยาบาล พอเห็นพ่อกับสวีหย่าถีงงว่าเขาคือใครก็รีบขอโทษบอกว่าเข้าห้องผิด
    เฉินหยู่อันมาเล่นกับเด็กๆ แต่เด็กๆ ถามหาเซี่ยเฟยเฟย เฉินหยู่อันว่าคงไม่มาแล้ว แต่ทันใดนั้นเซี่ยเฟยเฟยก็นำชุดของเล่นมาให้เด็กๆ แล้วชวนเล่นนิทานสโนวไวท์ บอกให้เด็กๆ ไปแต่งตัว เซี่ยเฟยเฟยหันมาทางเฉินหยู่อัน
    “เฉินหยู่อัน ให้เวลาเธอ 1 นาที”
    เฉินหยู่อันตกใจ “ห๊า”
    “ดูสิเธอเลือกที่จะหลบหน้าฉัน หรือจะเป็นเพื่อนกันต่อไป เริ่มจับเวลา เหลือ 30 วินาที ถ้าเธอเสียใจตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทัน เธอไม่เลือกที่จะหลบหน้าฉัน ฉะนั้นเรา ยังเป็นเพื่อนกันต่อไป”
    “พวกเราเป็นเพื่อนกันเสมอ” เฉินหยู่อันว่า
    จากนั้นทั้งสองก็เล่นนิทานสโนวไวท์ เด็กๆ เป็นคนแคะให้เซี่ยเฟยเฟยเป็นสโนวไวท์นอนอยู่ เด็กๆ บอกให้เฉินหยู่อันเป็นเจ้าชายมาจุมพิต แต่เฉินหยู่อันไม่กล้า ขอเปลี่ยนเป็นเด็กหญิงมาเล่นเป็นสโนวไวท์แทน เซี่ยเฟยเฟยได้แต่เซ็งๆ
    เฉินหยู่อันกับเซี่ยเฟยเฟยเดินคุยกันมา
    เซี่ยเฟยเฟยว่า “เห็นเด็กๆ พวกนี้แล้ว ฉันถึงรู้ว่าฉันโชคดีแค่ไหน”
    “ทำไมอยู่ๆ ก็พูดอย่างนี้”
    “แม่แท้ๆ ของฉันตายตั้งแต่ฉันยังเด็ก แล้วพ่อก็แต่งงานใหม่ แม่ก็รักฉันเหมือนลูกของตัวเอง ฉันโชคดีจริงๆ”
    “แม่ฉันก็ดีกับฉันมาก ขอแค่ฉันอยากทำแม่จะเอาใจช่วยและส่งเสริมเต็มที่ ฉันก็คิดว่าฉันโชคดี ทำไมเหรอ”
    เซี่ยเฟยเฟยย้อนว่า “แล้ว คุณป้าล่ะมีความสุขมั้ย”
    เฉินหยู่อันนิ่งไป เซี่ยเฟยเฟยตัดบทว่า “ไม่มีอะไร ฉันรู้ว่าเธอกตัญญ และดีกับแม่มาก เพียงแต่ คุณป้าต้องการอย่างนี้หรือ หรือเธอ คิดว่าแม่เธอต้องการอย่างนี้” พอดีมีเสียงโทรศัพท์มา “แป๋บนึงนะ ฮัลโล หม่ามี้ อื้ม อ้อ ได้ค่ะ หนูจะไปเดี๋ยวนี้ บ๊ายบาย”
    เซี่ยเฟยเฟยหันมาบอกเฉินหยู่อัน “ขอโทษทีแม่ฉัน แม่ฉัน อยากเรียนทำอาหารและอยากให้ฉันเรียนด้วย แม่อยากทำ ฉันก็ทำทุกอย่างให้แม่พอใจ ฉันว่าแม่ต้องชอบและมีความสุขมาก เอาละ งั้นฉันไปก่อนนะ ไว้ฉันทำเป็นแล้วจะลองทำให้เธอกิน รอไปก่อนนะ บ๊ายบาย”
    เฉินหยู่อันรู้สึกคิดถึงสิ่งที่แม่และพี่สาวเคยพูดกับเขา
    ที่โรงพยาบาล ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีเดินมาด้วยกัน และได้ยินวาเนสซ่ากำลังคุยโทรศัพท์พอดี
    “ใช่ ฉันรู้ ไม่ใช่จะไม่ให้ฉันโกรธได้ยังไง แม่ฉันเป็นความดันเข้าโรงพยาบาล กรรมการพวกนั้นก็ก่อหวอด เฮ้ย..พวกเขาจะเอายังไงกันแน่ ได้ ได้ ได้ฉันกลับไปจัดการ แค่นี้ก่อน”
    ฟางจ่านเฉิงพาเฉินหยู่ซีเดินมาหาวาเนสซ่า
    “วาเนสซ่า บังเอิญได้ยินคุณคุยโทรศัพท์ ประธานเกาอาการดีขึ้นมั้ย”
    วาเนสซ่ามองทั้งสองคน “ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก”
    ฟางจ่านเฉิงกล่าวว่า “ถ้าต้องการความช่วยเหลือ ไม่ต้องเกรงใจ”
    วาเนสซ่ามองมือฟางจ่านเฉิงที่จับเฉินหยู่ซีไว้ตลอดก่อนตอบว่า “ขอบคุณ”
    “พวกเราขอตัวก่อน”
    ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีไปจะถึงห้อง พี่เจียนก็วิ่งมาบอกว่าสวีหย่าถีหายไป สอบถามจากพยาบาลก็บอกว่าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ทั้งสามพยายามโทรติดต่อก็ไม่ติด ต่างเป็นห่วงมาก
    สวีหย่าถีให้พ่อพามาหาที่พัก บอกว่าไม่อยากให้ทุกคนลำบาก เราอยู่กันสองคนพ่อลูกก็มีความสุขดีไม่ใช่หรือ พ่อยอมตามใจสวีหย่าถี 
    หลี่โป๋เยี่ยนแอบตามสองพ่อลูกมา แล้วโทรหาเฉินหยู่ซีให้ออกมาพบถ้าอยากทราบที่อยู่สวีหย่าถี
    ฟางจ่านเฉิงมากับเฉินหยู่ซี หลี่โป๋เยี่ยนจ้องฟางจ่านเฉิง
    “คุณก็มาด้วย”
    ฟางจ่านเฉิงถาม “คุณรู้ว่าหย่าถีอยู่ที่ไหน”
    หลี่โป๋เยี่ยนเมิน “ใช่”
    “คุณรู้ได้ยังไง”
    หลี่โป๋เยี่ยนเยาะ “คุณอยากรู้ว่า ฉันรู้ได้ยังไงหรือ อยากรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน”
    ฟางจ่านเฉิงร้อนใจ “รู้ก็รีบบอกมา”
    “หึ หยู่ซี ครั้งที่แล้วที่เจอคุณ ก็นึกว่าหยู่อันเป็นอะไรไป เหมือนว่า คุณจะไปเยี่ยมคุณสีสินะ”
    ฟางจ่านเฉิงถาม “คุณรู้จักหย่าถี?”
    “แล้วยังไงล่ะ”
    ฟางจ่านเฉิงเสียงดัง “เธออยู่ที่ไหน?”
    “ที่ผมนัดมาคือหยู่ซี”
    เฉินหยู่ซีมองทั้งสองแล้วหันมาบอกฟางจ่านเฉิง “คุณออกไป รอฉันข้างนอกก่อนนะคะ”
    หลี่โป๋เยี่ยนบอกเฉินหยู่ซี “นั่งสิ อยากดื่มอะไร?”
    “หย่าถีอยู่ที่ไหนกันแน่”
    “เหมือนว่า ฟางจ่านเฉิงจะยังไม่รู้ว่า คุณสีคิดยังไงกับเขาสินะ คุณไม่อยากให้เขารู้เหรอ”
    “คุณบอกฉันก่อนได้ไหมว่า...”
    “ผมเข้าใจแล้ว” หลี่โป๋เยี่ยนยอมบอกที่อยู่ให้

(จบตอนที่26)