
รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 16
ซีรีส์ไต้หวัน Someone Like You: รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
เฉินหยู่อันพาเซี่ยเฟยเฟยไปที่บ้านเขาก่อน หวางอี้เจินมองเซี่ยเฟยเฟยอย่างแปลกใจ
“คุณป้าหนูชื่อเซี่ยเฟยเฟย เรียกหนูว่าเฟยเฟยก็ได้ค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ นี่คุ้กกี้ที่คุณป้าชอบทานค่ะ” เซี่ยเฟยเฟยแนะนำตัวกับหวางอี้เจิน
หวางอี้เจินชื่นชม “น่ารักจัง ยังซื้อขนมคุ้กกี้มาฝากด้วย”
“ไม่หรอกค่ะ นี่หยู่อันซื้อค่ะ เขาน่ารักนะคะ”
“เอาล่ะ พวกเรากินไปคุยไปดีกว่า มาๆ นั่งๆๆๆๆ มาเร็ว มา เฟยเฟย ขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะมา ฉันจึงเตรียมแต่อาหารบ้านๆ หวังว่าจะไม่รังเกียจนะ”
เซี่ยเฟยเฟยชม “ไม่หรอกค่ะ อาหารบ้านๆ อร่อยสุด ชอบรสชาติอาหารของคุณแม่ที่สุด”
หวางอี้เจินยิ้มปลื้ม “ปากหวานจริงเชียว”
“จริงนะ ฉันพูดเรื่องจริงค่ะ แถมคุณป้าก็สวยด้วย ถ้ามีลูกสาวจะต้องสวยเหมือนกันแน่ๆ”
“ใช่แล้ว พี่สาวของเสี่ยวอันฉันจะให้นิยามเขาว่ายังไง ก็คนสวยไง ฉันจะไปเอารูปให้ดู” หวางอี้เจินลุกไป
เซี่ยเฟยเฟยหันมาถามเฉินหยู่อัน “คุณมีพี่สาว แล้วทำไมไม่มากินข้าวด้วยกัน”
“เขาเป็นพยาบาลพิเศษไม่ค่อยมีเวลา”
“พยาบาลพิเศษ ต้องลำบากแน่เลย”
หวางอี้เจินเข้ามาพร้อมรูป “มาแล้ว ดูสิ สวยมั้ยล่ะ”
เซี่ยเฟยเฟยมองทั้งสอง “ตอนเด็กคุณน่ารักจังเลย”
“รูปตอนโตของพวกเขาไม่รู้ว่าพี่เขาเอาไปไว้ไหน ฉันหาไม่เจอ แต่ไม่เป็นไรนะ ใครๆ ก็บอกว่าจะสามขวบหรือห้าขวบ ก็โตมาเป็นแบบเนี้ย ดูในรูปก็เหมือนกัน เอายังงี้ ฉันขอแก้ตัวครั้งหน้า ครั้งหน้าฉันจะให้ดู”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“รีบกิน เย็นหมดแล้ว เอ้อ แล้วเธอสองคนรู้จักกันนานยัง” หวางอี้เจินชวนคุย
เฉินหยู่อันตอบ “ครึ่งปีแล้ว”
“นานอยู่นะ รู้จักกันได้ไง”
“ฉันไปสารภาพบาป หึ คิดเรื่องนี้แล้วก็โมโห เขารู้ความลับของฉันหมดเลย”
เฉินหยู่อันรู้สึกผิด “ขอโทษนะ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ฉันล้อเล่นหรอก จริงๆแล้วฉันต้องขอบคุณ ที่ฟังฉันระบายความในใจ อื้ม ฉันชอบกินน่องไก่ อ่ะ ฉันให้ แสดงถึงฉันขอบคุณคุณอย่างเต็มใจ”
“ขอบคุณ”
“แหมๆ เสี่ยวอัน เป็นสุภาพบุรุษหน่อย แกก็คีบอาหารให้เขาสิ มีที่ไหนให้ผู้หญิงคีบให้ เร็ว”
“คุณป้า ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ ฉันคีบเองได้สบายมาก อื้ม ฉันชอบกินอันนี้”
หวางอี้เจินหัวเราะ “เฟยเฟย เสี่ยวอันหน่ะเขาเป็นคนขี้อาย เลยไม่ค่อยมีเพื่อน ถ้าหนูมีเวลาก็มาหาเขาหน่อยนะ”
“ฉันไปหาเขาบ่อย อาทิตย์หนึ่งก็สามสี่ครั้งค่ะเราไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยกัน เลี้ยงเด็กๆ”
หวางอี้เจินยิ้ม “จริงเหรอ”
เฉินหยู่อันชม “เฟยเฟยตั้งใจมาก ทุ่มเทมาก”
“จริงๆแล้ว ฉันคิดว่าเธอสองคนดูถูกชะตากันนะ ดีแล้วแหล่ะฮ่าๆ กินเยอะๆ ดี”
ที่บ้านพี่เจียน พ่อของสวีหย่าถีมาหา สวีหย่าถีนำเงินมาให้แต่พ่อไม่ยอมรับ บอกว่าขับแท็กซี่เลี้ยงตัวได้ให้สวีหย่าถีเก็บไว้รักษาตัว เพราะไม่ค่อยได้ดูแลสวีหย่าถีด้วย ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีเห็นและได้ยิน ฟางจ่านเฉิงบอกให้เฉินหยู่ซีจำเลขทะเบียนรถแท็กซี่กับยี่ห้อรถพ่อของสวีหย่าถีไว้ แล้วบอกให้เธอส่งให้เสิ่นเวยเหลียน
สวีหย่าถีเดินเข้ามาหาฟางจ่านเฉิงที่ยืนรออยู่
“คุณฟางคะ คุณหาฉัน”
“หย่าถี ขอโทษนะ ผมเพิ่งได้ยินคุณกับพ่อพูดว่าตอนเด็กหัวใจคุณไม่ดี แล้วตอนนี้ดียัง”
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แม้หมอจะบอกว่าอาจจะทุกข์ไปตลอดชีวิต แต่ ตอนนี้ก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะขึ้นมากแล้วค่ะ”
“คู่หมั้นของผมเป็นหมอโรคหัวใจ ถ้าตอนนี้ยังอยู่ ไม่ว่าเขาจะงานยุ่ง เขาก็จะไม่ยุ่ง และต้องมีหนทางที่จะรักษาคุณอย่างเหมาะสม”
“รู้สึกว่าคุณจะภูมิใจในคู่หมั้นคุณมาก”
“ใช่ครับ ชีวิตของเขาทำเพื่อผู้ป่วย เขาร่วมบริจาคอวัยวะด้วย แม้ว่าจะโดนครอบครัวผู้ป่วยด่า จนกระทั่งถูกตี เขาต้องทนทุกข์ พวกเรามีบัตรผู้บริจาคอวัยวะ เขาบอกแบบนี้ทำให้ชีวิตที่กำลังจะตาย มีโอกาสอยู่กับคนอื่นอีกต่อไป เราพบกันก็ดีแล้ว ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เพราะว่าโชคชะตา หรือเพราะใจดวงนี้ ชีวิตชาตินี้ หรือชาติหน้า หรือจะชาติไหนๆ เราก็จะพบเจอกัน อยู่ด้วยกันตลอดไป” ฟางจ่านเฉิงจับสร้อยคอ
“ถ้างั้น ฉันขอถามหน่อยได้มั้ย คู่หมั้นคุณเขาจากไปเมื่อไหร่คะ”
“สองปีก่อน”
สวีหย่าถีอึ้งไปนิดเธอจับหัวใจตัวเอง “สองปีก่อน”
“ครับหย่าถี เป็นอะไรเหรอ”
“เปล่าค่ะ”
สวีหย่าถีจับคุ้กกี้รูปหัวใจมาแล้วคิดถึงคำพูดของฟางจ่านเฉิง พี่เจียนเข้ามาหาถามว่าเป็นอะไร เธอว่าเปล่า
“เอาอีกแล้ว พี่บอกแกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าให้มีเรื่องหนักใจ บอกมา มีเรื่องอะไร”
“พี่เจียน หนูเพิ่งจะได้คุยกับคุณฟาง หนูเพิ่งรู้ว่าคู่หมั้นของเขาเป็นผู้บริจาคอวัยวะ”
“สูญเสียคนรัก น่าสงสาร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก”
“ฉันคิดว่า หัวใจของเขา อาจจะอยู่กับฉัน”
“เป็นไปได้ยังไง”
“แต่คู่หมั้นของเขาตายไปเมื่อสองปีก่อน”
“แล้วมันเป็นยังไงล่ะ”
“เมื่อสองปีก่อนฉันก็ไปรับหัวใจมา ดังนั้น”
“บังเอิญไปมั้ยเนี้ย”
“พี่เจียน หนูเคยพูดกับพี่ว่าตอนที่หนูเจอคุณฟางครั้งแรก ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกๆ ยิ่งสร้อยที่เขาใส่ตลอด หนูก็ยิ่งรู้สึกคุ้นมาก แต่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”
“ถ้าเป็นตามที่แกพูด ก็พอเป็นไปได้บ้าง แล้วเรื่องนี้แกพูดกับคุณฟางแล้วหรือยัง”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากให้เขาหนักใจ”
“หย่าถี แกจำสิ่งที่พี่เคยพูดไว้ได้มั้ย แกมีแรงพอที่จะไล่ตามความปรารถนา สำหรับหัวใจของแก แกก็ค่อยๆ สังเกตดู อย่าเอาเรื่องมาหนักใจ ใช่สิ แกมีลูกค้ารอคุ้กกี้แกนี่หน่า รีบๆ ห่อสิ ฉันจะไปทำงานแล้ว โคมลอยคืนนี้ยังทำไม่เสร็จเลย”
“ค่ะ”
“ไม่ต้องคิดมากนะสาวน้อย”
“ค่ะ รู้แล้ว”
ที่บ้านหวางอี้เจิน เซี่ยเฟยเฟยกำลังจะกลับ เฉินหยู่อันแค่ออกมาส่งหน้าบ้าน หวางอี้เจินบอกให้ไปส่งเขาจึงยอมไปด้วย
หวางอี้เจินมองตามทั้งสองไป “ฉันชอบยัยหนูนี่จัง น่าเสียดายหยู่อันเป็นบาทหลวง”
ช่วงค่ำคืนนั้น ที่บ้านพี่เจียน พี่เจียนกำลังอธิบายวิธีปล่อยโคมลอยกับคนที่มาพักฟัง
“ทุกคนคะ ฟังฉันหน่อย ความปรารถนาของตัวเองต้องเขียนด้วยตัวเอง เขียนมาจากใจ แล้วฟ้าเบื้องบนจะได้รับรู้ เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจ”
“ดีมาก”
เฉินหยู่ซีพาฟางจ่านเฉิงเข้ามา “พี่เจียน”
“อ้าว มาๆๆ พวกคุณมาสายนะ ฉันเตรียมให้คุณตรงนั้น มา พาบอสคุณมาทางนี้ ฉันเพิ่งพูดไป พวกคุณคงไม่ได้ยิน ฉันจะพูดอีกครั้งนะ”
“ค่ะ”
“ฉันจะบอกก่อน วางอันนี้ให้เรียบ จำเอาไว้ว่า สิ่งที่ตัวเองปรารถนาต้องเขียนเองกับมือ เขียนมาจากใจ ถ้าเขียนด้วยตัวเองเบื้องบนจะได้รับรู้ จำได้มั้ย เขียนกับมือนะ”
“อ่า ค่ะ”
“งั้นฉันไปดูคนอื่นๆ ก่อน เข้าใจนะ”
“พี่เจียน พี่ทำงานเถอะ ขอโทษค่ะบอส ฉันขอโทษ บอส คุณคิดหรือยังว่าจะเขียนอะไร”
ฟางจ่านเฉิงว่า “ขอให้ทุกคนข้างผมมีแต่ความสงบ ความสุข”
“บอส ความปรารถนาคุณยิ่งใหญ่ไปมั้ย เขียนอะไรตรงๆ โลกมันกว้างใหญ่ ช่างโลกมันเถอะค่ะ”
“เฉินหยู่ซี รักษามารยาทหน่อย”
“ฉันล้อเล่นหน่ะ”
“ผมก็ล้อเล่น”
“อืม จริงๆ ความปรารถนาของบอสตอนนี้ ควรเป็นสายตากลับมาเป็นปกติเร็วๆ”
“ดี งั้นช่วยผมเขียนตามนั้นแหล่ะ”
“ค่ะ ไม่ใช่ๆๆ บอสพี่เจียนบอกว่าความปรารถนาตัวเองต้องเขียนเอง เขียนมาจากใจ เบื้องบนถึงจะรับรู้ งั้นคุณต้องเขียนเอง”
“คุณคิดว่าสภาพผมตอนนี้จะเขียนเองได้มั้ย”
“อ่อ มีวิธีค่ะ มา ยื่นมือมา” เฉินหยู่ซีจับมือฟางจ่านเฉิงเขียน “จับดีๆ ดี ขยับมาอีกก้าว ก้าวซ้ายหน่อย ดีๆๆ มา แบบนี้ก็ได้เขียนเองแล้ว โน้มตัวมาหน่อย ก้มอีกๆ ขอ ให้ เดี๋ยวเติมหมึกก่อน เอาล่ะ จับได้แล้ว ดวง รอก่อน ค่ะ มา ตา”
ฟางจ่านเฉิงขัดว่า “เดี๋ยวก่อน ทำไมต้องอ่านออกเสียงด้วย”
“ถ้ายิ่งทำแบบนี้นะ ความปรารถนาก็จะเป็นจริงเร็วขึ้น ตา หาย เร็ว เร็ว เสร็จแล้ว”
“ขอบคุณ”
“ขอบคุณทำไม ขอบคุณสวรรค์นู่น ฉันจะเขียนอะไรดีนะ บอส คุณถอยไปก้าวหนึ่ง ดี ขอให้บอส เขามองไม่เห็นนี่ ฉันกลัวอะไร”
คนอื่นพากันปล่อยโคมลอย ฟางจ่านเฉิงกับเฉินหยู่ซีกำลังจะปล่อย แต่ฟางจ่านเฉิงรู้สึกเคืองตามาก
เฉินหยู่ซีเห็นก็ถาม “บอส คุณเคืองตาหรอคะ”
“เปล่า หยู่ซี โคมลอยใช้ได้ยัง”
“เกือบได้แล้ว เตรียมตัวปล่อยนะ”
“ได้”
“นับละนะ หนึ่ง สอง สาม บอส ตอนนี้โคมลอยไปบนฟ้าแล้ว สวยมากเลย ขอให้ตาของบอสหายไวๆ และเจอคนที่จูงมือเขาไปตลอด”
ทั้งสองปล่อยโคมลอยไป เฉินหยู่ซีหลับตาอธิษฐานว่า “ขอให้ตาของบอสหายไวๆ และเจอคนที่จูงมือเขาไปตลอดบอสความปรารถนาของเราจะต้องเป็นจริง”
ฟางจ่านเฉิงพยายามกระพริบตามอง แม้จะเคือง แล้วเขาก็เริ่มมองเห็นเฉินหยู่ซีอย่างชัดเจน เขาตะลึงไป ก่อนจะมองขึ้นฟ้าตามที่เฉินหยู่ซีมองอยู่
“ใช่แล้ว ฉันเห็นความปรารถนาของฉันลอยสูงเรื่อยๆ โคมลอยเล็กๆใหญ่ๆมากมาย ความหวังและความปรารถนาที่ทุกคนเขียน”
“ใช่แล้ว ความหวังมากมายที่ลอยอยู่บนฟ้า บอส คุณนี่เก่งนะ พูดอย่างกับว่าเห็นด้วยตัวเอง” เฉินหยู่ซียังคงมองบนท้องฟ้า
มีชายหญิงอีกคู่กำลังปล่อยโคมไฟ แล้วถอยหลังไปชนเสาไฟ ทำให้เสาไฟโค่นลงมา ฟางจ่านเฉิงเห็นก็รีบจับเฉินหยู่ซีหลบจนล้มลงไปทั้งคู่ เฉินหยู่ซีจ้องฟางจ่านเฉิง
“บอส คุณมองเห็นแล้ว คุณมองเห็นจริงๆ แล้ว คุณมองเห็นจริงๆ แล้ว ฮ่าๆๆ สุดยอดๆๆ เป็นจริงแล้ว สุดยอดเลย วู้ว บอส ดูสิ สวยมากเลย” เฉินหยู่ซีนอนดู
ฟางจ่านเฉิงนอนดูด้วย “ใช่แล้ว สวยมากจริงๆ”
เฉินหยู่ซีดีใจกอดฟางจ่านเฉิงเลย “บอส คุณมองเห็นจริงๆ ด้วย คุณมองเห็นจริงๆ ด้วย ความปรารถนาเป็นจริง ยอดเยี่ยมเลย ยอดเยี่ยมเลย”
ทั้งสองมายืนชมดาวบนท้องฟ้าอีกมุมหนึ่ง ฟางจ่านเฉินนำผ้าพันคอของเขาให้เฉินหยู่ซี
ฟางจ่านเฉิงถาม “หนาวมั้ย”
“ดีแล้วค่ะ วิวสวยมากเลยนะคะ ดูนานเลยไม่รู้สึกหนาว พี่เจียนพูดไม่ผิดเลย วิวตรงนี้สวยงามมากจริงๆ”
“หยู่ซี”
“หืม” เฉินหยู่ซีมองฟางจ่านเฉิง
“ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณทำไม”
“ขอบคุณที่คุณเข้ามาดูแลผม และก็ขอบคุณที่เป็นตาแทนผม ช่วยเหลือผมให้ผมได้เต้นรำกับแม่ของผม ทำให้ผมกล้าออกมาจากความมืด มาพบความหวัง ไม่ใช่เด็กผู้ชายคนนั้นที่มีแต่ความเศร้า เพราะกำลังใจคุณ ทำให้ผมได้โอบกอดความงามอีกครั้ง ขอบคุณนะ”
“คุณไม่ต้องขอบคุณฉันขนาดนั้นหรอกค่ะ ตอนเจอกันครั้งแรกฉันก็ทำไม่ดีกับคุณ ทำผิดกับคุณ แต่คุณให้อภัยฉัน คุณไม่เพียงให้อภัยให้ คุณยังพาฉันไปดูดาวตก ให้ฉันกินขนมสายไหม นั่งกระเช้า ไปดูหนังเป็นเพื่อนฉัน ขอบคุณที่ทำให้ฝันฉันเป็นจริง ยังมีตอนที่คุณไม่กลัวตาย โดดไปช่วยฉันในทะเล ดังนั้นฉันสิต้องขอบคุณ บอส”
ฟางจ่านเฉิงมองเฉินหยู่ซี “หืม”
“ฉันกอดคุณได้มั้ย” เฉินหยู่ซีกอดฟางจ่านเฉิงเลย ทำเอาฟางจ่านเฉิงอึ้งไปนิด “ขอบคุณที่ทำให้ฉันทุกอย่าง ฉันจะจำไปตลอด ไม่มีวันลืมตลอดไป”
“ผมก็ขอบคุณทั้งหมดที่คุณทำเพื่อผม แล้วก็ ผมดีใจที่มองเห็นคุณ เฉินหยู่ซี”
“ฉันก็ด้วย ขอบคุณที่ให้อภัยฉัน”
“เอาล่ะ กลับเข้าไปกันได้แล้ว พี่เจียนรอพวกเราอยู่”
เฉินหยู่ซีเรียกอีก “บอส หลังจากพรุ่งนี้ฉันกลับไท๋เปย ฉันก็จะกลับบ้านเลย”
“คุณหมายความว่าคุณจะลาออก”
“ตาของคุณก็ปกติแล้ว ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ฉันแล้วหล่ะค่ะ ฉันก็จะไปกลับไป ไปทำงานที่ฉันต้องทำ”
“ผมขอคิดก่อน”
“แต่ว่า”
ฟางจ่านเฉิงตัดบท “ไปกันเถอะ พี่เจียนรออยู่”
พี่เจียนเรียกพร้อมแสดงความยินดีกับฟางจ่านเฉิง
“มาแล้วๆๆ อาหารมาแล้ว คุณฟางคะยินดีด้วยจริงๆ ตาเป็นปกติแล้ว”
“ขอบคุณพี่เจียน” ฟางจ่านเฉิงกล่าว
เฉินหยู่ซีว่า “บอส ที่นี่ต้องมีมายากลแน่ๆ เลย เรามาพักฟื้นที่นี่ มาถูกที่แล้ว น่าเสียดายที่พรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว”
“ฮืม เธอหน่ะๆๆ พูดแบบนี้น่าจับตีให้ตายเลยจริงๆ เธอมาครั้งหน้า ต้องโทรมาบอกก่อนด้วยนะ ไม่งั้นนะ ดูสิพรุ่งนี้แขกของเราก็เต็ม ฉันคิดว่าให้คุณพักอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วันเอง” พี่เจียนบ่น
เฉินหยู่ซีว่า “ไม่เป็นไรค่ะ แต่คืนนี้พวกเราจะไม่เมาไม่เลิก”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เอาหล่ะ งั้นคืนนี้พวกเราไม่เมาไม่กลับ”
เฉินหยู่ซีรับคำทันที “ค่ะ”
“เออใช่ ที่ห้องครัวยังมีกับแกล้มอีกหลายอย่าง ฉันไปเอาให้”
เฉินหยู่ซีไปด้วย “ฉันช่วยค่ะ”
“ดีมาก มา จับมือกัน พวกเราจะบินไปด้วยกัน” เฉินหยู่ซีกับพี่เจียนร้องพร้อมกัน “บินๆๆๆๆๆๆ”
สวีหย่าถีเข้ามา “ฉลองกันเหรอคะ”
ฟางจ่านเฉิงตอบ “ครับ”
รินน้ำผลไม้ให้ฟางจ่านเฉิง
ฟางจ่านเฉิงหยิบแก้วน้ำส้มเอง “ขอบคุณครับ”
สวีหย่าถีสังเกตเห็นก็ตะลึง “คุณฟาง ตาของคุณ”
“หย่าถี กลับมาแล้วเหรอ”
เฉินหยู่ซีบอกต่อ “ดีเลย มาทันพวกเรากำลังฉลองกันอยู่เลย”
สวีหย่าถีงง “ฉลอง ฉลองอะไร”
พี่เจียนว่า “ตาคุณฟางในที่สุดก็มองเห็นแล้ว ต้องฉลองหน่ะถูกแล้ว”
เฉินหยู่ซียิ้ม “อื้ม”
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้มาก่อน”
ฟางจ่านเฉิงว่า “ไม่เป็นไร แต่ก็ขอบคุณนะครับ”
“บอส ขอให้ตาของคุณมองเห็นแต่ความสดใส” เฉินหยู่ซีว่า
“ขอบคุณ”
เฉินหยู่ซีนำ “ยกแก้วค่ะ ชนแก้วกันค่ะ”
“มาๆ ชนแก้วฉลอง”
“ชนแก้วพี่เจียนพี่ว่าจะสอนฉันร้องเพลงโอเปร่านี่หน่า สอนฉันตอนนี้เลย” เฉินหยู่ซีว่า
พี่เจียนว่า “ทั้งอาหารทั้งเหล้ายังไม่ทันได้กินเลย”
เฉินหยู่ซีไม่สน “ตอนนี้แหล่ะเหมาะสุด สอนตอนนี้เลย เร็วๆๆ ใช่ เร็วๆ ตอนนี้เลย”
“เอาล่ะ ฉันสอนก่อนเธอก็ค่อยๆทำ ท่าทางนั้นสำคัญ ทำตามนะ ก้าวขา หนึ่งก้าว สองก้าว ดี ฟังดีๆ”
เฉินหยู่ซีทำตามพี่เจียน ฟางจ่านเฉิงดูทั้งสองฝึกกันอย่างมีความสุข
“เก่งมากเลย”
เฉินหยู่ซีบอกฟางจ่านเฉิง “บอสๆ ดูฉันแสดงนะ”
“ดีมากๆ ทำตามฉันนะ ต้องทำแบบนี้ เริ่มล่ะนะ”
สวีหย่าถีมองฟางจ่านเฉิงที่ยิ้มมีความสุข ก่อนถามว่า “คุณฟางคะ คุณจะมาอีกมั้ยคะ”
“ทำไมเหรอ”
“ฉันก็แค่ หวังว่าคุณจะมาบ่อยๆ ฉันรู้ว่าพูดแบบนี้อาจดูแปลก แต่ไม่รู้ว่าทำไมฉันรู้สึกคุ้นเคยคุณมาก เหมือนว่าเรารู้จักกันมาก่อน ดังนั้น”
เฉินหยู่ซีเสียงดังขัดว่า “หย่าถี มาร้องด้วยกันสิ เร็วๆ มาร้องด้วยกันๆ เร็วๆๆๆๆ มาแล้วๆๆ”
ฟางจ่านเฉิงสงสัยในคำพูดของสวีหย่าถี “รู้สึกคุ้นเคย”
ฟางจ่านเฉิงคิดถึงคำพูดหลายๆ ครั้งที่คุยกับสวีหย่าถี เขาเองก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เขารู้ว่าสวีหย่าถีมีอะไรคล้ายๆ เหลียงลั่วหาน
ทางด้านหลี่โป๋เยี่ยน และทางด้านเสิ่นเวยเหลียนก็เตรียมเอกสารความพร้อมในการไปประมูลที่ดินตำแหน่ง D12
วาเนสซ่าบอกหลี่โป๋เยี่ยนว่า “ฉันส่งต่อให้คุณ”
“ครับ เป็นอะไรมั้ย”
“ถึงราคาจะสอดคล้องกับงบประมาณ คุณคิดว่าเราจะชนะได้มั้ย”
“ร้อยเปอร์เซ็นต์”
“ทำไมแน่ใจล่ะ”
“เพราะคุณอยากชนะ ผมก็มีวิธีทำให้คุณชนะ”
(จบตอน16)



