
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone like you ตอน 25
‘ฟางจ่านเฉิง’ บอกออกรายการว่า ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังเขาคือ ‘เฉินหยู่ซี’
ที่โบสถ์ เข้ามาสารภาพบาปซึ่งเฉินหยู่อันกำลังทำหน้าที่บาทหลวง
“คุณพ่อ ฉันมีบาป ฉันชอบบาทหลวงคนหนึ่ง” เฉินหยู่อันอึ้งไป “ฉันรู้ว่าไม่สมควร แต่ฉันไม่สามารถควบคุมมันได้จริงๆ เมื่อฉันถูกใส่ความว่าขโมยหมา เขาก็ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้ เขารู้ว่าฉันเป็นคนแพ้ขนหมา ยังช่วยพาฉันไปหาหมอ ในเวลาที่ฉันเสียใจ เขาห่วงใยฉัน อยู่ข้างกายฉัน พาฉันไปกินหมี่ เมื่อฉันแอบรักพี่ชายแบบไร้สติ เขากลัวฉันคิดไม่ได้ เขาพาฉันไปโรงเลี้ยงเด็ก ให้ฉันได้มองโลกอย่างชัดเจน ในชีวิตจริงมีหลากหลายวิธีที่ทำให้เราและคนรอบข้างอยู่อย่างมีความสุข เขาดีอย่างนี้ ฉันจะไม่แอบชอบเขาได้ไง ฉันไม่เคยคิดให้เขาตอบรับความรู้สึกของฉัน ฉันแค่หวังว่า ให้พวกเราเป็นเหมือนเดิม ไปหาเด็กๆ ที่โรงเลี้ยงเด็กด้วยกัน ร่วมแบ่งปันทุกข์สุขในชีวิตด้วยกัน ขอแค่นี้เท่านั้น ฉันสารภาพจบแล้ว” เฉินหยู่อันได้แต่นิ่งอึ้ง
เซี่ยเฟยเฟยไปหาหวางอี้เจิน นางดีใจมาก หวางอี้เจินชวนคุยแล้วถามเรื่องเฉินหยู่อัน เซี่ยเฟยเฟยยอมรับว่าชอบเขามาก แต่ก็ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ หวางอี้เจินเองก็อยากให้เฉินหยู่อันมีคนรัก แล้วนางก็ชอบเซี่ยเฟยเฟยมาก แต่ก็ไม่อยากขัดความตั้งใจของเฉินหยู่อัน
ที่สตูดิโอ พิธีกรคุยเรื่องงานกับฟางจ่านเฉิง ซึ่งกำลังถ่ายทอดพอดี สวีหย่าถีกลับเข้าบ้านมาเห็นก็ดูอย่างชื่นชม จนพิธีกรถามฟางจ่านเฉิงว่า
“มักพูดกันว่าเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายโดยมากแล้วจะมีผู้หญิงอยู่เบื้องหลัง ไม่ทราบว่าคุณฟางมีคนรักที่คบหากันอยู่หรือเปล่า” ฟางจ่านเฉิงนิ่งอึ้งไปนิดมองไปทางที่เฉินหยู่ซีนั่งอยู่ “คุณฟางคะ คำถามนี้ฉันเป็นตัวแทนของผู้ชมที่เป็นผู้หญิงทั้งประเทศถามค่ะ ฉะนั้นคุณไม่ตอบไม่ได้”
“ครับ มีผู้หญิงเก่งคนหนึ่งที่คอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจผม”
“อ้อ คงไม่ใช่คนเมื่อครู่ที่คุณแนะนำ....”
ฟางจ่านเฉิงรับ “ครับ”
เฉินหยู่ซีหน้าเหวอ กล้องหันมาจับภาพที่เธอ เธอรีบหลบ
ด้านสวีหย่าถีดูภาพนั้นแล้วรู้สึกใจเต้นแรงมากขึ้นๆ ในที่สุดเธอก็หมดสติไป หวางอี้เจินที่กลับเข้าบ้านมาเห็นตกใจมากรีบโทรเรียกรถพยาบาล
หลังจบรายการ ฟางจ่านเฉิงก็ขอตัวกลับเลย เขาเดินมาหาเฉินหยู่ซีที่ยังนิ่งไม่กล้าเดินไปไหนเพราะคนมองอยู่
ฟางจ่านเฉิงถาม “หยู่ซีเป็นอะไร”
เฉินหยู่ซีอาย “ทุกคนกำลังมองฉัน แล้วฉันจะเดินออกไปยังไง”
ฟางจ่านเฉิงแปลกใจ “ไปยังไง”
เฉินหยู่ซีก้มหน้า “อืม”
ฟางจ่านเฉิงจับมือเฉินหยู่ซีเดินไปด้วยกัน “ก็ไปแบบนี้”
เฉินหยู่ซีเหวอไป พอออกมาได้นิดก็มีโทรศัพท์เข้ามา “บอสรอก่อนค่ะ รับโทรศัพท์ก่อน ฮัลโลแม่ อะไรนะ”
ที่โรงพยาบาล ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีรีบเข้ามาดูอาการของสวีหย่าถี ซึ่งหวางอี้เจินเฝ้าอยู่ หมอบอกว่าอาจเป็นการไม่ตอบสนองการเปลี่ยนถ่ายต้องตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง
คืนนั้นเฉินหยู่ซีจะขอนอนเฝ้า ฟางจ่านเฉิงได้แต่เตือนให้เธอดูแลสุขภาพตัวเองด้วย พอดีพี่เจียนมาถึงแล้วบอกว่าจะเฝ้าเอง
ฟางจ่านเฉิงมาส่งเฉินหยู่ซีขึ้นกระเช้า แล้วเขาก็กลับมานั่งคิดเรื่องสวีหย่าถีในรถ จนเฉินหยู่ซีกลับมาเรียก ทั้งสองจึงมานั่งคุยที่บันได
“บอส พวกเราตกลงกันแล้วนี่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องไม่ปิดบังอีกฝ่าย คุณคงกำลังกลุ้มใจกับเรื่องหย่าถีใช่มั้ย”
“ใช่ อาการวันนี้ของหย่าถีทำให้ฉันเป็นห่วงแล้วก็กลัวด้วย ถ้าเกิดผลการตรวจออกมา ... ฉันไม่รู้ควรจะทำอย่างไรดี”
“ไม่หรอกค่ะ คุณอย่าคิดมากเลย รอผลตรวจออกมาก่อน ฉันเชื่อว่าคุณหมอต้องมีวิธีรักษาแน่นอน หย่าถีเธอ ไม่เป็นอะไรหรอก”
“ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง”
“บอกแล้วว่าอย่าพูดขอโทษ ที่จริง ต่อหน้าฉัน คุณไม่ต้องปิดบังอารมณ์ด้วย คุณสามารถอ่อนแอ หรือท้อแท้ สามารถพึ่งพิงฉัน ให้ฉันช่วยคุณบ้าง คนสองคนอยู่ด้วยกัน จะต้องคอยช่วยเหลือกัน ดูแลกันและกัน ไม่ใช่หรือคะ” ฟางจ่านเฉิงยิ้มๆ ให้
วันรุ่งขึ้น พี่เจียนคุยกับสวีหย่าถี
“เฮ่อ พูดตรงๆ แล้วกัน ฉันเห็นเรื่องที่หยู่ซีและคุณฟางคบกันจากทีวี”
“อืม คุณฟางเขา เป็นคนดี หยู่ซีอยู่กับเขา จะต้องมีความสุขแน่ แบบนี้ฉันก็วางใจ” สวีหย่าถีฝืนยิ้ม
“เธอวางใจได้ เธอพูดแบบนี้เหมือนกับว่าหยู่ซีเป็นเหมือนคนในครอบครัวงั้นแหละ”
“หยู่ซีเป็นเหมือนน้องฉันค่ะ”
“ฉันรู้แล้ว เธอเห็นเขาเป็นเหมือนน้องสาวของเธอมาตลอด แต่ความหมายฉันก็คือ”
สวีหย่าถีขัด “พี่เจียน หยู่ซีถือว่าเป็นน้องสาวของฉันค่ะ หัวใจของพี่สาวเธอ ลั่วหาน อยู่ที่ฉันนี่”
“เธอจะบอกว่า หยู่ซีกับลั่วหานเป็น …”
“เป็นฝาแฝดกันค่ะ”
“เป็นไปได้ยังไง บังเอิญเกินไปแล้ว”
เฉินหยู่ซีจะเข้ามาหาสวีหย่าถีได้ยินเสียงคุยเลยชะงักฟัง
สวีหย่าถีสะอื้น “ฉันก็ว่าบังเอิญค่ะ วาสนาเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่ก็เพราะเป็นเช่นนี้ ฉันหวังว่าหยู่ซีสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุข ฉันหวังว่าหยู่ซีจะมีชีวิตอย่างมีความสุขจริงๆ”
“แล้วเธอล่ะ หืม เธอล่ะ เธอไม่ได้บอกหรือว่าชอบคุณฟาง”
“แต่ฉันคิดว่า เป็นเพราะหัวใจของลั่วหาน อยู่ในตัวฉัน ดังนั้นมันยังจำความรักที่มีต่อคุณฟางได้ ฉันถึงได้รู้สึกแบบนั้น กับคุณฟาง”
“ดังนั้นเธอจะบอกฉันว่า เธอชอบคุณฟางก็เป็นเพราะเรื่องความทรงจำของเซลล์ที่เคยบอกงั้นหรือ ยังจะปิดฉันอีก เป็นอะไรไป เจ็บหัวใจหรือว่าไม่สบายตรงไร เป็นอะไรไป เธอ ดูตัวเองสิ เมื่อกี้ฉันพูดนิดเดียว เธอยังเสียใจขนาดนี้ เธอบอกฉันสิ ว่าที่เข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ เป็นเพราะเธอเห็นเรื่องของหยู่ซีกับคุณฟางในทีวี ดังนั้น เธอก็เลย”
เฉินหยู่ซีฟังแล้วอึ้งไม่กล้าเข้าไปในห้อง เธอหันหลังจะกลับก็เจอหลี่โป๋เยี่ยนยืนอยู่
“ทำไมคุณมาอยู่นี่ได้”
“หยู่ซี”
“ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะคุยกับคุณ ขอโทษนะ” เฉินหยู่ซีเดินหนีไปเลย
หลี่โป๋เยี่ยนยังแอบมองไปในห้องสวีหย่าถี แล้วกลับไปค้นข้อมูลเรื่อง ความทรงจำของเซลล์ แล้วยังเรื่องเหลียงลั่วหานคู่หมั้นที่เสียไปแล้วของฟางจ่านเฉิง
ฟางจ่านเฉิงพาเฉินหยู่ซีมาเยี่ยมสวีหย่าถี ทั้งหมดทักทายกัน สวีหย่าถีเห็นเฉินหยู่ซีนิ่งไปก็ถามว่าไม่สบายเหรอ ดูหน้าตาไม่ดีเลย
เฉินหยู่ซีเข้ามาหาสวีหย่าถี “ฉันไม่เป็นไรจริงๆ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หมอบอกแล้วให้เธอพักผ่อนให้ดีๆ อย่าได้คิดมากเอาแต่ห่วงเรื่องนั้นเรื่องนี้ รู้หรือเปล่า”
พี่เจียนว่า “นั่นสิ ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุด คือต้องดูแลตัวเอง”
สวีหย่าถีมองฟางจ่านเฉิง “จริงสิคุณฟาง เรื่องตกแต่งร้าน ฉันคงทำไม่ได้แล้วค่ะ ขอโทษนะคะ”
“ไม่เป็นไรคุณพักฟื้นให้หายก่อน เรื่องนี้รอให้คุณหายดีแล้วค่อยว่ากันใหม่”
“พี่เจียน ฉันรบกวนพี่หน่อยได้มั้ยคะ ฉันอยากกลับบ้าน”
เฉินหยู่ซีก็ว่า “ไม่ได้นะ ตอนนี้เธอจะกลับบ้านได้ยังไง”
“จริงด้วย เธอเพิ่งตัดเนื้อไปตรวจ จะต้องรอผลออกมาก่อน”
“พวกเรากลับไปอี๋หลัน รอผลออกมาแล้วค่อยมาไทเปใหม่”
ฟางจ่านเฉิงว่า “หย่าถี คุณพักฟื้นอยู่ที่นี่ มีทั้งหมอทั้งพยาบาลคอยดุแลคุณ ไม่ดีกว่าหรือไง”
“จริงด้วย หย่าถีพักอยู่ที่โรงพยาบาลดีกว่า”
“นั่นสิตอนนี้เธออ่อนแอ จะกลับบ้านได้ยังไง”
“แต่ว่าพี่เจียน”
พี่เจียนขัด “เอาล่ะไม่มีแต่ว่า ทำตามที่คุณฟางบอก พักฟื้นอยู่ที่นี่ อย่ามางอแงกับฉันนะ”
เฉินหยู่ซีคิดในใจ “หย่าถีทำแบบนี้ เพราะจะหลบหน้าฉันกับบอสงั้นหรือ”
หลี่โป๋เยี่ยนยังคงช่วยวาเนสซ่าเตรียมงานเตรียมประชุม พอว่างเขาก็ไปขายของ วาเนสซ่าเห็นเข้าพอดี ขณะกินข้าวจึงถาม หลี่โป๋เยี่ยนเล่าว่า
“สำหรับผมแล้ว ใช่ ผมอาศัยงานนี้หาเงินเลี้ยงตัวเองจนเรียนจบม.ปลายกับมหาวิทยาลัย ก็เพราะม.ปลายผมออกมาขายของแบกะดิน ถึงได้สนใจธุรกิจห้างสรรพสินค้า เรียนจบแล้วถึงได้เลือกเข้าเกาเติง เป็นงานแรกของผมเลย”
“คุณชอบธุรกิจห้างถึงขนาดนี้เลยหรอ”
“อืม ธุรกิจนี้ดึงดูดใจผมมาก การหาสินค้าที่ลูกค้าสนใจ หาสินค้าที่ยังอยู่เหนือการรอคอยของพวกเขาได้ ผมว่าเป็นเรื่องท้าทายมาก ธุรกิจนี้ยังแข็งขันดุเดือด เป็นงานที่ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองด้วย รีบกินเถอะ”
คืนวันต่อมา เฉินหยู่ซีมาหาสวีหย่าถีที่โรงพยาบาล สวีหย่าถีถามว่ามาได้ไงต้องไปต่างจังหวัดนี่
“พี่เจียนไม่อยู่ ฉันเป็นห่วงว่าเธอจะอยู่คนเดียว”
“ขอบใจนะ”
“อยากจะสัมผัสการนวดระดับห้าดาว ที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีมั้ย จะบอกให้นะ ฝีมือฉันเป็นผู้ชำนาญการเชียว แม่ฉันยังว่าเสียดายที่ฉันไม่ได้เป็นหมอนวดเชียวนะ”
“หยู่ซี รอเดี๋ยวนะ รอแป๊ปหนึ่ง” สวีหย่าถีหยิบยาทาเล็บมาทาให้ “เสร็จแล้ว”
เฉินหยู่ซีตาโต “โห สวยจังเลย หย่าถีเธอเก่งจังเลย บอกตามตรงนะ ฉันเพิ่งทาเล็บมือเป็นครั้งแรก”
“จริงหรอ แต่มือเธอสวยมากนะ”
“ขอบใจ”
“ขอบใจทำไม พวกเราเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องไม่ใช่หรอ”
“ถูกต้องพวกเราเป็นพี่น้องกัน”
สองสาวถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนาน “ฉันกะพริบตาด้วย ยังขี้เหร่ไม่พอ”
“หย่าถี เธออยู่โรงพยาบาลคนเดียวรู้สึกเหงาหรือเบื่อบ้างมั้ย”
“ก็นิดหน่อย แต่ว่า ตอนนี้มีเธออยู่ด้วยฉันก็ไม่เหงาแล้วล่ะ”
“เธอมีเรื่องอะไรที่คิดอยากจะทำเป็นพิเศษมั้ยฉันทำเป็นเพื่อนเธอได้นะ”
“จริงหรอ”
เฉินหยู่ซีพยักหน้า “อืม”
“ถ้างั้นฉันอยาก ดูหนังผี”
ว่าแล้วเฉินหยู่ซีกับสวีหย่าถีก็ปิดไฟเอาผ้ามาคลุม แล้วดูหนังผีกันส่งเสียงกรี๊ดลั่น จนหัวใจสวีหย่าถีเต้นผิดปกติ เฉินหยู่ซีเห็นก็รีบปิด
“อย่าดูต่อเลย เรื่องนี้ตื่นเต้นเกินไป ไม่ได้ไม่ต้องดูแล้ว ขอโทษทีฉันเลินเล่อไป ขอโทษด้วย”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ”
“หย่าถี เธอรู้มั้ย นอกจากพี่เจียนกับพ่อเธอ ฉันกับบอสต่างก็ห่วงเธอ เธอต้องทำตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด อย่าคิดออกจากโรงพยาบาลอีก ได้มั้ย” เฉินหยู่ซีพูดจริงจัง สวีหย่าถีพยักหน้าแทนคำตอบ
(จบตอนที่25)



