บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - ดนตรีของฟรีดเดอมานน์

พรมแดนของโลกมายา - ดนตรีของฟรีดเดอมานน์

06 ก.พ. 2552

FRIEDEMANN The Concert ชื่อของศิลปินดนตรีชาวเยอรมันคนนี้ ผมยอมรับตามตรงว่า ไม่เคยผ่านหูผ่านตามาก่อน ดูจากปกแผ่นแล้วค่อนข้างแน่ใจว่า เป็นรูปแบบของดนตรีอะคูสติก แน่ และประมาณว่าเป็นดนตรีบรรเลง

ตอนนั้นคิดถึงบทสมภาษณ์ของ แพ็ท แมตธินี ในนิตยสารเมื่อประมาณปี 1991 ว่า การแสดงคอนเสิร์ตในประเทศยุโรปเขาจะไม่แยกแนวของดนตรีว่าเป็นแนว แจ๊ส ร็อก บลูส์ อะไรทำนองนี้ เพียงแต่ชื่อศิลปินจะบ่งบอกลักษณะของเสียงดนตรีของศิลปินคนนั้น ในรอบปีที่ผ่านมา ผมดู ฟัง คอนเสิร์ตจากแผ่นดีวีดีชุดนี้อย่างสบายใจที่สุด ฟรีดเดอมานน์ เป็นชื่อของนักดนตรีนำกลุ่ม เขาเล่นกีตาร์อะคูสติก มีสมาชิกร่วมวงอีก 4 คน เล่นคีย์บอร์ด ระนาดฝรั่ง แซกโซโฟน กลองและเพอร์คัสชั่น คอนเสิร์ตครั้งนี้แสดงเมื่อเดือนกรกฎาคม 2004 ที่เมืองสตุ๊ดการ์ด ประเทศเยอรมันนี ประกอบไปด้วยเพลงบรรเลง 19 เพลงด้วยกัน แนวเพลงเป็นการพรรณนาภาพป่าเขา แนวทางการประพันธ์ดนตรีฟังจากทำนองหลักและการขึ้นเพลงของฟรีดเดอมานน์ เข้าใจว่ามีพื้นฐานจากเพลงพื้นบ้านของเยอรมัน คีย์บอร์ดจะทำหน้าที่ใช้เครื่องมือของเขาเล่นเป็นเบส คนเล่นระนาดจะเล่นประสานสอดรับ แซกโซโฟนเล่นโซโล่ทำนองหลัก และค่อนข้างมีบทบาทมากในการด้นสด (Improvisation) มือกลองจะเล่นทั้งกลองชุดและเพอร์คัสชั่นหลากหลาย โดยหลักแล้วมือกีตาร์จะเป็นคนขึ้นเพลงด้วยการดีดสายด้วยนิ้วที่เคยดูกันจากการเล่นกีตาร์คลาสสิก แต่กีตาร์ตัวหลักที่เขาใช้ เป็นกีตาร์โปร่งแบบสตีลสตริงลำตัวใหญ่ คนเล่นแซกโซโฟนก็จะใช้โซปราโน่แซ็กเป็นตัวหลัก ข้างหลังของเวทีดนตรีมีจอภาพขนาดใหญ่ ฉายภาพแม่น้ำ ป่า ภูเขา ขณะที่ดนตรีจะเล่นเสียงจากธรรมชาติ อาทิ เสียงของนก เสียงจากป่า ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นดอกไม้ป่าสีเหลืองบานเต็มท้องทุ่ง ลักษณะของโน้ตดนตรีเรียบง่าย ฟังรื่นหูและเรียบเรียงดนตรีอย่างมีระเบียบ ดนตรีทุกชิ้นทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นทีม จังหวะดนตรีมีลักษณะบูรณาการทั้ง ร็อก แอฟริกัน ละติน อย่างเช่น เพลง Six Baguettes นักดนตรี 3 คนออกมายืนข้างหน้าดีดนิ้วให้จังหวะในหลากหลายลีลา ใช้มือออกท่าทางไปด้วย เป็นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบนเวทีกับผู้ชมข้างล่างอย่างได้ผล เพลง Venin เป็นการเล่นกับจังหวะร่วมกันระหว่างมือระนาดกับมือกลองด้วยการใช้ไม้กลองออกลีลาท่าทางคล้ายกับละครใบ้ ออกท่าทางยกแข้งยกขาไปตามจังหวะ เพลง Blow with the wind คนเล่นแซ็กเอาของเล่นที่มีรูปร่างเป็นแท่งยางอ่อนสีเขียว เอามาแกว่งเลียนเสียงลม และแกว่งเร็วขึ้นตามเสียงดนตรี ลักษณะเด่นชัดที่สังเกตเห็นได้ในดนตรีของเขา คือ การเล่นย้ำซ้ำทำนองหลัก แล้วด้นสดตามสลับไปมา ภาพประกอบบนจอมีส่วนช่วยสร้างอารมณ์ได้ดี อย่างช่วงต่อระหว่างเพลง One Summer Eve ทัศนียภาพยามเย็นตะวันคล้อยต่ำ ฟ้ามืดลง พระจันทร์ขึ้นแล้วลอยเลื่อน มาต่อเพลง Sparks ไฟบนเวทีมืดลง นักดนตรี 3 คน ยืนเรียงหน้ากระดาน มือทั้ง 2 ข้างของพวกเขาถือไฟแช็กสลับกันจุดไฟ เสียงจากการจุดก่อให้เกิดจังหวะ แสงก่อให้เกิดประกายไฟ มืดแล้วสว่าง สลับกันและพร้อมกัน จากนั้นเสียงดนตรีก็พรรณนาต่อ วัฒนธรรมที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง คือ การแสดงออกถึงความพึงพอใจชื่นชมระหว่างผู้ชมกับศิลปินคือการปรบมือ และการขึ้นมามอบช่อดอกไม้ให้ ผมรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะเปลี่ยนความเคยชินด้านรสนิยมของคนไทย แต่อย่างน้อยสำหรับผู้ศึกษาดนตรีและผู้ที่กำลังแสวงหาทางเลือกใหม่สำหรับสุนทรียะทางดนตรี "วีระศักดิ์ สุนทรศรี"