
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 17 - 18
ซีรีส์ไต้หวัน Someone Like You: รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 17 - 18
วันต่อมาที่บ้านฟางจ่านเฉิง เสิ่นเวยเหลียนมาถึงก็ตะโกนเรียกฟางจ่านเฉิง
เฉินหยู่ซีทัก “มาไวจังเลยนะคะ”
“แน่นอนครับ จ่านเฉิงหล่ะ จ่านเฉินมองเห็นอีกครั้ง ผมจะไม่รีบมาได้อย่างไร”
ฟางจ่านเฉินทัก “เวยเหลียน ไม่เจอตั้งนาน”
เสิ่นเวยเหลียนว่า “ใช่แล้ว ไม่เจอตั้งนาน”
“ช่วงที่ผ่านมา รบกวนคุณมามาก” ฟางจ่านเฉิงรู้สึกเกรงใจ
“เราเป็นเพื่อกัน อย่าพูดแบบนี้เลย”
“นั่งก่อนสิ”
เสิ่นเวยเหลียนเริ่มคุยเรื่องงาน “ดูแล้ว ผมคงต้องชนะประมูลที่ดิน D12 มาเป็นของขวัญให้คุณแล้วแหละ”
“D12 เหรอ ผมไม่มีโอกาสถามถึงเลย มีความมั่นใจมากเลยเหรอ”
“ใช่แล้ว เจ็ดพันหกร้อยเก้าสิบล้าน ผมต้องรวบรวมเอกสารตั้งนาน ประเมินตั้งนาน กว่าจะได้ตัวเลขนี้”
เฉินหยู่ซีได้ยินก็ตกใจ “เจ็ดพันหกร้อยเก้าสิบล้าน ทำไมเยอะจัง ต้องเติมศูนย์กี่ตัวเนี่ย”
เสิ่นเวยเหลียนคุยกับฟางจ่านเฉิงต่อ “ผมก็อยากช่วยบริษัทประหยัดเงินนะ อีกทั้ง 1ใน3ของเงินนี้เราต้องกู้เงินจากธนาคาร แต่ว่า คู่แข่งของเราคือเกาตึง เราต้องระมัดระวัง ที่สำคัญ ที่ตรงนั้นเป็นทำเลทองด้วย โอเคครับ ผมจะกลับบริษัทก่อน กลับไปเตรียมเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนครับ”
“รีบไปจังเลย ไม่ดื่มน้ำก่อนเหรอคะ” เฉินหยู่ซีทัก
“ไม่ได้หรอก ที่ดินตรงนั้น มันสำคัญต่อร้านเรือธงของจี้เฉินมาก ไม่มีที่ตรงนั้น ก็ไม่มีร้านเรือธง มันเป็นความคาดหวังของจ่านเฉิง และก็เป็นอนาคตของบริษัทเรา เพื่อนครับ รอของขวัญจากผมนะ”
เสิ่นเวยเหลียนเดินไปแล้วหันกลับมาหาฟางจ่านเฉิงอีกครั้งบอกว่า “อ๋อ อีกเรื่อง เรื่องที่ครั้งก่อนคุณขอให้ผมช่วยจัดการ เรียบร้อยแล้วนะ”
เฉินหยู่ซีมองทั้งสอง “เรื่องอะไรหรอคะ”
เสิ่นเวยเหลียนว่า “ความลับ ไม่บอกเธอหรอก บายๆ”
เสิ่นเวยเหลียนเดินออกไปเลย เฉินหยู่ซีหันมาทางฟางจ่านเฉิง
“บอสคะ เรื่องอะไรหรอคะ”
“ก็บอกไปแล้วไงว่ามันเป็นความลับ”
“เรื่องอะไรคะ คุณบอกฉันสิ ว่าเรื่องอะไร ฉันก็อยากรู้นิคะ” ฟางจ่านเฉิงเดินหนีไป เฉินอยู่ซีบ่นคนเดียว “คนขี้เหนียว”
ที่โบสถ์ เซี่ยเฟยเฟยเดินเข้ามาและได้ยินหญิงสาวสวยคนหนึ่งคุยโทรศัพท์แล้วเล่าว่าฟังเสียงบาทหลวงคนนี้หนุ่มมาก เสียงใสน่าฟังแล้วยังปลอบใจเก่ง เซี่ยเฟยเฟยฟังแล้วมองไปที่ห้องสำนึกบาปอย่างไม่พอใจ
เซี่ยเฟยเฟยรีบตรงไปที่ห้องสำนักบาป คาดคั้นว่าคนสวยเมื่อกี้บอกอะไร เฉินหยู่อันว่าไม่สามารถเอาความลับคนอื่นมาเปิดเผยได้ เซี่ยเฟยเฟยงอนบอกว่าจะไปรอข้างนอก
เฉินหยู่อันออกมาหา เซี่ยเฟยเฟยจะเดินเข้ามาหาแต่ลื่นล้ม เฉินหยู่อันรีบเข้ามาประคองได้ทัน
เซี่ยเฟยเฟยเขิน “คุณปล่อยฉันนะ”
เฉินหยู่อันปล่อยทันที ทำให้เซี่ยเฟยเฟยหัวกระแทก “อ้าก เจ็บมากเลย คุณปล่อยฉันจริงๆ หรอ เจ็บมากเลยนะ”
“ขอโทษครับ” เฉินหยู่อันรีบประคอง
“คุณปล่อยฉันนะ”
“นี่ตกลงคุณจะให้ผมปล่อย หรือไม่ให้ผมปล่อยเนี่ย”
เซี่ยเฟยเฟยหงุดหงิด “เฉินหยู่อัน นายนี่โง่ชะมัดเลย”
เซี่ยเฟยเฟยนิ่งไปพักก่อนบอกว่า “คุณเป็นบาทหลวงของฉันคนเดียวได้ไหม”
เฉินหยู่อันอึ้ง “ห๊ะ คนเดียวหรอ”
“ไม่ใช่อย่างงั้น คือฉันหมายความว่า ตอนที่คุณฟังพวกเขาสำนึกบาป คุณพูดเสียงต่ำหน่อย พูดเสียง ดุหน่อย และ ห้ามปลอบใจผู้หญิงคนอื่น อั๊ยหยา ก็คือห้ามปลอบใจพวกเขา ไม่งั้นพวกเขาจะคิดลึก คิดว่าคุณสนใจเขา หรือคิดเป็นอย่างอื่นไป
“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ”
“ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้หล่ะ”
“เพราะว่าผมเป็นบาทหลวงไง”
“เฉินหยู่อัน นายนี่โง่จริงๆ เลย”
“ที่ฉันมา แค่จะมาบอกว่า พี่ชายฉันมองเห็นแล้ว”
“จริงหรอครับ ดีใจด้วยนะ”
เซี่ยเฟยเฟยโกรธ “แค่นี้หรอ บาย”
เฉินหยู่อันมองตามงงแล้วพูดคนเดียว “โกรธอะไรอีกแล้วเนี่ย”
หลี่โป๋เยี่ยนคิดแผนเดินออกไปให้รถชน แล้วตำรวจก็โทรตามเฉินหยู่ซี เธอมากับหวางเสี่ยวหลินที่โรงพยาบาล เฉินหยู่ซีเป็นห่วงหลี่โป๋เยี่ยนมากพอเข้ามาในห้องพักก็ได้ยินเสียงหลี่โป๋เยี่ยนเพ้อถึงเอกสาร เฉินหยู่ซีที่ได้รับเอกสารจากตำรวจก็รีบดู เห็นเอกสารเรื่องซื้อที่ดิน D12 ทั้งสองสาวเห็นตัวเลขแล้วพากันอึ้ง
“เจ็ดพันห้าสิบล้าน ทำไมเงินมากขนาดนี้”
เฉินหยู่ซีคิดถึงวันที่เสิ่นเวยเหลียนมาคุยกับฟางจ่านเฉิง หวางเสี่ยวหลินว่าเอกสารคงสำคัญให้เฉินหยู่ซีเก็บไว้
ฟางจ่านเฉิงมาที่สุสานเหลียงลั่วหาน
“วิวที่นี่สวยมากเลย ถ้าผมยังมองไม่เห็น ก็คงไม่รู้ว่าเวยเหลียน หาที่สวยขนาดนี้ ที่เหมาะสมแบบนี้ให้คุณ จำได้ว่าคุณชอบดูทะเล ขอโทษ ที่ทำให้คุณเป็นห่วงผม เมื่อก่อน ผมอยู่แต่ในความมืด หมดหวัง โทษตัวเอง ไม่สามารถเดินออกมา ผมอ่อนแอแบบนี้ คงทำให้คุณเป็นห่วง และผิดหวังใช่ไหมครับ ขอโทษครับ แต่ตอนนี้ผมเดินออกมาได้แล้ว ส่วนน้องสาวของคุณ เขาสบายดี แต่ผมไม่สามารถพาเขามาเจอคุณได้ เพราะคุณแม่เฉินขอร้องไว้ แต่ผมเชื่อว่า ต้องมีสักวัน ที่พวกคุณจะได้เจอกัน”
เฉินหยู่ซีพาหลี่โป๋เยี่ยนกลับมาพักที่บ้าน เธอจะเข้าไปเอาเสื้อผ้าให้เขาเปลี่ยนแบบสบายๆ ก็เจอผ้าพันคอหญิง เธออึ้งไปนิด แล้วคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่หลี่โป๋เยี่ยนทำกับเธอ จึงตัดใจนำเสื้อผ้าออกไปให้แล้วขอตัวกลับบอกว่ามีธุระต่อ
ที่บ้านฟางจ่านเฉิง หยางอี๋หมิ่น เซี่ยเฉียนจิ้นและเซี่ยเฟยเฟยมาแสดงความยินดีกับฟางจ่านเฉิง
ฟางจ่านเฉิงบอกเซี่ยเฟยเฟย “เธอไม่เปลี่ยนเลย ยังเป็นน้องสาวที่น่ารัก เหมือนในความทรงจำของพี่”
“พี่คะ นี่ฉันซึ้งมากจนจะร้องไห้แล้วค่ะ”
ฟางจ่านเฉิงกล่าวกับพ่อแม่ “ขอโทษด้วยนะครับ ที่ผ่านมาทำให้พวกคุณเสียใจ และเป็นห่วง”
เซี่ยเฉียนจิ้นว่า “ช่วงที่ผ่านมา ยังดีมีหยู่ซีช่วยดูแลจ่านเฉิงอยู่ ขอบคุณมากนะ”
“คุณลุงเซี่ยคะ อย่าพูดแบบนี้สิคะ มันเป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว ฉันก็ดีใจค่ะ ที่สามารถช่วยบอสได้”
“การดูแลของเธอ ทำได้ดีจริงๆ แหละ ขอบคุณนะ” เซี่ยเฟยเฟยกล่าวอย่างจริงใจ
“ไม่เป็นไรค่ะ และขอบคุณสำหรับคำชม” เฉินหยู่ซีตัดสินใจบอกกับทุกคนว่า “ช่วงที่ผ่านมา ดีใจที่ได้รู้จักทุกท่าน ต้องขอบคุณคุณแม่ฟาง และคุณลุงเซี่ยที่ไว้ใจฉัน และดูแลฉัน ขอบคุณมากๆ ค่ะ”
หยางอี๋หมิ่นแทรกว่า “หยู่ซี เธอจะไปแล้วหรอ”
เซี่ยเฉียนจิ้นพูดติดขัด “แล้วหลังจากนี้เราจะเจอกันยังไง ไม่มีโอกาสแล้ว”
“มันก็ดีนะค่ะ ในชีวิต ถ้าต้องจ้างคนดูแลหรือจ้างทนายความ ก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอกค่ะ”
เซี่ยเฉียนจิ้นเห็นด้วย “เอิ่ม ใช่ๆ ไม่ดีๆ”
หยางอี๋หมิ่นลุกขึ้นมาหาเฉินหยู่ซี “หยู่ซี จ่านเฉิงเคยบอกว่า ช่วงที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธออยู่ข้างๆ เขา แล้วอ้อนวอนให้เขารีบผ่าตัดหล่ะก็” หยางอี๋หมิ่นเริ่มร้องไห้ “ฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เขาถึงจะยอมผ่าตัด ขอบคุณมากนะ ขอบคุณมากจริงๆ”
“คุณน้าคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”
เซี่ยเฉียนจิ้นปลอบ “เมียจ๋า วันดีๆ แบบนี้ พอๆๆ ไม่ต้องร้องแล้ว เอ้ยจ่านเฉิง เต้นกับแม่นายสักเพลงซิ ทำให้เขาดีใจหน่อย”
เฉินหยู่ซีอาสา “ฉันไปเปิดเพลงค่ะ”
ฟางจ่านเฉิงเต้นรำกับแม่
ช่วงค่ำคืนนั้นเฉินหยู่ซีเก็บเสื้อผ้า แล้วรู้สึกใจหาย เธอเดินออกไปสำรวจบ้านแล้วไปยืนที่หน้าบ้าน ฟางจ่านเฉิงออกมาพบ
“ทำไมมาอยู่ตรงนี้คนเดียว”
“บอสคะ ตามองเห็นแล้วรู้สึกดีมากใช่ไหมคะ ได้เห็นทุกคนดีใจเพราะคุณ มันเป็นเรื่องที่มีความสุขจริงๆ เลยค่ะ วันนี้คุณเต้นรำกับแม่คุณ รู้สึกหล่อกว่าครั้งก่อนนะคะ”
“หยู่ซี”
“บอสคะ ฉันพอจะมีโอกาส เชิญบอสที่หล่อที่สุด มาเต้นด้วยสักเพลงไหมคะ นี่ฉันแอบฝึกมาตั้งนานเลยนะ คุณก็ให้โอกาสฉันหน่อย ถือเป็นการล่ำลาก็ได้ค่ะ เพราะว่า ต่อจากนี้ อาจจะไม่มีโอกาสเจอกันอีกแล้ว”
เฉินหยู่ซีส่งมือให้ ฟางจ่านเฉิงจับมือเธอเต้นรำไปแล้วนึกถึงตอนที่สอนเฉินหยู่ซีเต้นรำ แต่เธอเต้นไม่เป็นล้มชนนั่นนี่ แต่ก็พูดจนทำให้เขามั่นใจแล้วเต้นรำกับแม่ได้ดี ครั้งนี้เฉินหยู่ซีเต้นได้สวยงาม ม้วนตัวเข้ามาในอ้อมกอดฟางจ่านเฉิง ทั้งสองนิ่งไป
“หยู่ซี เธอจะไปจริงๆ หรอ ลองพิจารณาดูใหม่นะ”
เฉินหยู่ซีตัดบท “บอสค่ะ พักผ่อนไวๆ นะคะ”
“หยู่ซี หยู่ซี”
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินหยู่ซีทำอาหารให้ฟางจ่านเฉิงเสร็จ เธอก็ถือกระเป๋าออกจากบ้าน ฟางจ่านเฉิงได้ยินเสียงประตูรีบออกมาดู เขาเรียก
“หยู่ซี หยู่ซี” เฉินหยู่ซีหันมามอง “ผมเชื่อว่าเราจะเจอกันอีกแน่ๆ”
เฉินหยู่ซีเสียงเบา “บอสคะ ขอบคุณค่ะ ลาก่อนค่ะ”
ฟางจ่านเฉิงมองเธอเดินจากไป เขาหันกลับเข้าบ้านมาก็พบอาหารและการ์ด จึงหยิบการ์ดดู เป็นภาพสติกเกอร์ที่ถ่ายกันไว้ ฟางจ่านเฉิงคิดถึงแล้วยิ้มออกมา การที่เขาต้องอยู่บ้านเพียงลำพังยิ่งทำให้เขาคิดถึงเฉินหยู่ซี
เช้าวันใหม่ เฉินหยู่ซีตื่นมาก็ตกใจว่าสายแล้วยังไม่ได้ทำอาหารเช้าให้ฟางจ่านเฉิง หวางอี้เจินต้องเตือนว่าที่นี่คือที่บ้านเธอแล้ว เฉินหยู่ซีเศร้าใจ
เฉินหยู่ซีเศร้า “มันจบไปแล้วนิ”
หวางอี้เจินว่า “จบไปหลายวันแล้วด้วย เธอยังไม่ชินอีก แต่ก็นะ งานดีๆ แบบนั้นจบเร็วไป ก็คงรู้สึกเสียดาย ในเมื่อเธออยากเป็นผู้ดูแลขนาดนี้ ฉันจะไปทิ่มตาของคุณฟาง ให้มันบอด”
“แม่คะ อย่าล้อเล่นเลยค่ะ”
“เธอก็รู้เหรอว่าฉันล้อเล่น”
“ยังไงหล่ะ ต่อจากนี้จะเอายังไงต่อ”
“อะไรเอาไงค่ะ”
“เธอคงไม่กลับไปขายของที่ระลึกแล้วนะ เธอลองไปถามเสี่ยวหลินดู ว่าโรงพยาบาล มีตำแหน่งว่างไหม หรือว่าเธอจะ แต่งงานกับโป๋เยี่ยนเลย”
“เป็นอะไรไป”
“ฉันจะเลิกกับเขาแล้วค่ะ”
หวางอี้เจินประหลาดใจมาก “เลิกเหรอ ทำไมอ่า เขาทำอะไรไม่ดีให้เธอเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ”
“หรือว่าเธอจะชอบบอสของเธอแล้ว”
“แม่คะ ไม่ใช่ค่ะ”
“ฉันแค่ล้อเล่นหน่ะ จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนฉันเห็นเธอดีต่อโป๋เยี่ยน เขาพูดอะไรก็ฟังหมด รักกันแทบตาย ฉันยังรู้สึกว่าเธอเป็นเมียเขาแล้วเนี่ย”
“อะไรเนี่ยแม่ ไม่ใช่แบบนั้น”
“ไม่ใช่ยังไง โอเค กลับมาเรื่องเดิม เกิดไรขึ้นกันแน่ ทำไมจู่ๆ เธอจะขอเลิก อย่ามาบอกว่าเข้ากันไม่ได้นะ”
“แม่คะ แม่เคยรู้สึกแบบ ยิ่งรู้จักคนๆ นั้น ก็เหมือนยิ่งไม่รู้จัก หรือแทบจะนึกไม่ถึงว่า อนาคตจะอยู่กับเขาอย่างไร”
“ความรู้สึกแบบที่เธอพูด แม่ไม่เคยนะ แต่ถ้าเริ่มสงสัยในความรู้สึกที่มี ก็อย่าฝืนเลย ไม่งั้นต้องฝืนไปชั่วชีวิต ถึงแม้เคยรักมากเท่าไหร่ จะก็คงไม่ใช่ แต่ว่า ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ว่าจะทำอะไรสักอย่าง เธออย่าเสียดาย อย่าทำให้มันยุ่งยากไม่จบสิ้น และห้ามเสียใจจนขาดสติ เราเกิดเป็นคนเนี่ย ต้องมองโลกในแง่ดี ฉันเชื่อว่าหญ้าต้นต่อไป จะดีกว่านี้”
“แม่คะ หญ้ามันดีเหรอคะ”
“ใช่แล้ว อย่างน้อยเผามันแล้วยังเอามาเป็นปุ๋ยได้ ห้าๆ โอเคๆ ถ้าตัดสินใจแล้ว ก็อย่าคิดมากนะ”
เสิ่นเวยเหลียนพาฟางจ่านเฉิงไปที่ออฟฟิศ เขาทักทายปกติ ทำเอาซินดี้ตื่นเต้น แสดงความยินดีด้วย
หวางเสี่ยวหลินชวนเฉินหยู่ซีมาที่ห้างของฟางจ่านเฉิง เฉินหยู่ซีไม่ค่อยสนใจหวางเสี่ยวหลิน เธอมองรอบๆ หวางเสี่ยวหลินเองก็มองหาเสิ่นเวยเหลียน ขณะที่เฉินหยู่ซีขอไปลองเสื้อ หวางเสี่ยวหลินก็เห็นเสิ่นเวยเหลียนสั่งงานลูกน้องอยู่ จึงไปยืนรอ จนเสิ่นเวยเหลียนเสร็จก็เข้าไปทัก
“สวัสดีค่ะ เวยเหลียน”
“เสี่ยวหลิน มาเดินห้างคนเดียวเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ ฉันมากับหยู่ซีค่ะ”
“อ๋อ เขาก็มาเหรอ อยู่ไหนหล่ะ”
“เขาไปลองชุดค่ะ”
“ช่วงนี้ห้างสรรพสินค้านิยมทำเอกสารนั่นเหรอค่ะ”
“เอกสารอะไรครับ หมายความว่าไง”
“เมื่อกี้คุณให้เลขาของคุณ ไปส่งเอกสารไม่ใช่หรอค่ะ วันก่อนแฟนของหยู่ซีเกิดอุบัติเหตุ ฉันไปโรงพยาบาลกับเขา ฉันก็เห็นเอกสารแบบเดียวกัน เหมือนจะชื่อ D2”
เสิ่นเวยเหลียนว่า “D12”
“ใช่ๆๆ ค่ะ ต้องใช้เงินถึงเจ็ดพันห้าสิบล้าน มันเยอะมากจริงๆ ค่ะ”
เสิ่นเวยเหลียนตะลึง “ที่คุณพูดมา คือความจริงใช่ไหมครับ”
“จริงค่ะ หยู่ซีก็เห็น” หวางเสี่ยวหลินเห็นเฉินหยู่ซีออกมาพอดีก็ตะโกนเรียก “หยู่ซีออกมาแล้ว หยู่ซี อยู่นี่ คุณถามเขาเองเลยค่ะ”
เสิ่นเวยเหลียนรีบถาม “เมื่อกี้เสียวหลินบอกผมว่า พวกคุณเห็นราคาประเมินของเกาตึงคือ เจ็ดพันห้าสิบล้าน จริงหรอครับ”
เฉินหยู่ซีอึ้งไปนิด หวางเสี่ยวหลินคิดว่าเฉินหยู่ซีจำไม่ได้ก็ว่า “ก็วันนั้นไงวันที่โป๋เหยียนเข้าโรงบาล เอกสารที่ตำรวจเอาให้คุณ ใช่ไหม มันเขียนอย่างชัดเจนเลย เฉินหยู่ซี เฉินหยู่ซี เฉินหยู่ซี เฉินหยู่ซี”
เสิ่นเวยเหลียนรีบขอตัวจากทั้งสอง บอกว่าไว้จะเลี้ยงข้าว หวางเสี่ยวหลินดีใจมาก ขณะที่เฉินหยู่ซีบ่นเพื่อน
“หวางเสี่ยวหลิน ทำไมบอกเรื่องนี้กับเขาหล่ะ”
“ทำไมหรอ ฉันพูดผิดหรอ บอกไม่ได้เหรอ”
(จบตอน17)
0000000000000000000000
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 18
เสิ่นเวยเหลียนรีบโทรหาเลขาไม่ให้ส่งเอกสาร
หวางเสี่ยวหลินกับเฉินหยู่ซีเดินเล่นกัน ฟางจ่านเฉิงเดินผ่านมาแต่เผอิญหวางเสี่ยวหลินชวนเฉินหยู่ซีไปดูเสื้อ ทำให้คาดกัน
เสิ่นเวยเหลียนพาหวางเสี่ยวหลินไปเลี้ยงข้าว เฉินหยู่ซีเดินบ่นที่ถูกเพื่อนทิ้งมารอลิฟต์ เธอเข้าลิฟต์ไป ช่วงที่เธอออกจากลิฟต์ ฟางจ่านเฉิงเองก็ออกจากลิฟต์มาเจอพอดี เขาเรียกเธอแล้วชวนกันไปทานอาหาร เฉินหยู่ซีขอเป็นคนเลี้ยงเอง ฟางจ่านเฉิงยอมตกลง
อาหารมาเสิร์ฟ เฉินหยู่ซีมองตื่นเต้น “โห น่ากินจังเลย บอส ของคุณมีพริกด้วย ไม่ได้ๆๆ คุณทานของพวกนี้ไม่ได้นะ บอสคะ แนเอาพริกออกให้คุณแล้ว รับรองไม่กระทบต่อสายตาคุณแน่”
ฟางจ่านเฉิงยิ้ม “ขอบคุณนะ”
“นี่ค่ะ ซ้อมอยู่นี่นะ” เฉินหยู่ซีหยิบซ้อมให้
“หยู่ซี ตอนนี้มองเห็นแล้วนะ”
เฉินหยู่ซีหัวเราะ “ฉันลืมตัวไปน่ะค่ะ”
“ทานกันเถอะ”
“อืม อร่อยมากเลย”
“ฉันไม่เคยได้ยินเธอพูดเลยว่า มีอะไรบ้างที่ไม่อร่อย ที่แท้เวลาฉันพูดแบบนี้ สีหน้าเธอจะเป็นแบบนี้นี่เอง”
“สีหน้าอะไร ฉันไม่เคยทำสักหน่อย ไม่เคยเลย”
“จริงหรือ”
“จริงสิคะ”
ฟางจ่านเฉิงแซว “เหมือนฉันจะไม่เคยได้ยิน เธอพูดเลยว่ามีของไม่อร่อย ฮึๆๆ”
เฉินหยู่ซีเขิน “ฉัน บอส จริงๆ เมื่อก่อนตอนคุณมองไม่เห็น มีเรื่องสนุกเยอะเลยล่ะ”
เสิ่นเวยเหลียนแอบมาดูทั้งสอง เห็นสีหน้าฟางจ่านเฉิงมีความสุขมาก เขาก็ยิ้มดีใจ ฟางจ่านเฉิงฟังเธอเล่า ก่อนจะถามว่าอิ่มหรือยัง เขาจะไปจ่ายเงินแต่เฉินหยู่ซีว่าเธอจัดการเอง แต่พอเห็นยอดเงินก็อดบ่นไม่ได้ ฟางจ่านเฉิงได้ยินก็ยิ้มๆ
เฉินหยู่ซีเดินมากับฟางจ่านเฉิง จนถึงบันไดเลื่อน
ฟางจ่านเฉิงกล่าว “ขอบคุณนะที่เลี้ยงข้าว”
“ไม่เป็นไรค่ะ บอสคะ งั้นฉันไปก่อนนะ ลาก่อนค่ะ”
“ลาก่อน”
คืนเดียวกันที่บ้านฟางจ่านเฉิง เสิ่นเวยเหลียนแซว
“นี่เพื่อน เมื่อก่อนฉันกะจะเอา D12 เป็นของขวัญให้ตอนแกมองเห็น ตอนนี้ฉันได้เอามันใส่กล่อง ขาดก็แค่ผูกโบว์เอง แค่เนี่ย พูดอะไรหน่อยดิ”
“จะให้พูดอะไร”
“ก็อย่างเช่น อยากเห็นจังเลย”
ฟางจ่านเฉิงเอ่ย “อยากเห็นจังเลย”
“แกนี่จริงๆ เลยนะ เฮ้อ ตอนแม่พยาบาลจอมจุ้นอยู่ บ้านนี้หนวกหูยังกะตลาดนัด แต่ตอนนี้กลับเงียบเหมือนป่าช้า ไม่แน่ถ้าเข็มหล่นบนพื้นอาจ ได้ยินเสียงก็ได้ แต่จากวันนี้ที่เห็น ตอนพวกแกกินข้าวด้วยกัน ดูแกมีความสุขดีนี่”
“ก็จริง”
“แม้เขาจะดูเป็นคนบุ่มบ่ามแข็งกระด้าง เหมือนผู้ชายไปนิด แต่สำหรับงานพยาบาล ฉันว่าเขาทำได้ดีนะ แถมยังเอาใจใส่คนเก่งอีกด้วย”
“แกพูดถูก”
“เขาก็แค่เป็นคนใจร้อน แต่ก็นับว่ามีเหตุผล รู้ว่าผิดก็กล้าที่จะยอมรับ แถมยัง”
“เสิ่นเวยเหลียน แกจะพูดอะไรกันแน่”
“เฮ้อ เราเป็นเพื่อนสนิทกัน แกไม่ต้องปิดบังฉันหรอก แกน่ะชอบหยู่ซี”
“แกไม่ต้องพูด หยู่ซีเป็นคนสอนฉันน่ะ 2001 2002 2003 2004 2005 เมื่อกี้แกนิ่งอึ้งไป 5 วินาที นี่ไม่ใช่นิสัยของ คนมั่นใจอย่างฟางจ่านเฉิงเลย ดังนั้น เพื่อนรัก เราคิดถึงคนที่จากไปแล้วได้ แต่เรายังอยู่ หน้าที่ของเรา ก็คืออยู่อย่างมีความสุข ฉันก็เป็นเพื่อนของลั่นหาน และรู้จักลั่วหานดี ฉันเชื่อว่าถ้าแกรักเขาจริงๆ ลั่วหานต้องไม่โกรธแกแน่ ฉันเชื่อว่าเขาก็อยากเห็นแกมีความสุข แกค่อยๆ คิดให้ดีล่ะกันนะ”
วันรุ่งขึ้น ใกล้เวลาที่จะไปประมูล วาเนสซ่าก็ฝากหลี่โป๋เยี่ยนไปเพราะแม่เธอไม่สบายอยู่โรงพยาบาลต้องรีบไป จึงฝากความหวังไว้กับเขา
เวลาเดียวกันนี้ตำรวจก็โทรตามเฉินหยู่ซีไปพบ บอกว่าติดต่อหลี่โป๋เยี่ยนไม่ได้เลย จะให้เฉินหยู่ซีไปดูกล้องวงจรปิด ซึ่งจะเห็นว่าเป็นหลี่โป๋เยี่ยนวิ่งออกไปให้รถชนเองจริงๆ ทำให้เฉินหยู่ซีติดใจสงสัยว่าทำไมหลี่โป๋เยี่ยนต้องทำเช่นนี้ หรือว่าต้องการให้เธอเห็นยอดเงินประมูลนั่น เธอคิดได้ก็ตกใจมาก
ที่การประมูล บริษัท ไจแอนท์ซิตี้ เจ็ดพันสองร้อยหกสิบล้าน เกาเติงกรุ๊ป เจ็ดพันหกร้อยสามสิบล้าน ทำให้เกาเติงกรุ๊ปชนะการประมูลนี้
เวลานั้นเฉินหยู่ซีโทรมาหาเสิ่นเวยเหลียน
“เวยเหลียน ฉันหยู่ซีนะ เอกสารที่ฉันกับเสี่ยวหลินเห็นวันนั้น น่าจะมีปัญหา ไม่ทันแล้วหรือ เกาติง เจ็ดพันหกร้อยสามสิบล้าน ชนะประมูล” เฉินหยู่ซีฟังจากเสิ่นเวยเหลียนยิ่งอึ้งหนัก
ฟางจ่านเฉิงถามเสิ่นเวยเหลียน “เมื่อกี้ ใครโทรมาน่ะ”
“หยู่ซี”
“หยู่ซีโทรมา”
หลี่โป๋เยี่ยนเข้ามาทัก “คิดไม่ถึงเลย ว่าบริษัทคุณจะประเมิน ที่ดิน D12 ต่ำขนาดนี้”
เสิ่นเวยเหลียนสวนทันที “เจ็ดพันห้าสิบล้าน เป็นเรื่องโกหก”
หลี่โป๋เยี่ยนตีหน้างง “เจ็ดพันห้าสิบล้านอะไร เหอะๆ คุณหมายความว่าไงหรือ”
เสิ่นเวยเหลียนโกรธ “คุณตั้งใจเผยตัวเลขให้เรารู้”
“ฮ่าๆๆ ประธานเสิ่นจินตนาการล้ำเลิศจริงๆ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็แปลว่าพวกคุณมันไร้ความสามารถ” หลี่โป๋เยี่ยนเยาะ
เสิ่นเวยเหลียนโมโหมากจะชกหน้าหลี่โป๋เยี่ยนแต่ฟางจ่านเฉิงห้ามไว้ ทำเอาหลี่โป๋เยียนอึ้งไปด้วย
“คุณมองเห็น ฮึๆๆ แต่ถึงจะมองเห็นแล้วยังไงล่ะ เพราะวันนี้ คุณแพ้ผมแล้ว”
เสินเวยเหลียนยังโกรธ “ถ้าวันนี้แกไม่เล่นสกปรกล่ะก็”
ฟางจ่านเฉิงพูดนิ่งๆ “ใช่ คุณพูดถูก ตอนนี้เราเป็นฝ่ายแพ้ แต่การแข่งขันยังไม่จบ อย่าคิดว่าคุณจะเป็นผู้ชนะ และฝากคุณไปบอกวาเนซ่าด้วยว่า ยินดีด้วย เวยเหลียน ไปกันเถอะ”
ฟางจ่านเฉิงกับเสิ่นเวยเหลียนเดินออกไปด้วยกัน ปล่อยให้หลี่โป๋เยี่ยนมองตามอย่างแค้นๆ
พอเดินออกมาฟางจ่านเฉิงถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เสิ่นเวยเหลียนเล่าเรื่องที่สองสาวเป็นตัวเลขที่โรงพยาบาล พอเจอกันก็เล่าให้ฟัง
หลี่โป๋เยี่ยนกำลังจะเดินกลับ เฉินหยู่ซีดักรอข้างหน้า และเรียกไว้ ทั้งสองมานั่งคุยกันที่สวน
เฉินหยู่ซีว่า “ตำรวจติดต่อคุณไม่ได้ เลยโทรมาหาฉัน บอกว่าเจอตัวคนขับรถแล้ว”
“อ่อ งั้นหรือ ผมปิดเสียงน่ะเลยไม่ได้ยิน ฮึๆ ตำรวจทำงานเร็วจริงๆ”
“สำหรับคุณแล้ว ฉันเป็นคนที่หลอกง่ายมากเลยหรือ ฝ่ายโน้นบอกว่าเพราะคุณวิ่งออกมา กระทันหันเขาเลยชน”
“ไม่มีทาง มันเป็นอุบัติเหตุ ใครจะอยากให้รถชนล่ะ”
“กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้หมดแล้ว”
หลี่โป๋เยี่ยนอึ้งไปนิด “ที่รัก คือว่า”
“ผู้จัดการเป็นคนสั่งให้คุณทำใช่ไหม ฉันยอมรับได้ ถ้าสำหรับคุณแล้วฉันจะ ไม่มีความสำคัญมากเท่ากับงาน แต่ที่ฉันรับไม่ได้ก็คือ การที่คุณโกหกและหลอกใช้ฉัน”
“ที่รัก ต่อไป”
“ไม่มีต่อไปอีกแล้ว คุณไม่เคยต้องการฉัน ในโลกของคุณมีแค่ตัวคุณเองกับงาน ไม่เคยมีฉันอยู่เลย ดังนั้น ป๋อเยี่ยน เรื่องระหว่างเราให้จบเพียงแค่นี้เถอะ”
“ที่รัก ผมรักคุณ”
“งั้นทำไมในห้องของคุณ ถึงมีผ้าพันคอของผู้หญิงคนอื่น” หลี่โป๋เยี่ยนอึ้งพูดไม่ออก เฉินหยู่ซีเดินจากไป
ฟางจ่านเฉิงนั่งทำงานอยู่ ก็ได้รับข้อความจากเฉินหยู่ซีว่าขอโทษ เขาจึงโทรกลับไปหา
เฉินหยู่ซีอยู่ในห้องนอนรับโทรศัพท์ฟางจ่านเฉิง
“บอส ขอโทษค่ะ ฉันรู้ว่าฉันไม่ควร ส่งข้อความไปขอโทษ แต่ควรขอโทษคุณต่อหน้า ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ”
“ฉันไม่ได้โทรมาฟังเธอขอโทษ และเธอก็ไม่ต้องขอโทษฉันด้วย”
“แต่ว่า”
“ถูกต้อง ที่สุดท้ายแล้วบริษัทเราไม่ชนะประมูล แต่ก่อนที่จะประมูล ราคาจะเปลี่ยนได้ตลอด ไม่แน่ทางเกาเติง อาจจะปรับเปลี่ยนราคาประมูลอีกก็ได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้”
เฉินหยู่ซีร้องไห้ “มันไม่ใช่แบบนี้ เขาตั้งใจให้ฉันเห็นตัวเลข บนใบเสนอราคา”
“หยู่ซี ยังจำเรื่องที่ฉัน เคยบอกกับเธอตอนที่เรา ไปทำธุระด้วยกันได้ไหม คนทุกคนต่างมีทางเลือกของตัวเอง และในขณะเดียวกัน ก็ต้องรับผิดชอบผลการกระทำ จากสิ่งที่ตัวเองเลือกให้ได้ เธอไม่ต้องรู้สึกผิดและโทษตัวเอง กับเรื่องนี้เลย เพราะมันไม่ใช่ความผิดของเธอ หยู่ซี เธอโอเคหรือเปล่า”
เฉินหยู่ซีร้องไห้ “ฉันโอเค ไม่เป็นไร”
“หยู่ซี”
“บอสค่ะ แม่เรียกฉันแล้ว แค่นี้ก่อนนะ บ๊ายบาย”
วาเนสซ่ากับหลี่โป๋เยี่ยนมาฉลองความสำเร็จกัน พอเสร็จแล้ววาเนสซ่ายังได้มอบรถให้เป็นรางวัลด้วย หลี่โป๋เยี่ยนตะลึงกับรางวัล แต่พอนึกถึงเฉินหยู่ซีก็ได้แต่พึมพำ
“ฉันยอมทำทุกอย่าง เพื่อแลกกับสิ่งเหล่านี้งั้นหรือ”
ฟางจ่านเฉิงไปที่บ้านเฉินหยู่ซี หวางอี้เจินดีใจรีบบอกให้ช่วยไปพูดกับเฉินหยู่ซีที นางคิดว่าเฉินหยู่ซีไปอยู่ที่ฐานลับของเขาเอง
เฉินหยู่ซียืนเพียงลำพัง เธอพึมพำว่า
“ฉันคิดว่าตัวเองฉลาด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ฉันโง่ที่สุดในโลกต่างหาก ถึงได้ถูกหลอกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ โง่ที่สุด”
ฟางจ่านเฉิงส่งเสียงสวนมาว่า “เชื่อคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิด”
เฉินหยู่ซีอึ้งหันไปมอง “แต่เชื่อคนอื่นโดยไร้สติ เป็นเรื่องที่โง่สิ้นดี บอส คุณอยู่ห่างๆ ฉันไว้จะดีกว่า ฉันต้องเป็นดาวอับโชคของคุณแน่ ถึงได้สร้างแต่ปัญหาให้กับคุณ ทำให้คุณ และเวยเหลียนไม่ได้ที่ดินผืนนั้น ฉันทำให้ความฝันของคุณต้องพังลง”
“เธอในตอนนี้ ก็เหมือนผู้ชายในตำนานคนนั้น ที่ขังตัวเองในโลกตัวเอง จนลืมความห่วงใยจากคนรอบข้าง”
“แม้พวกคุณจะไม่กล่าวโทษฉัน แต่ฉันก็ยอมรับสภาพที่ ตัวเองถูกหลอกใช้ ช่วยคนอื่นทำร้ายพวกคุณได้ ถ้าฉันฉลาดกว่านี้สักนิด เรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น”
“หยู่ซี ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงแค่”
เฉินหยู่ซีสวน “ฉันว่าต้องเผชิญหน้า แต่ว่าฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้ฉันทำไม่ได้จริงๆ ฉันทำไม่ได้”
“พยายามหรือยัง คนที่ยังไม่แม้แต่จะพยายาม ไม่มีทางสำเร็จได้หรอก ทำไมตอนบอกให้ฉันฝึกเต้น ถึงมุ่งมั่นได้ แต่พอทีตัวเองกลับท้อเอาซะดื้อๆ หรือเธอเก่งแต่ขอให้คนอื่นทำ แต่ตัวเองกลับทำไม่ได้”
เฉินหยู่ซีตะโกน “ฉันก็อยากทำได้เหมือนกัน ฉันก็อยากทำให้มันดีขึ้น ฉันก็อยากฉลาดให้มากขึ้น เพื่อที่ จะได้ไม่ถูกหลอก และถูกหลอกใช้อีก แต่ว่าฉันจะทำได้จริงๆ หรือ”
“เฉินหยู่ซี เธอต้องทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้แน่”
“บอส ทำไมถึงได้ดีกับฉันขนาดนี้”
ฟางจ่านเฉิงคิดถึงคำพูดเสิ่นเวยเหลียนแล้วตอบเธอว่า “ฉัน ก็แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ”
ฟางจ่านเฉิงใช้ผ้าเช็ดน้ำตาให้เฉินหยู่ซี แล้วพาเธอมาส่งที่บ้าน
“หยู่ซี เธอ”
“ฉันดีขึ้นแล้วจริงๆ ส่วนผ้าเช็ดหน้า ซักเสร็จแล้วฉันจะเอาไปคืน ลาก่อนค่ะบอส”
“ลาก่อน”
เฉินหยู่ซีกลับเข้าบ้าน ก็พบกับหลี่โป๋เยี่ยนนั่งอยู่กับแม่ หวางอี้เจินบอกให้คุยกันดีๆ เฉินหยู่ซีชวนไปคุยข้างนอก
“ที่รัก เรื่องผ้าพันคอ ไม่ว่าผมจะอธิบายยังไง คุณก็คงเชื่อผมแน่นอน แต่ผมแค่หวังว่าคุณจะเชื่อว่า ผมจำสัญญาที่เคยให้กับคุณได้ทุกอย่าง”
เฉินหยู่ซีสวน “ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องมาหาฉันอีก”
หลี่โป๋เยี่ยนเสียงอ่อน “ที่รัก”
ฟางจ่านเฉิงเดินกลับมา “อยู่ให้ห่างจากเธอ”
(จบตอนที่ 18)



