
‘กอล์ฟ-โฟร์’เฟ้นหาซุปตาร์วัยทีน
‘กอล์ฟ-โฟร์’เฟ้นหาซุปตาร์วัยทีนยุคนี้ในโปรเจกท์‘เอ็มบริโอ้ ไอดอลเกม’
เรียกว่ากระแสตอบรับกำลังมาแรง สำหรับรายการเรียลิตี้ “OPPO presents MBO The Idol Game หน้าใหม่ พร้อมเกิด” รายการแรกที่พา 12 ผู้เข้าแข่งขันจาก “MBO” ไปพบกับด่าน (Mission) สุดหิน เพื่อวัดความเป็นไอดอลของพวกเขา โดยมีพี่เลี้ยงที่เรียกว่าเป็นไอดอลที่คร่ำหวอดในวงการกว่า 10 ปี อย่าง “กอล์ฟ” พิชญะ นิธิไพศาลกุล มาในนาม โปรกอล์ฟ และ “โฟร์” ศกลรัตน์ มาในนาม “ซิสโฟร์” กติกาแข่งขันคือทั้ง 2 คนต่างต้องพาลูกทีมของตัวเองผ่านด่านทดสอบการเป็นสุดยอดไอดอลให้ครบทั้ง 10 ตอน โดย “กอล์ฟ” พิชญะ และ “โฟร์” ศกลรัตน์ ได้เผยถึงการมาทำโปรเจกท์นี้ให้ฟังว่า
"โปรเจกท์นี้เป็นโปรเจกท์หนึ่งที่น่าสนใจ ตอนแรกโฟร์ยอมรับว่าโฟร์ค่อนข้างกังวล แล้วมีการคุยกับพี่ที่ทำงานด้วยกันว่า โฟร์ไม่เคยมีภาพที่ดูลบ หรือดูแย่มาก่อน ไม่เคยมีคนว่า หรือมีคนด่ามาก่อน ไม่เคยมาก่อน พี่เขาก็บอกว่า โฟร์อายุเท่าไหร่แล้ว เลิกแคร์ตรงนั้นได้แล้วนะ ทำอะไรที่มันแตกต่างและมีความเป็นตัวเองมากขึ้น โฟร์ก็บอกไปว่า แล้วไงโฟร์ต้องโดนด่าเหรอ ต้องรับเหรอ พี่เขาก็บอกว่า เดี๋ยวคนดูอีพีต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าใจเรามากขึ้น ว่าทำไมเราต้องเป็นแบบนั้น
อย่างเรื่องที่เราอยากจะสอนน้องๆ ในโปรเจกท์นี้ สำหรับโฟร์นะ โฟร์รู้สึกว่าน้องแต่ละคนเขามีความพยายามกันมากอยู่แล้ว แต่จะมีบางคนที่เยอะเกินไป เยอะจนดูเลยว่าแสดง ถ้าพูดเอาแบบตรงๆ เลยคือมันดูปลอม เราก็จะบอกเขาว่า ทำไมต้องแสดงตลอดเวลา บางคนก็พลังน้อยมาก เดินเหี่ยวๆ สิ่งที่เราบอกเขาคือการเป็นทีนไอดอลมันไม่ได้ยาก แต่การกระทำวันนี้ มันส่งผลถึงอนาคตทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องคิดดีๆ คือในโปรเจกท์นี้ เรามาเป็นเหมือนพี่สอนน้อง เพราะในโปรเจกท์นี้จะมีติวเตอร์ที่เขามีความรู้ความสามารถเป็นคนสอนน้องๆ อยู่" โฟร์กล่าว
โฟร์เผยถึงเรื่องที่เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ “เบลล์” ธนาภา ปางพุฒิพงศ์ ต้องขอออกจากการแข่งขันในรายการนี้ว่า “ต้องบอกก่อนว่า มันไม่ได้มีสคริปท์ว่าโฟร์จะต้องว่าน้องแบบนั้น ทำกับน้องแบบนั้นแบบนี้ ในส่วนกรณีของน้องเบลล์ คือโฟร์ก็เสียใจนะที่น้องเขาลาออก แต่โฟร์เชื่อนะว่าน้องเขามีหนทางอื่นที่จะไปเป็นศิลปินได้ ในรายการอาจจะมีการแข่งขันกันหนักเกินไปสำหรับน้องเขาในตอนนี้ หรือรอให้น้องเขาพร้อมแล้วกลับมาในรายการนี้อีกครั้งในโปรเจกท์หน้าก็ได้ น้องเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถนะ แต่สภาพจิตใจน้องในตอนนี้ยังไม่พร้อมรับกับภาวะกดดันหนักๆ ก็เป็นได้” โฟร์บอก
ด้าน “กอล์ฟ” เผยว่า สำหรับเขาแล้วการได้มาเป็นพี่เลี้ยงในโปรเจกท์นี้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเคยทำงานเบื้องหลังมาก่อน และอีกอย่างเขาก็อยู่กับแกรมมี่มาตั้งแต่แรก
“เราอยู่แกรมมี่มาตั้งแต่เราเป็นจี-จูเนียร์ ซึ่งความต่างระหว่างตอนที่เราฝึกจี-จูเนียร์กับโปรเจกท์เอ็มบริโอ้ คือตอนจี-จูเนียร์ ไม่ได้มีการนำเสนอกระบวนการมาเป็นศิลปินออกสื่อแบบนี้ ในส่วนเอ็มบริโอ้ ทุกคนจะได้เห็นขั้นตอนการบ่มเพาะกว่าจะมาเป็นไอดอล ซึ่งกอล์ฟว่ามันโหดกว่าจี-จูเนียร์นะ เพราะจี-จูเนียร์แค่ร้องเพลงกับเต้น แต่ในส่วนของเอ็มบริโอ้เขามีวิชาจากทุกแขนงมาให้ถึงที่ ซึ่งพร้อมกว่าจี-จูเนียร์ ทำให้กอล์ฟคิดว่าจะปั้นไอดอลมาประดับวงการบันเทิงได้ เยอะกว่าเซตจี-จูเนียร์ แต่การเป็นไอดอลสมัยนี้ยากกว่าตอนสมัยกอล์ฟกับโฟร์นะ เพราะฉะนั้นศักยภาพและเสน่ห์ของน้องๆ ต้องมีให้ชัดเจน” กอล์ฟกล่าว



