บันเทิง

คมเคียวคำปากกา - โศกลำซิ่ง

คมเคียวคำปากกา - โศกลำซิ่ง

06 ก.พ. 2552

เขียนต้นฉบับวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓

“เดือนสามค้อย เจ้าหัวคอยปั้นข้าวจี่ เดือนสี่ค้อย จั่วน้อยเทศน์มัทรี” “ฮอดเดือนสี่ ช่วยกันเก็บดอกจาน สานบั้งไม้ไผ่ ใส่เสียบดอกจิก” ครับ ถึงเดือนสาม พลอยคิดถึงเดือนสี่ คิดถึงลำนำผญาว่าด้วยบุญผะเหวด ไพเราะเสนาะความหมายแบบไทยอีสาน ประมาณต้นเดือนหน้า ก็จะเป็นเทศกาลงานบุญดังว่านั้น มกราคมบุญกุ้มข้าวใหญ่ กุมภาพันธ์บุญมาฆบูชา ทุกเดือนมีงานบุญ เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม เดือนสี่ เดือนห้า เดือนหก เดือนเจ็ด เดือนแปด เดือนเก้า เดือนสิบ เดือนสิบเอ็ด เดือนสิบสอง แต่โบราณ งานบุญล้วนกล่อมเกลาคนเฒ่าคนแก่ คนหนุ่มคนสาว คนเด็กคนเล็ก ทว่า โลกหมุนคล้อยไป จากเบื้องโบราณ สู่เบื้องปัจจุบันทันสมัย ท่ามกลางงานบุญ ดูเหมือนเราจะมิอาจหลีกเลี่ยงงานบาป ท่ามกลางความสนุกสนาน ดูเหมือนเราจะมิอาจหลีกเลี่ยงความเศร้า เหมือนท่ามกลางฟ้อนรำหมอลำซิ่ง ยังคงมีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย ราวตกอยู่ในสงคราม ข่าวร้ายผ่านหูผ่านตาจาก จ.หนองบัวลำภู ระเบิดลงหน้าเวทีหมอลำซิ่ง ตายนับสิบ บาดเจ็บนับร้อย ย่อมเป็นข่าวชวนสลดหดหู่ใจ แม้ผู้กระทำจะมิใช่เพื่อน แม้ผู้ถูกกระทำจะมิใช่ญาติ แต่ก็ดูเหมือนเพื่อนเหมือนญาติอยู่ดี เพราะล้วนเป็นมนุษย์ ล้วนเป็นคนไทย ล้วนเป็นคนชนบท ล้วนเป็นคนอีสานบ้านเดียวกัน เพลง “คนบ้านเดียวกัน” ประพันธ์โดย วสุ ห้าวหาญ ขับร้องโดย ไผ่ พงศธร ถือเป็นหนึ่งเพลงร่วมสมัยที่ให้อารมณ์สนุกสนาน ให้ความรู้สึกลึกซึ้งผูกพัน ให้ความคิดสร้างสรรค์ ให้แรงบันดาลใจที่ดีงาม แต่อนิจจา กลับเป็นไปได้ “คนบ้านเดียวกัน” แค่สบตากันก็อาจฆ่ากัน? ดูเหมือนเราต่างตกอยู่ในห้วงโมโหโกรธา ตั้งแต่คนเด็กคนเล็ก คนหนุ่มคนสาว จนถึงคนเฒ่าคนแก่ งานบุญอาจเป็นงานบาป การเมืองอาจเป็นกรรมเมือง เลือดสีเดียวกลายเป็นเลือดต่างสี เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เป็นเคยเป็นเสรีภาพในการแต่งกาย กลายเริ่มไร้เสรีภาพที่จะชอบเฉดสี เหลืองยิ่งแรง แดงยิ่งร้าย ปฏิบัติการเอาชนะ ปฏิบัติการแพ้ไม่เป็น ปฏิบัติการพูดดีเข้าตัว ปฏิบัติการพูดชั่วเข้าคนอื่น กลายเป็นปฏิบัติการพื้นฐานทางสังคม คนผิดไม่ยอมรับผิด นักโทษบอกว่าตัวเองถูกรังแก เหมือนวัยรุ่นขว้างระเบิดใส่เวทีหมอลำสาธารณะ อ้างว่าต้องการล้างแค้นคู่อริ เพราะถูกคู่อริรังแก ทั้งที่จะว่าไปแล้ว ตนเองอาจเป็นฝ่ายสร้างคู่อริขึ้นมาก่อน ลัทธินักเลงเข้าพวก ต้องช่วยพวกก่อน แม้พวกจะทำผิด มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในหมู่วัยรุ่น กระทั่งถึงคนใหญ่คนโต หรือนักการเมืองผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย คือปกป้องพรรคหรือฝ่ายของตนไว้ก่อน (พ่อสอนไว้?) แม้จะรู้ทั้งรู้ พรรคและฝ่ายของตนนั้น อาจชั่วแสนชั่ว เหมือนหมัดหรือเห็บ อย่างไรเพื่ออยู่รอดปลอดภัย ต้องขอเกาะนายหมาไว้ก่อน แม้นายหมาจะเป็นขี้เรื้อน? โศกลำซิ่ง...นี่ย่อมมิใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ในอดีตมีมามากมายหลายครั้ง แทบจะทุกจังหวัด แทบจะทุกอำเภอ แทบจะทุกตำบล แทบจะทุกหมู่บ้าน การยกพวกตีกันของจิ๊กโก๋บ้านนอกผู้เป็นบุตรธิดา กลายเป็นเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าของชาวไร่ชาวนาผู้เป็นบิดามารดา สมัยก่อนถึงรู้ว่ามี แต่ก็น้อย เดี๋ยวนี้มากขึ้นอย่างน่าวิตก วันข้างหน้าจะยิ่งหนักหนาสาหัสอีกเท่าไหร่? เวลามีงานบุญ พ่อแม่ดั่งตกนรก ถึงลูกหลานไม่เกเร แต่ก็อาจโดนลูกหลงได้ (มิใช่ว่าเพลงโดนใจ) อย่างกรณีที่เมืองหนองบัวลำภู คนตายอาจเป็นเด็กไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็เป็นได้ แถวบ้านผม เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเรียนกับผมสมัยเด็ก เขาบอกว่าคุกในอำเภอเต็มเอี้ยด ผู้ปกครองเข้าแถวกันไปเยี่ยมลูก ด้วยสภาพน่าเวทนา ใครจะช่วยพวกเยาวชนได้บ้างครับ? ในเมื่อพวกผู้ใหญ่ก็ต้องมีภาระยกพวกตีกันอยู่? "ไพวรินทร์ ขาวงาม"