บันเทิง

รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 13

รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You 13

15 มิ.ย. 2559

ซีรีส์ไต้หวัน Someone Like You: รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26

    ก่อนวันที่ฟางจ่านเฉิงจะผ่าตัด เขามานอนที่โรงพยาบาล เฉินหยู่ซีออกมาเดินเล่นเจอสวีหย่าถีก็แปลกใจ สวีหย่าถีว่ามาให้หมอตรวจปกติ แล้วขอไปเยี่ยมฟางจ่านเฉิง เฉินหยู่ซีพาไป
    เฉินหยู่ซีบอกให้สวีหย่าถีนั่งคุยกับฟางจ่านเฉิงไปก่อน เธอจะไปเอาน้ำข้างนอกให้ สวีหย่าถีชวนคุย
    “นั่นสิ คุ้กกี้ครั้งที่แล้ว ฉันคิดชื่อมันได้แล้ว
    “ชื่ออะไร”
    “ฉันเรียกว่าปุยหิมะเป็นไงคะ คุณคิดว่าชื่อนี้เหมาะมั้ย”
    “เหมาะครับ ทำไมคุณถึงตั้งชื่อนี้ครับ”
    “ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม ตั้งแต่คุณจากบ้าน ฉันก็คิดวิธีนี้ขึ้นมาได้ ดอกปุยหิมะเป็นตัวแทนของ ความทรงจำ และก็”
    ฟางจ่านเฉิงต่อให้ “เสียสละเพื่อความรัก ให้ก้าวต่อไป”
    “คุณรู้ความหมายของมัน เป็นอะไรคะ”
    ฟางจ่านเฉิงตัดบท “ไม่ครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ”
    “ยินดีค่ะ งั้นฉันกลับก่อนนะคะ ไม่รบกวนแล้ว ลาก่อน”
    “ลาก่อน”
    ฟางจ่านเฉิงได้คุยกับสวีหย่าถีก็ยิ่งทำให้คิดถึงเหลียงลั่วหานที่คุยกับเขาตอนตั้งชื่อคุ้กกี้นี้ ขณะที่เฉินหยู่ซีออกไปส่งสวีหย่าถีเสร็จก็ได้รับข้อความจากหลี่โป๋เยี่ยนนัดดูหนังว่าเสาร์นี้ เธอดีใจมากรีบไปเล่าให้ฟางจ่านเฉิงฟัง ฟางจ่านเฉิงฟังอย่างนิ่งๆ ในใจเศร้าๆ นิดๆ
    วาเนสซ่าคิดถึงแต่ฟางจ่านเฉิง รู้ว่ายังไงก็เปลี่ยนใจเขาไม่ได้ เธอจึงเอาแต่ดื่มเหล้าเมา เดินมาตามถนนเซๆ หลี่โป๋เยี่ยนที่เพิ่งดื่มมานิดหน่อยเห็นก็เข้าไปประคอง วาเนสซ่าไล่ไม่ให้มายุ่ง หลี่โป๋เยี่ยนรู้ว่าที่เธอเป็นแบบนี้เพราะใคร เขาตามมาดูแลเธอ จนเธอเซล้ม
    วาเนสซ่าเมาและร้องไห้พร่ำพรรณนาตัดพ้อฟางจ่านเฉิง จนหลี่โป๋เยี่ยนทนไม่ได้จูบเธอ วาเนสซ่าอึ้งไปนิด แต่ก็ยอมรับจูบนั้นอย่างดูดดื่ม
    วันที่ฟางจ่านเฉิงผ่าตัด แม่กับน้องสาว เสิ่นเวยเหลียน มารอที่หน้าห้อง เฉินหยู่ซีนำเครื่องดื่มมาให้ เสิ่นเวยเหลียนบอกว่าเขาจะดูและแม่กับเซี่ยเฟยเฟยเอง ขอให้เฉินหยู่ซีกลับไปนำแฟรชไดร์ฟข้อมูลให้ที
    พอถึงบ้านเฉินหยู่ซีไม่รู้อันไหนจึงเปิดดูทีละอัน แล้วก็พบคลิปที่หลี่โป๋เยี่ยนแอบถ่ายฟางจ่านเฉิง เพื่อนำไปแฉว่าเขาตาบอด เฉินหยู่ซีคิดถึงวันที่หลี่โป๋เยี่ยนซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ เธอคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เข้าใจแล้วว่าหลี่โป๋เยี่ยนหลอกใช้เธอ แถมฟางจ่านเฉิงยังช่วยเธอเพราะไม่อยากให้เธอเสียใจ เธอรู้สึกซึ้งใจฟางจ่านเฉิงมาก ขณะที่ก็โกรธหลี่โป๋เยี่ยนมากเช่นกัน
    วันเสาร์ เฉินหยู่ซีดูแลฟางจ่านเฉิงที่ผ่าตัดเรียบร้อยดี หลี่โป๋เยี่ยนส่งข้อความมาว่าถึงที่นัดแล้ว เฉินหยู่ซี่ส่งกลับไปว่าฟางจ่านเฉิงมีธุระคงไปไม่ได้
    ฟางจ่านเฉิงรู้สึกว่าเฉินหยู่ซีแปลกๆ เขาได้แต่นิ่งฟังเสียงเธอว่าทำอะไร เขาจึงทำเป็นนิ่งให้เธอระบายออกมา
    “บอส บอส ฉันบอกเขาว่า ฉันทำงาน ไปดูหนังไม่ได้นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันโกหกแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอหน้าเขายังไง หลังจากเห็นวิดีโอนั้น เขาบอกเขาทำแบบนี้เพราะรองผู้จัดการต้องการ แค่ลองหยั่งเชิงดูว่าบอสตาบอดจริงมั้ย”
    “เขาพูดแบบนี้กับคุณเหรอ”
    “ใช่ค่ะ บอสจริงแล้ว คุณก็รู้มาก่อนใช่มั้ย คุณรู้แล้ว กลับไม่บอกฉัน หรือว่า”
    “เป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดปัญหาเหรอ”
    “คุณรู้ได้ไง”
    “คุณไม่ใช่ปัญหาของผมผมต้องการคุณ”
    “คุณรู้มาตลอด กลับไม่บอกฉัน ให้ฉันกลับมา พูดว่าต้องการฉัน”
    เฉินหยู่ซีพึมพำ “โง่จริงๆ ตอนนั้นฉันยังช่วยพูดให้เขาเข้าข้างเขาอยู่เลยเหมือนคนโง่คนหนึ่งคุณกลัวฉันจะเสียใจเลยไม่ยอมบอกฉันใช่ไหม เพราะไม่อยากให้เสียใจ คุณก็เลยโกหกฉันแบบนั้นใช่ไหมคะ ทำไมคุณแสนดีขนาดนี้ ฉันทำให้คุณไม่สบายใจก็หลายเรื่อง แต่คุณก็ยังดีกับฉัน บอสขอบคุณนะคะ”
    เฉินหยู่ซีรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่ฟางจ่านเฉิงทำให้เธอ
    “ยังดีพรุ่งนี้ก็ได้เอาผ้าออกแล้วหมายความว่างานของฉันเสร็จสิ้นแล้วฉันก็ต้องไปแล้วคราวนี้หูของคุณก็จะเงียบสงบตอนที่คุณทำงาน คงไม่มีคนมากวนคุณแล้วและไม่มี  ผู้ดูแลคนนี้อีกแล้วที่โง่จนถูกหลอกใช้มาทำร้ายคุณ บอสขอโทษนะคะ ขอโทษด้วยจริงๆ ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองขี้ขลาดขนาดนี้ที่ไม่กล้าพูดคำว่าขอโทษกับคุณตอนที่คุณตื่น เฉินหยู่วีร้องไห้ “การต้องยอมรับว่าตัวเองถูกอีกคนหลอกใช้มันไม่ง่ายเลย”
    เฉินหยู่ซีออกมานั่งร้องไห้ที่บันได โดยไม่รู้ว่าฟางจ่านเฉิงค่อยๆ ตามมาแอบฟังเธอ เขาได้ยินเธอร้องไห้
    “ขอโทษนะที่ฉันทำให้คุณไม่สบายใจขอโทษค่ะขอโทษค่ะขอโทษค่ะขอโทษค่ะขอโทษค่ะขอโทษค่ะบอสฉันไม่ควรทำให้คุณทุกข์ใจมากไปกว่านี้ขอโทษค่ะ
    วันรุ่งขึ้นหมอเปิดผ้าปิดตาของฟางจ่านเฉิงออก เขาพยายามจะมองแต่แสบตามาก หยางอี๋หมิ่นคอยจับมือให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
    “จ่านเฉิงเป็นไงบ้างเป็นไงบ้างจ่านเฉิง” หยางอี๋หมิ่นถาม
    กลับมาที่บ้าน เสิ่นเวยเหลียนบ่นที่ฟางจ่านเฉิงกลับบ้านเร็ว
    “ทำไมนายไม่พักที่นั่นสักสองสามวันหมอบอกว่าปลูกถ่ายกระจกตาไม่ใช่เหรอ ถึงจะสะดวกมาก แต่เพราะว่าเลือดออกในวุ้นตาเลยอยากให้ค่อยๆ ปรับตัวสายตาจะได้เป็นปกติ น่าจะอยู่ต่ออีกสักหน่อย อย่างน้อยก็มีหมอกับพยาบาลคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
    “นายพูดเกินไปแล้วหมอบอกว่าแค่พักฟื้นก็พอ ยังไงซะก็มีหยู่ซีคอยดูแลอยู่ จะว่าไปการทำงานที่บ้านก็ค่อนข้างที่จะ…”
    เสิ่นเวยเหลียนแทรกก่อนว่า “ไม่ต้องเลยนะ รู้ว่าต้องพักฟื้นแต่ก็คิดแต่จะทำงาน”
    “ไม่เป็นไรหรอกน่า”
    “ไม่เป็นไรได้ไง การทำงานต้องใช้สมอง ใช้สมองก็จะเครียด พอเครียดก็กระทบต่ออารมณ์ มันไม่ใช่การพักฟื้น พักฟื้นก็คือให้นายรู้สึกผ่อนคลายค่อยๆ ฟื้นตัว ถ้าทำแบบนี้ร่างกายก็จะดีขึ้นเร็วใช่ไหมครับผู้ดูแล ผู้ดูแล”
    เฉินหยู่ซีรู้สึกตัว “หืม?”
    เสิ่นเวยเหลียนจ้องเฉินหยู่ซี “เป็นอะไรไป”
    ฟางจ่านเฉิงถาม “หยู่ซีคุณโอเคไหม”
    “อ่อ ฉันจะไปซื้อของมาเตรียมข้าวเย็น พวกคุณอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ”
    “แล้วแต่คุณเลย”
    “ค่ะ งั้นฉันไปก่อนนะคะ”
    เสิ่นเวยเหลียนมองตามเฉินหยู่ซีไป “หลายวันมานี้ทำงานหนักเลย”

(จบตอน13)