
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 19
ซีรีส์ไต้หวัน Someone Like You: รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 19
เฉินหยู่ซีเศร้า “คุณกับฉันเราไม่ใช่คนที่ใช่ของกันและกัน”
หลี่โป๋เยี่ยนหงุดหงิด “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก แม้แต่ฟางจ่านเฉิงก็เหมือนกัน”
เฉินหยู่ซีมั่นใจ “ฉันรู้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก แต่ฉันเชื่อว่า บอสน่ะไม่มีทางหลอกใช้คนใกล้ชิด เพื่อเป้าหมายของตัวเองแน่”
หลี่โป๋เยี่ยนว่า “ที่รัก คุณใสซื่อเกินไปแล้ว”
“คุณต่างหากที่มองในแง่ร้ายเกินไป”
หลี่โป๋เยี่ยนกดดัน “ตั้งแต่อายุสิบหกหลังเสียพ่อกับแม่ไป ผมก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้นั่นแหละ คุณไม่รู้หรอกว่าการแบกรับไว้คนเดียว มันรู้สึกยังไง”
เฉินหยู่ซีเสียใจ “ใช่ฉันไม่รู้ แต่นี่ก็ลบล้างความจริงที่คุณหลอกใช้ฉัน ให้ไปทำร้ายคนอื่นไม่ได้หรอกนะ ไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”
หลี่โป๋เยี่ยนร้อนรน “ที่รัก”
ฟางจ่านเฉิงเย็นชา “อยู่ห่างเธอไว้ดีกว่า”
หลี่โป๋เยี่ยนโกรธ “นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับหยู่ซี ไม่เกี่ยวกับนาย หรือนายจะฉวยโอกาสทำอะไร”
ฟางจ่านเฉิงสวนว่า “ตอนที่นายตัดสินใจจะทำร้ายหยู่ซี นายก็ไม่มีสิทธิ์จะพูดประโยคนั้นแล้ว”
หลี่โป๋เยี่ยนโต้กลับ “แล้วนายอยู่ในฐานะอะไร ถึงได้เข้ามาวุ่นวายเรื่องของฉันกับหยู่ซี”
“ฉันน่ะเหรอ” ฟางจ่านเฉิงพูดหนักแน่น “ฐานะของฉันก็คือ คนที่หวังดีจากใจอยากให้ เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”
หลี่โป๋เยี่ยนมองเฉินหยู่ซีเศร้า “ที่รัก ผมต้องมาอีกแน่”
หลี่โป๋เยี่ยนเดินออกจากบ้านไป ฟางจ่านเฉิงหันมาหาเฉินหยู่ซี
ฟางจ่านเฉิงเป็นห่วง “หยู่ซี เธอโอเคมั้ย”
เฉินหยู่ซีตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ”
ฟางจ่านเฉิงน้ำเสียงอบอุ่น “ส่งมือมานี่”
เฉินหยู่ซีงงๆ “คะ”
“ส่งมือให้ฉัน” ฟางจ่านเฉิงมอบท็อปฟี่ให้
เฉินหยู่ซีแปลกใจ “บอสคะ นี่มัน”
“พอดียังหาสายไหมไม่เจอ หวังว่าเจ้านี่ จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง”
“ขอบคุณค่ะ”
ฟางจ่านเฉิงเป็นห่วง “เข้าข้างในเถอะ ข้างนอกหนาวนะ”
ระหว่างนั่งกระเช้ากลับฟางจ่านเฉินนั่งมากับหลี่โป๋เยี่ยน หลี่โป๋เยี่ยนจ้องมองฟางจ่านเฉิงด้วยสายตาโกรธแล้วต่อว่าฟางจ่านเฉิง
หลี่โป๋เยี่ยนโกรธ “ทำไมต้องเข้ามายุ่งเรื่องฉันกับหยู่ซี ชอบหยู่ซีสินะ”
ฟางจ่านเฉิงยียวน “ใช่ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย”
ฟางจ่านเฉิงพูดยิ้มๆ ว่า “สิ่งที่ฉันเคยพูดกับนายไว้ ฉันจะลงมือแน่นอน ถ้าไม่อยากเสียเธอไป รวมถึงทุกอย่างของนายด้วย จำคำที่ฉันพูดเอาไว้ให้ดีล่ะ”
เฉินหยู่ซีที่นั่งเหม่อมองอมยิ้ม พอหวางอี้เจินเข้ามาเรียกไปกินข้าวและหยิบ เฉินหยู่ซีแย่งคืนมา บอกว่าอยากกินจะไปซื้อให้ใหม่
ฟางจ่านเฉิงกลับถึงบ้านก็หยิบการ์ดที่เฉินหยู่ซีทำให้มาดู ยิ่งทำให้คิดถึงเฉินอยู่ซี แล้วก็คิดถึงคำพูดของเสิ่นเวยเหลียน
วันรุ่งขึ้นฟางจ่านเฉิงก็โทรบอกเฉินหยู่ซีให้มาหาที่ทำงาน เขาถามว่ามีธุระอะไรมั้ย เธอว่าไม่มี ว่าแล้วเขาก็ให้เธอตามไป
เฉินหยู่ซีเดินตามฟางจ่านเฉิงไป พอรู้ว่าเขาจะให้เป็นเลขาก็ตกใจว่าคงไม่ไหว แต่ฟางจ่านเฉิงไม่สนใจเดินไปคุยกับผู้จัดการหวาง
ระหว่างที่ฟางจ่านเฉิงพูดกับผู้จัดการหวาง เฉินหยู่ซีเห็นสีหน้าผู้จัดการหวางไม่ค่อยดี จึงออกไปชงโกโก้ร้อนมาให้ ทำให้ผู้จัดการหวางรู้สึกดี พอคุยงานจบก็ตอบตกลงกับฟางจ่านเฉิง แล้วชื่นชมเฉินหยู่ซีว่าเป็นคนใส่ใจดี
พอกลับเข้ามาที่ห้องทำงาน ฟางจ่านเฉิงสงสัยถามเฉินหยู่ซี
“หยู่ซี ทำไมเธอถึงไปเอาเครื่องดื่มให้ผู้จัดการหวาง ทั้งๆ ที่การประชุมเริ่มไปได้ครึ่งนึงล่ะ”
“เอ่อคือ ก็ ผู้หญิงอย่างเราน่ะ ทุกเดือนจะมีช่วงที่ไม่ค่อยสบาย ฉันก็เลยไปชงโกโก้ร้อนให้ เผื่อจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น”
“ขอบคุณมากที่ใส่ใจแบบนี้”
เฉินหยู่ซีเขิน “ไม่หรอกค่ะ ฉันก็แค่หันไปเห็นเข้าพอดี”
ฟางจ่านเฉิงบอกเฉินหยู่ซีว่า “พรุ่งนี้ มาเริ่มงานได้ เธอผ่านช่วงทดลองงานแล้ว”
เฉินหยู่ซีตะลึง “หา เริ่มงาน”
ฟางจ่านเฉิงสงสัย “ไม่อยากทำเหรอ”
เฉินหยู่ซีลังเล “ไม่ใช่ค่ะ แค่กลัวว่า จะทำได้ไม่ดี”
ฟางจ่านเฉิงสบายๆ “เมื่อกี้เธอใช้การกระทำของตัวเอง พิสูจน์แล้วว่าเธอทำได้ ช่วยให้การทำงานราบรื่น แล้วเธอจะคิดมากไปทำไม”
เฉินหยู่ซีลังเล “แต่ว่า”
ฟางจ่านเฉิงจริงจัง “เฉินหยู่ซี เธอทำได้ทุกเรื่องที่อยากทำอยู่แล้ว ที่สำคัญคือ เธออยากทำรึเปล่า”
“อยากสิ ฉันอยากทำ ต่อไป ขอให้บอสช่วยชี้แนะด้วยค่ะ ถ้างั้นฉันไปก่อนนะคะ”
หลี่โป๋เยี่ยนได้รับพัสดุ เขาแปลกใจว่ามาจากเฉินหยู่ซี
เฉินหยู่ซีเขียนจดหมายมาว่า “ฉันคืนผ้าพันคอให้คุณ ฉันทนรับได้ว่า ในใจคุณไม่มีอะไรที่ สำคัญเท่างานแล้วก็การเป็นโค้ชฟิตเนส แต่ฉันรับไม่ได้เลยที่คุณ มาหลอกใช้ฉัน ครั้งแล้วครั้งเล่า โป๋เยี่ยน ระหว่างเรา ให้มันจบแค่นี้เถอะ”
หลี่โป๋เยี่ยนเสียใจ “ที่รัก ผมแค่หวังว่าคุณจะยังเชื่อ คำสัญญาที่มีให้คุณ”
ด้านเฉินหยู่ซีก็พยายามทำตัวร่าเริงทักเสิ่นเวยเหลียน ทำเอาเสิ่นเวยเหลียนงง เฉินหยู่ซีว่าเธอเป็นเลขาแล้ว
เสิ่นเวยเหลียนรู้ทัน “ดูท่าเขา คงตัดใจไม่ได้จริงๆ”
เฉินหยู่ซีงง “ตัดใจอะไรคะ”
“ช่างมันเถอะ ฉันมีธุระกับบอสเธอน่ะ” เสิ่นเวยเหลียนล้อเลียน “ทำงานเถอะ คุณเลขา”
เฉินหยู่ซีพึมพำ “หลุดปากแค่ครึ่งนึง ความลับเยอะจริงเชียว”
เสิ่นเวยเหลียนมาเจอกับฟางจ่านเฉิงก็ล้อเลียน
“ฉันเพิ่งเจอ หยู่ซีนั่งอยู่ข้างนอกนั่น เป็นไงล่ะ ได้คำตอบแล้ว” ฟางจ่านเฉิงนิ่งไป “เอ๊ะ ชะงักห้าวินาทีอีกแล้ว”
“ไม่ใช่น่า” ฟางจ่านเฉิงว่า
“ไม่ต้องพูดแล้ว พวกเราสองคนน่ะเข้าใจกัน แบบไม่ต้อง พูดอะไรซักคำ”
ฟางจ่านเฉิงอึกอัก “เอ่อถ้างั้น นาย แล้วนาย ผลการเจรจาเมื่อวาน เป็นยังไงบ้างล่ะ”
เสิ่นเวยเหลียนถอนใจ “เฮ้อ ทางเราชิงที่ดินD12มาไม่ได้ มีผลกับความมั่นใจพวกเขาพอสมควรบางส่วนไม่อยากร่วมงานกับเราต่อ”
“อืม ตอนนี้แผนงานของร้านค้าชั้นนำ กำลังดำเนินการ ฉันน่ะหาพื้นที่ที่เหมาะสม ได้อีกที่นึงแล้ว”
เสิ่นเวยเหลียนดีใจ “หา จริงเหรอเนี่ย งั้นก็เยี่ยมเลย ถ้าเป็นแบบนี้ ก็จะเพิ่มความมั่นใจให้พวกเขาได้บางส่วน”
ฟางจ่านเฉิงกังวล “แต่ว่า งบประมาณจะเพิ่มขึ้นด้วย ตอนนี้เงินทุนของบริษัท ยังไม่มากพอ”
เสิ่นเวยเหลียนเซ็ง “เพราะฉันแท้ๆ เลย”
ฟางจ่านเฉิงพยายามปลอบเพื่อน เสิ่นเวยเหลียนยังรู้สึกผิดมาก
“ฉันไม่ได้โทษตัวเอง ฉันแค่พูดความจริงต่างหาก วางใจเถอะ อย่างที่นายพูดนั่นแหละ” เสิ่นเวยเหลียนมุ่งมั่น “พวกเราไม่ใช่ว่าไม่เคยล้มเหลว ขอแค่ความล้มเหลวครั้งนื้ ทำให้ความสำเร็จยิ่งใหญ่กว่าเดิม ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว แต่ว่าจ่านเฉิง เรื่องเงินทุนน่ะ นายมีความคิดเห็นยังไง”
ฟางจ่านเฉิงว่า “ฉันคิดไว้แล้ว ดูนี่”
ด้านประธานกู่ก็มาเสนอขายหุ้นคริสตัลให้วาเนสซ่า ซึ่งเขามีหุ้นจำนวนสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์วาเนสซ่าตกใจและแปลกใจว่าทำไม เขาว่าต้องการแก้แค้นฟางจ่านเฉิง วาเนสซ่าไม่ยอมตกลง แต่หลี่โป๋เยี่ยนที่เดินออกมาส่งแนะนำให้ไปคุยกับประธานเกา ซึ่งตอนนี้อยู่โรงพยาบาล
หวางเสี่ยวหลินตัดสินใจขอนัดเสิ่นเวยเหลียนไปเดทกัน เสิ่นเวยเหลียนตกลง ทำให้หวางเสี่ยวหลินดีใจมาก เฉินหยู่ซีเองก็ดีใจกับเพื่อน แล้วรู้สึกว่าเพื่อนเธอกล้ามาก
สองสาวมานั่งทานน้ำกัน ยังรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย หวางเสี่ยวหลินย้อนเฉินหยู่ซีว่าจากผู้ช่วยหลอกๆ ตอนนี้กลายเป็นเลขาตัวจริง ฟางจ่านเฉิงดีจริงๆ เฉินหยู่ซียอมรับว่าเขาดี
“ดีกับเธอขนาดนี้ เพราะงี้เธอก็ชอบเขาใช่ม้า”
เฉินหยู่ซีตอบจากใจจริง “อื้อใช่ ฉันก็ชอบเขามาก”
หวางเสี่ยวหลินทำเสียงแซว “แถ่นแท๊นน”
เฉินหยู่ซีร้อนตัว “หวางเสี่ยวหลิน”
“เป็นไรเนี่ย กำลังช่วยเธอนะ ไม่เคยได้ยินหรือไง น้ำตาลใกล้มด” หวางเสี่ยวหลินล้อเลียน “ตอนนี้เธอน่ะเป็นมดใกล้น้ำตาลแล้ว เธอต้องคว้าไว้ให้ได้นะ”
เฉินหยู่ซีร้อนตัว “คว้าอะไรกัน เธออย่าพูดไร้สาระน่า ให้ไขว่คว้าอะไรกัน”
หวางเสี่ยวหลินล้อเลียนต่อ “คว้าพระจันทร์อย่างเขาไว้ให้ได้ ทั้งกลมสวยทั้งใหญ่โต แถมตอนนี้ตาเขาก็หายดีแล้วด้วยเยี่ยมไปเลยน้า ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง”
เฉินหยู่ซีเขิน “ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊งบ้าอะไร อย่าพูดไร้สาระน่า หวางเสี่ยวหลิน”
“เอ๊ะ เฉินหยู่ซี เธอกินหมดแล้วนะ ไม่ต้องดูดมันแล้ว เธอตั้งใจฟังฉันนะ” หวางเสี่ยวหลินจริงจัง “ตอนที่พวกเราเป็นพยาบาลฝึกหัดน่ะ เจออะไรที่ไม่แน่นอนตั้งมากมาย เพราะฉะนั้นเธอน่าจะเข้าใจ คว้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไว้ สำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอ รู้สึกดีกับบอสเธอจริง อย่าเก็บเอาไว้สิ อย่ายอมแพ้ง่ายๆ เด็ดขาด กล้าๆ หน่อย”
“ฮิฮิ” หวางเสี่ยวหลินล้อเลียน เธอเห็นฟางจ่านเฉิงเดินมาพอดี “เฮ้ พอพูดถึงพระจันทร์ พระจันทร์ก็มาเชียว”
เฉินหยู่ซีหันไปเห็นก็ตกใจพึมพำ “ทำไงดี ทำไงดี”
หวางเสี่ยวหลินว่า “รีแลกซ์สิ รีแลกซ์หน่อย”
เฉินหยู่ซีร้อนรน “ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี”
หวางเสี่ยวหลินสวน “Hi”
เฉินหยู่ซีอึกอักทำตัวไม่ถูก “เอ่อ... เอ่อ บอสคะ”
หวางเสี่ยวหลินแทรกว่า “คุณฟาง มากินข้าวเหรอคะ พวกเรามากินข้าวด้วยกันมั้ยคะ อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันต้องรีบกลับไปทำงานน่ะ พวกคุณสองคนตามสบายนะ ตามสบายค่ะ บ๊ายบาย” หวางเสี่ยวหลินกระซิบ “เอ๊ะ ยืนดีๆ สิ บ๊ายบาย”
ฟางจ่านเฉิงบอกหวางเสี่ยวหลิน “แล้วเจอกัน”
ฟางจ่านเฉิงมองเฉินหยู่ซีแล้วสงสัย “หยู่ซี เธอรู้สึกร้อนมากรึไง”
เฉินหยู่ซีอึนๆ “ไม่ใช่ค่ะ บอส ปัญหาของฉันเอง”
ฟางจ่านเฉิงสงสัย “เธอรู้สึกร้อนมากรึไง”
ฟางจ่านเฉิงยกมือเตะหน้าผากแปลกใจ “ไม่มีไข้หนิ”
เฉินหยู่ซีอึกอัก “เปล่าค่ะ ฉันไม่มีไข้หรอก บอสคะ คุณหิวอยู่รึเปล่าคะ ฉันได้ยินว่าทางนั้นมีร้านอร่อยมาก ฉันไปดูก่อนนะคะ ไปนะคะ”
เลิกงานแล้ว เฉินหยู่ซียังไม่เสร็จ ฟางจ่านเฉิงเดินมาหา
เฉินหยู่ซีสะดุ้ง “บอสคะ มีอะไรจะสั่งเพิ่มรึเปล่าคะ”
ฟางจ่านเฉิงว่า “ไม่มีแล้ว ตอนนี้เธอ ควรจะกลับบ้านได้แล้ว”
เฉินหยู่ซีลังเล “แต่ฉัน ต้องจัดการเอกสารอีกนิดหน่อย”
ฟางจ่านเฉิงออกคำสั่ง “ให้เวลาเก็บของสามสิบวินาที”
เฉินหยู่ซีพึมพำ “หา คงไม่ใช่ให้ฉันไปไหนด้วยหรอกนะ”
ฟางจ่านเฉิงรอหน้าลิฟต์ เฉินหยู่ซีรีบเก็บของตามมา
“บอสคะ เอ่อ ถ้าจะให้ฉันไปกับคุณด้วยคง”
“ฉันไปส่งเธอเอง” เฉินหยู่ซีอึ้ง “ส่งเธอกลับบ้าน”
เฉินหยู่ซียิ้ม “ขอบคุณค่ะ”
ในรถ ฟางจ่านเฉิงคุยเรื่องงาน หันมาอีกทีเฉินหยู่ซีก็หลับไปแล้ว เขาขับรถมาถึงหน้าที่ขึ้นกระเช้า เฉินหยู่ซีก็ยังไม่ตื่น เขาปล่อยให้เธอนอน เอาเสื้อมาคลุมให้ จนโทรศัพท์แม่ดังเข้ามา ทำให้เฉินหยู่ซีตื่น แล้วเธอจึงรู้ว่ามาถึงแล้ว ก็รีบลงจากรถมา
“บอส ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ”
“เห็นเธอหลับสบายขนาดนั้น เลยอยากให้เธอนอนต่ออีกซักหน่อย”
เฉินหยู่ซีกังวล “ถ้าเกิดฉันหลับเพลินจน พลาดกระเช้าเที่ยวสุดท้าย หรือว่า จะมีเที่ยวพิเศษอีก”
ฟางจ่านเฉิงยิ้มๆ “ทำไมจะไมได้”
เฉินหยู่ซีหน้าเสีย “ไม่ได้นะคะ ถ้าเวยเหลียนรู้เข้า จะต้องบ่นจนฉันหูชาแน่”
“เอาเถอะ เที่ยวสุดท้ายมาแล้ว รีบขึ้นไปเถอะ”
“ค่ะ”
เฉินหยู่ซีเดินขึ้นบันไดแล้วหันมามองทำให้สะดุดจนเอกสารหล่น ฟางจ่านเฉิงรีบเข้ามาช่วยเก็บ จนโดนมือเธอ ทำให้เฉินหยู่ซีนิ่งอึ้งไปนาน จนฟางจ่านเฉิงถามอย่างเป็นห่วง
“เรื่องแฟนเธอใช่มั้ย ค่อยๆ พูด ไม่เป็นไรนะ รีบขึ้นไปเถอะ ถ้ายังไม่ไป คงต้องโทรตามเวยเหลียนจริงๆ แล้ว”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ราตรีสวัสดิ์”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ บอส”
วันต่อมาประธานเกาเรียกหลี่โป๋เยี่ยนมาคุยเรื่องที่วาเนสซ่าปฏิเสธหุ้นของประธานกู่ ประธานเกาถามความคิดเห็นของเขา หลี่โป๋เยี่ยนว่าถ้าเข้าซื้อกิจการ จะช่วยขยายกิจการของบริษัทได้จริง อีกทั้งจะทำให้สถานะบริษัทเรายิ่งมั่นคง โดยหาเพิ่มอีกหกเปอร์เซ็นต์จากผู้ถือหุ้นรายอื่นมาได้ ก็จะมีหุ้นทั้งหมดห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ มีสิทธิ์ขาดเต็มที่ ประธานเกาให้หลี่โป๋เยี่ยนคิดหาวิธี
(จบตอนที่ 19)



