บันเทิง

บทความบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย

บทความบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย

26 มิ.ย. 2559

คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล


          หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557  เป็นต้นมานั้น ทำให้การเมืองไทยมีสถิติใหม่เกิดขึ้นหลายอย่างที่น่าสนใจ ดังนี้ครับ
    

          (1)การยึดอำนาจการปกครองประเทศโดยทหารในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 26 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยใน 26 ครั้งที่ผ่านมา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ  
    

          1.1  เป็นการ “ปฏิวัติ” (การยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง) 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย   
    

          1.2  เป็นการ “รัฐประหาร” (กองทัพยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล) รวม 13 ครั้ง  
    

          1.3 ที่เหลืออีก 13 ครั้ง เป็นการยึดอำนาจไม่สำเร็จ คณะผู้ก่อการจึงกลายเป็น “กบฏ” มีโทษประหารชีวิต 
    

          สรุป เฉลี่ยในช่วงเวลา 3 ปี 2 เดือน เมืองไทยจะต้องมีการยึดอำนาจรัฐโดยใช้กำลังทหารอย่างน้อย 1 ครั้ง ทำให้ไทยขึ้นเป็นจ่าฝูงในฐานะประเทศที่มีการทำรัฐประหารมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน (อันดับ 2 กัมพูชา ยังแค่ 12 ครั้ง) และติดอันดับท็อปเท็นของโลก     
    

          (2) ในรอบ 84 ปี ตั้งแต่เมืองไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย (พ.ศ.2475-2559)  เรามีนายกรัฐมนตรี มาแล้ว 29 คน  (นับรวม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) นายกฯ เมืองไทย มีอายุการใช้งานเฉลี่ย คนละ 2 ปี 8 เดือน แต่ในความเป็นจริง บางคน (ทวี บุญยเกตุ) เป็นได้แค่ 17 วัน  ขณะที่บางคน (จอมพล ป. พิบูลสงคราม) เป็นนายกฯ อยู่หลายสมัย รวมระยะเวลาเกือบ 15 ปี   
    

          และควรบันทึกเอาไว้ด้วยว่า ในจำนวน 28 นายกฯ นี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และในจำนวน 28 นายกฯ ที่ผ่านมา มีนายกฯ หญิงเพียง 1 คน (มาจากการเลือกตั้ง) 
    

          (3)ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลก และอาจมีบทบัญญัติใน รธน.ยาวที่สุดในโลกอีกต่างหาก เพราะในช่วง 84 ปีมานี้ เราใช้รัฐธรรมนูญกันมาแล้ว 19 ฉบับ  อายุการใช้งานของรัฐธรรมนูญไทยเฉลี่ย 1 ฉบับ ใช้งานแค่ 4 ปี 4 เดือน 
             

          แต่ในความเป็นจริงรัฐธรรมนูญที่อายุสั้นสุดคือ ฉบับแรก หลังการปฏิวัติสยามเมื่อ ปี 2475 ใช้อยู่แค่ 5 เดือน 13 วัน ก่อนเขียนขึ้นมาใหม่เป็นฉบับที่ 2  (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475) ซึ่งฉบับนี้มีอายุใช้งานยาวนานที่สุดเกือบ 14 ปี 
    

          ส่วนฉบับล่าสุด รธน. ปี 2550 ที่ได้ถูกฉีกทิ้งไปหลังการยึดอำนาจของ คสช. มีอายุใช้งาน 6 ปี 9 เดือน  
    

          ขณะที่ประเทศมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่รวมประเทศเป็นปึกแผ่นมา 229 ปี ยังคงใช้รัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียว แต่มีการปรับปรุงแก้ไข 27 ครั้ง 
    

          (4) การเลือกตั้ง คือ เส้นเลือดหล่อเลี้ยงประชาธิปไตย  84 ปี ที่ผ่านมา เรามีการเลือกตั้งใหญ่ (เลือกตั้ง ส.ส.วาระ 4 ปี) กันมาแล้ว 27 ครั้ง ตกเป็นโมฆะ 2 ครั้ง หลังสุดคือ 2 ก.พ.57  และมีการเลือกตั้ง ส.ว.(สมาชิกวุฒิสภา วาระ 6 ปี) อีก 4 ครั้ง รวมเป็น 31 ครั้ง  เฉลี่ย 2 ปี 6 เดือน จะมีการเลือกตั้งใหญ่ 1 ครั้ง 
    

          ในรอบ 10 ปีหลังสุด เรามีการเลือกตั้งใหญ่กันมาแล้ว 5 ครั้ง และกำลังจะมีครั้งต่อไป ครั้งที่ 32 แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ? 
    

          (5) 84 ปี มานี้ เรามีคณะรัฐมนตรี ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาบริหารประเทศ รวมทั้งสิ้น 61 คณะ เฉลี่ย ครม. 1 ชุด มีอายุใช้งาน 1 ปี 3 เดือน 
    

          โดย ครม.ที่มีอายุสั้นสุดในประวัติศาสตร์ คือ คณะรัฐมนตรีที่มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมท เป็นนายกฯ สมัย 2 /2519 เป็นรัฐบาลอยู่ได้แค่เพียง 11 วัน เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา ขวาพิฆาตซ้ายถูกรัฐประหารโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่   
    

          ส่วนรัฐบาลที่อยู่ยาวจนครบวาระ มี 2 ชุด คือรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ปี 2495-2500 และรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปี 2544-2548
    

          การเมืองแบบไทยๆ ของเรา  ช่วยสร้างสถิติใหม่ในระดับโลกได้ไม่เบาเชียวนะครับ