บันเทิง

รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You ตอน 12

รักครั้งใหม่ หัวใจอลเวง Someone Like You ตอน 12

14 มิ.ย. 2559

“เฉินหยู่ซี” กล่อมจน “ฟางจ่านเฉิง” ยอมรักษาดวงตา

    เฉินหยู่อันพาเซี่ยเฟยเฟยไปเป็นอาสา เล่นกับเด็กๆ เด็กหญิงคนหนึ่งหกล้มร้องไห้ เด็กๆ ช่วยกันพาไปใส่ยา เซี่ยเฟยเฟยจะตามไปด้วยความเป็นห่วง แต่เฉินหยู่อันว่าไม่ต้องหรอก เด็กๆ ที่นี่เข้มแข็ง ดูแลกันเองได้ เซี่ยเฟยเฟยคิดถึงยามเด็กเมื่อได้ยินเด็กๆ ปลอบเด็กหญิงว่า เจ้าหญิงนะไม่ร้องไห้
    “ตอนเด็กๆ เวลาที่ฉันอยู่คนเดียว จะรู้สึกเหงามาก จากนั้นพอมีแม่แล้วก็พี่ชายมาอยู่ด้วยกัน ถึงได้มีความสุขมาก พี่ชายเคยพูดไว้ว่า ฉันเป็นเจ้าหญิงองค์น้อย ส่วนเขาเป็นเจ้าชาย จะคอยปกป้องฉัน ถ้ากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ จะดีแค่ไหนนะ”
    เฉินหยู่อันพูดอย่างลังเล “ถ้างั้น...คุณเคยคิดบ้างมั้ย”
    “คิดอะไรเหรอ”
    “ตัวคุณเองเข้าใจผิดว่าความรู้สึกหวงพี่ชาย เป็นความรักแบบคนรัก” 
    เซี่ยเฟยเฟยสับสน “หรือว่า ฉันเข้าใจผิดว่ารักแบบพี่น้อง เป็นรักแบบคนรักจริงๆ”
    “เมื่อกี้คุณพูดกับผมรึเปล่า”
    “ฉันพูดที่ไหนกัน เอ่องาน งานอาสาสมัครที่นี่ ขาดคนอยู่เหรอ”
    “ไม่พอมาตลอดเลย ยังต้องการคนมาช่วยงานอีกเยอะ”
    เซี่ยเฟยเฟยครุ่นคิด “งั้นเหรอ ตอนนี้ฉันว่างอยู่ ฉันมาช่วยได้”
    “จริงเหรอครับ เยี่ยมมากเลย รู้มั้ยครับ มนุษย์ต้องรับศีลล้างบาปอันศักดิ์สิทธิ์ และกระทำแต่คุณงามความดีถึงพ้นจากบาป”
    เซี่ยเฟยเฟยหงุดหงิดบอกว่าเธอว่างจะมาช่วยงาน
    ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เสิ่นเวยเหลียนขับ มีเฉินหยู่ซีนั่งข้าง ฟางจ่านเฉิงนั่งหลัง เฉินหยู่ซีหันไปหาฟางจ่านเฉิง
    “บอสคะ ขอบคุณมาก”
    “ขอบคุณ เรื่องอะไรไ
    “ก็ เรื่องกระเช้ารอบพิเศษ”
    เสิ่นเวยเหลียนแปลกใจ “รู้ได้ยังไงว่าเป็นจ่านเฉิง”
    “ในเฟยเทียนกู่ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้ ถ้าเฟยเทียนกู่ต้องโหวตเลือกผู้นำ ฉันต้องได้คะแนนเยอะที่สุดแน่” เฉินหยู่ซีคุยแล้วก็เขิน “แต่ว่า.. เมื่อวานฉันหลงคิดไปว่า ตัวเองกลายเป็นซินเดอเรล่า โชคดีมีรถฟักทองมาให้นั่งด้วยที่แท้โชคดีของฉันได้มาจากบอสนี่เอง ขอบคุณนะคะ”
    เฉินหยู่ซีสงสัย “เอ่อ..ถ้างั้นต่อไปจะมี กระเช้ารอบพิเศษอีกมั้ย”
    “เฮ้ เฮ้ เธอนึกว่ากระเช้านั่นเป็นรถแท็กซี่รึไง จะมาเมื่อไหร่ เรียกตอนไหนก็ได้” เสิ่นเวยเหลียนบ่น “คุณเฉินหยู่ซีครับคุณรู้มั้ยว่าเพราะรถฟักทองของคุณเนี่ย ต้องใช้คนไปมากขนาดไหน ติดต่อวุ่นวายอีกตั้งเท่าไหร่”
    เฉินหยู่ซีจ๋อยๆ “นั่นสิ หมดไปเยอะเลยใช่มั้ย”
    “แน่นอน แต่เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่บุญคุณต้องตอบแทน หนี้บุญคุณต้องตอบแทน” เสิ่นเวยเหลียนเน้นย้ำ
    เฉินหยู่ซีกลัวๆ “ได้ ก็ได้ นายมองถนนดีๆ สิ ฉันรู้แล้ว รู้แล้วล่ะน่า”
    เสิ่นเวยเหลียนขอลงแยกหน้า ให้เฉินหยู่ซีขับมีฟางจ่านเฉิงนั่งข้างๆ ขับรถมาได้สักพักก็มีรถขับมาตีคู่แล้วขวางหน้า ลงมาหาเรื่อง เฉินหยู่ซีลงไปคุย ชายคนนั้นก็เตะรถ ฟางจ่านเฉิงรู้สึกไม่ดีค่อยๆ ลงมา
    เฉินหยู่ซีจะโทรศัพท์แจ้ง ชายคนนั้นเตะเฉินหยู่ซีล้มไป ฟางจ่านเฉิงออกมาจับตัวชายคนนั้นก็ชกหน้า ชายคนนั้นไปคว้าไม้ในรถมาแล้วจะตี เฉินหยู่ซีเห็นก็เอาตัวกอดฟางจ่านเฉิงบังจนเธอโดนตีสลบไป ล้มทับฟางจ่านเฉิง ชายคนนั้นขึ้นรถขับหนีไปเลย
    ฟางจ่านเฉิงร้องเรียกเฉินหยู่ซีแต่เธอสลบอยู่ เขารีบขยับตัวประคองเธอไว้
    “หยู่ซี หยู่ซี มีใครอยู่บ้าง มาทางนี้หน่อย มีใครอยูบ้าง มาช่วยผมที ผมมองไม่เห็น มาช่วยเธอด้วย มีใครบ้าง ช่วยเรียกรถพยาบาลที มีใครอยู่บ้างมั้ยตรงนี้มีคนเจ็บ มีคนเจ็บ เธอบาดเจ็บ มีใครบ้างมั้ย มีใครอยู่บ้าง”
    ที่โรงพยาบาล เฉินหยู่ซีรู้สึกตัวมาอย่างอ่อนแรง เจอเสิ่นเวยเหลียนเฝ้าอยู่ ก็ถามถึงฟางจ่านเฉิงว่าเป็นยังไงเจ็บตรงไหน
    “จ่านเฉิงปลอดดภัยดี คนที่เจ็บคือเธอต่างหาก อีกนิดเดียวสาหัสแน่”
    เฉินหยู่ซีกังวล “ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นไร บอสล่ะคะ เขาอยู่ที่ไหน”
    “อยู่ตรงที่นั่งญาติผู้ป่วยน่ะ หยู่ซี” เฉินหยู่ซีรีบออกไปหาฟางจ่านเฉิง
    ด้านนอกฟางจ่านเฉิงนั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเขาช่วยเฉินหยู่ซีไม่ได้ แล้วยังคิดถึงอุบัติเหตุที่ทำให้เหลียงลั่วหานต้องเสียชีวิต ฟางจ่านเฉิงคิดถึงแล้วก็ร้องไห้ออกมา จนเฉินหยู่ซีออกมาเรียก
    “บอสคะ” ฟางจ่านเฉิงสะดุ้ง “คุณไม่เป็นไรนะ คุณเป็นไงบ้าง บอสคะ”
    ฟางจ่านเฉิงสะดุ้งเสียงแหบแห้ง “มันแย่มาก แย่มากที่มาเจอฉัน ฉัน...ไม่ได้ปกป้องเธอ ไม่เลย ขอโทษนะ ฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันทำอะไรไม่ได้เลย”
    ฟางจ่านเฉิงสะอื้น “ขอโทษนะ หยู่ซี ขอโทษนะ ขอโทษนะ”
    เฉินหยู่ซีกอดปลอบ “ไม่เป็นไร”
    ฟางจ่านเฉิงสะอื้น “ขอโทษนะ”
    เฉินหยู่ซีปลอบ “ไม่เป็นไรแล้ว นะคะบอส ฉันอยู่นี่ ไม่เป็นไรแล้ว หมดเรื่องแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรนะคะ”
    บาร์เทนเดอร์โทรตามหลี่โป๋เยี่ยนให้มารับวาเนสซ่าที่เมาไม่ได้สติอยู่ เธอเมามากกว่าเธอจะฟื้นก็เช้า เธอตกใจมากกับชุดที่ใส่ หลี่โป๋เยี่ยนเดินมาถามว่ารับอาหารเช้าแบบจีนได้มั้ย เธอถามถึงเสื้อผ้า
    “อ๋อ ผมช่วยเปลี่ยนให้คุณเอง เมื่อวานคุณเมาเละเทะซะขนาดนั้น เสื้อผ้าสกปรกหมดเลย”
    วาเนสซ่าอึกอัก “แล้วนอกจากนี้มีอะไรเกิดขึ้นอีกรึเปล่า”
    “ไม่ครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น” วาเนสซ่าฟังแล้วค่อยสบายใจหน่อย
    ฟางจ่านเฉิงออกมายืนด้านนอก เฉินหยู่ซีนำเสื้อมาสวมให้
    “บอสคะ ถึงจะมีแดดส่อง แต่ตอนเช้าก็ยังเย็นอยู่ดี คลุมไว้นะคะ”
    “ขอบคุณมาก”
    เฉินหยู่ซีทักลังเล “เมื่อคืนคุณ หลับสบายดีมั้ยคะ”
    “ก็พอไหว เธอล่ะ รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า”
    เฉินหยู่ซีสดชื่น “ไม่เลยค่ะ พอตื่นขึ้นมา ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว บอสคะ ขอโทษนะคะ เมื่อวาน ฉันผิดที่ใจร้อนเกินไป”
    ฟางจ่านเฉิงสบายๆ “ไม่เป็นไร อย่าไปใส่ใจเลย”
    เสิ่นเวยเหลียนวิ่งเข้ามาหาดีใจ “จ่านเฉิง นายได้คิวผ่าตัด เปลี่ยนกระจกตาแล้ว”
    เฉินหยู่ซีตื่นเต้น “จริงเหรอคะ”
    “ใช่น่ะสิ ตอนนี้แค่รอเขาตอบรับเท่านั้น”
    ฟางจ่านเฉิงกลับนิ่งเฉยหันหน้าหนี เสิ่นเวยเหลียนเคือง “เฮ้ นายไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง”
    เฉินหยู่ซีมองตามและกระซิบ “อย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลย ปล่อยไว้ก่อนเถอะ”
    ฟางจ่านเฉิงขังตัวเองอยู่ในห้อง เฉินหยู่ซีมาเคาะเรียก
    “บอสคะ” นิ่ง “บอสคะ คุณ ไม่อยากรักษาตาให้หายเหรอคะ บอสคะ ฉันอยากจะพูดมานานแล้ว ฉันเข้าใจ ว่าคุณแคร์คนรอบข้างแค่ไหน อยากจะปกป้องพวกเขา ฉันเชื่อนะคะ ว่าสิ่งที่คุณตัดสินใจ คุณต้องคิดรอบคอบแล้วแน่นอน”
    ฟางจ่านเฉิงก็ยังนิ่ง เฉินหยู่ซีเศร้า “แต่ว่า บอสคะ คุณยังจำ เด็กหนุ่มในเรื่องเล่าของเฟยเทียนกู่ได้มั้ย บอสคะ คุณรู้รึเปล่า ถึงเด็กคนนั้น จะได้พบคนรักในที่สุดแต่ฉันกลับรู้สึกว่าเรื่องราวของเขาน่ะมีเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ อยู่ด้วยเด็กหนุ่มอยู่กับการรอคอยที่ไม่สิ้นสุดจมอยู่กับความขมขื่นที่สูญเสียคนรักจนลืมไปว่ายังมีครอบครัวและเพื่อนที่รักเขาเสมอ ถึงได้พลาดช่วงเวลาที่งดงามมากมาย แม้แต่ ความสุขที่เขาได้รับ ก็ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น บอสคะ คุณอย่ายอมแพ้ไปทั้งแบบนี้ ได้มั้ยคะ”
    ฟางจ่านเฉิงเปิดประตูออกมา เฉินหยู่ซีแปลกใจ “บอสคะ”
    ฟางจ่านเฉิงสีหน้าเรียบเฉย “ไปหาหมอกับฉัน”
    เฉินหยู่ซีตะลึง “ได้ค่ะ ได้ ไปหาหมอกันนะคะ เดี๋ยวฉันโทรหาเวยเหลียนก่อน คุณรออยู่นี่นะ ยังไง รอฉันตรงนี้ก่อนนะคะ ฉันไปแค่แป๊บเดี๋ยว”
    ที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าสภาพของฟางจ่านเฉิงพร้อมมาก เสิ่นเวยเหลียนเองก็ดีใจมาก
    “ฉันไม่คิดเลยจริงๆ ว่านายจะยอมรับการผ่าตัด ฉันยังนึกว่าครั้งก่อนนายบอก ขอคิดดูก่อนนายตั้งใจปฏิเสธฉัน”
    ฟางจ่านเฉิงว่า “ฉันไม่อยากรู้สึกไร้ค่าแบบนั้นอีก”
    “หืม ไม่หรอกน่า แค่นายยอมรับการผ่าตัดก็ดีแล้ว” เสิ่นเวยเหลียนปลอบ
    เฉินหยู่ซีตื่นเต้น “เวยเหลียนผลตรวจของบอส เป็นยังไงบ้าง”
    เสิ่นเวยเหลียนยิ้ม “โอเคเลย”
    เฉินหยู่ซีดี๊ด๊า “จริงเหรอเนี่ย ดีจังเลยค่ะ บอส”
    “ขอบคุณครับหมอหวาง”
    มีโทรศัพท์ของเฉินหยู่ซีเข้ามา เธอขอเลี่ยงออกมารับสายก่อน
    “สวัสดีค่ะ” เฉินหยู่ซีดีใจ “ว้าวว เธอมาไทเปแล้วเหรอ วันนี้เหรอ วันนี้ฉันไม่สะดวกน่ะอื้อ ขอฉันดูก่อนแล้วค่อยนัดอีกทีนะขอโทษด้วยนะ ได้เลย บ๊ายบาย”
    ฟางจ่านเฉิงถาม “หยู่ซี ใครโทรมาเหรอ”
    “หย่าถีน่ะ เธอมาที่ไทเป”
    เสิ่นเวยเหลียนครุ่นคิด “หย่าถี ใช่ผู้หญิงที่อบคุ้กกี้รูปหัวใจรึเปล่า”
    ฟางจ่านเฉิงถาม “เธอมามีอะไรรึเปล่า”
    “เรานัดกันไว้น่ะ ถ้าเธอมาไทเป จะสอนฉันทำคุ้กกี้รูปหัวใจ แบบนี้ เวลาที่บอสอยากกิน ฉันจะได้ทำให้” เฉินหยู่ซีว่า
    เสิ่นเวยเหลียนล้อเลียน “ดูท่าคุณผู้ดูแล จะเป็นมืออาชีพมากขึ้นนะเนี่ย”
    เฉินหยู่ซีมาดมั่น “แน่นอนอยู่แล้ว รู้สึกว่าตัวเองโชคดีใช่มั้ยล่ะ ที่หาคนทั้งเก่งทั้งขยันอย่างฉันได้น่ะ ทำตามที่เจ้านายต้องการได้หมด แถมอัพเกรดตัวเองได้เสมอ”
    เสิ่นเวยเหลียนรีบปราม “เฮ้ เฮ้ พอเถอะ พอเถอะ ชมแค่นิดหน่อย เธอก็ลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว”
    ฟางจ่านเฉิงเสนอ “เธอให้หย่าถีมาสอนที่บ้านก็ได้”
    เฉินหยู่ซีแปลกใจ “ได้เหรอคะ ขอบคุณค่ะบอส เยี่ยมไปเลย” เฉินหยู่ซีดีใจมาก
    “เธอไปรับหย่าถีก่อนเลย ฉันกับเวยเหลียนต้องเขาบริษัท จัดการธุระนิดหน่อย”
    “ได้ค่ะ ฉันไปรับเธอก่อนนะ ขอบคุณมากนะคะ”
    เสิ่นเวยเหลียนว่า “บ๊ายบาย ระวังตัวนะ”
    เฉินหยู่ซีพยักหน้าแล้วโทรหาสีหย่าถี แล้วไปรับเธอมาที่บ้าน สีหย่าถีเข้ามาในบ้านแล้วรู้สึกคุ้นเคยมาก เฉินหยู่ซีแปลกใจถามว่าเธอเป็นอะไร
    “ฉันแค่รู้สึก คุ้นเคยกับที่นี่มาก”
    เฉินหยู่ซีแปลกใจ “คุ้นเคย เธอพูดจริงเหรอ เคยมาบ้านบอสด้วยเหรอ”
    “ฉันไม่เคยมาหรอก”
    “เข้าบ้านเถอะ”
    สีหย่าถีสอนเฉินหยู่ซีทำคุกกี้ จนสำเร็จ เฉินหยู่ซีตื่นเต้นมากที่เสร็จออกมาสวย
    เฉินหยู่ซีภูมิใจ “เฮ้ออ น่าทึ่งจัง ไม่สิ มันเจ๋งเป้ง แค่ครั้งแรกก็อบคุ้กกี้ได้แล้ว ฉันนี่อัจฉริยะจริงๆ เก่งชะมัดอาจารย์คะ ฝีมือ ลูกศิษย์คนนี้เป็นยังไงบ้าง”
    “ฉันว่าเธอ ทำได้เยี่ยมมากเลย ฉันเจอลูกศิษย์อัจฉริยะเข้าแล้ว” สีหย่าถีชื่นชม
    เฉินหยู่ซีชื่นชมกลับ “เพราะอาจารย์สอนดีต่างหาก ฉันน่ะรู้สึกว่า เธอจะต้องเป็นแม่ที่ดีมากคนนึงแน่ๆ แบบนี้ จะให้ฉันทำยังไงล่ะ”
    “เธอก็ชมฉันมากเกินไปแล้วนะ”
    “เปล่าซะหน่อยน้า เธอน่ะถ่อมตัวมากไป ใครได้เป็นแฟนเธอ จะต้องโชคดีมากแน่ๆ”
    สีหย่าถีเศร้า “ฉันไม่มีแฟนหรอก”
    เฉินหยู่ซีแปลกใจ “เป็นไปได้ไง ไม่มีคนมาจีบเลยเหรอ”
    “เรื่องความรักน่ะ สำหรับฉันเป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝัน เป็นความฝันที่ ไม่มีวันเป็นจริงได้หรอก”
    เสิ่นเวยเหลียนพาฟางจ่านเฉิงกลับมา เสิ่นเวยเหลียนชมคุกกี๊
    “เธอมีฝีมือเหมือนกันนะเนี่ย ดูไปแล้วเหมือนกันเป๊ะเลย ฉันดูไม่ออกเลยจานไหนใครทำ”
    เฉินหยู่ซีมั่นใจ “ฉันจะให้นายดูออกง่ายๆ ได้ไง บอสคะ ถึงเวลาทดสอบแล้ว ดูสิว่าคุณจะทายถูกมั้ยว่าจานไหนฝีมือใคร กินชิ้นนี้ก่อน”
    เฉินหยู่ซีให้ลองทีละชิ้น ฟางจ่านเฉิงชิมแล้วตอบอย่างมั่นใจ
    “ชิ้นนี้เป็นฝีมือหย่าถี ส่วนชิ้นเมื่อกี้เป็นฝีมือหยู่ซี”
    เสิ่นเวยเหลียนสงสัย “ต่างกันเหรอ รสชาติก็เหมือนกันนะ ฉันว่านายเดามั่วรึเปล่า”
    “นั่นสิ ส่วนผสมกับวิธีทำเหมือนกันหมด จะไม่เหมือนกันได้ยังไง”
    เฉินหยู่ซีอู้อี้ “เหมือนกันชัดๆ นี่หน่า บอสคะ ลองชิมฝีมือฉันอีกชิ้นนะคะ ดูสิว่ามันต่างกันจริงๆ รึเปล่า”
    ฟางจ่านเฉิงว่า “ไม่เหมือนกันจริงๆ ชิ้นนี้เป็นฝีมือหย่าถี ไม่ใช่ฝีมือเธอ”
    เฉินหยู่ซีเสียเซลฟ์ “ทำไมล่ะ ตกลงต่างกันตรงไหนนะ ตั้งใจเรียนขนาดนั้นแล้วนี่หน่า”
    สีหย่าถีปลอบ “ไม่หรอกน่า เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ ฝึกทำให้มากกว่านี้ครั้งหน้าจะต้องดีกว่านี้แน่นอน”
    เฉินหยู่ซีสีหน้ามุ่งมั่น “ได้เลย ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน บอสคะ คุณเตรียมรับมือได้เลย”
    สีหย่าถีลากลับ เฉินหยู่ซีจะไปส่งแต่เธอว่าไม่ต้อง
    “ไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้แน่นอนจ้ะ ถ้าพวกคุณสะดวก เชิญที่บ้านพักของฉันได้นะคะ”
    “แน่นอน เธอกับพี่เจียนต้องมีเวทมนตร์แน่ พอไปถึงที่นั่นทีไร ฉันจะรู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งขึ้นเยอะแถมยังร่าเริงขึ้น เรื่องน่าหงุดหงิดพวกนั้น หายวับไปในพริบตาเลยล่ะ”
    เสิ่นเวยเหลียนล้อเลียน “สัตว์เซลล์เดียวก็ หงุดหงิดเป็นเหมือนกันนะ”
    เฉินหยู่ซีเคือง “มีแบบนี้รึเปล่า ดูที่ตัวนายเองก็รู้แล้ว บอสคะ ได้รึเปล่า ถ้าคุณว่าง พวกเราไปด้วยกันอีกนะ”
    ฟางจ่านเฉิงสวน “ไม่มีปัญหา ฉันก็อยากดูดอกเดย์ลิลลี่อีก”
    สีหย่าถีสงสัย “เดย์ลิลลี่ ที่บ้านพักไม่มีดอกเดย์ลิลลี่นะ”
    เฉินหยู่ซีร้อนรน “เลยเวลามาเยอะแล้ว ฉันไปส่งเธอขึ้นรถนะ”
    เสิ่นเวยเหลียนขำๆ “ฉันต้องเข้าบริษัทพอดี ถ้างั้นผมไปส่งคุณละกัน”
    “รบกวนด้วยนะคะ”
    พอทั้งสองออกไปแล้ว เฉินหยู่ซีจะพาฟางจ่านเฉิงเข้าบ้าน แต่ฟางจ่านเฉิงรั้งเฉินหยู่ซีไว้ 
    “เธอไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย” เฉินหยู่ซีแปลกใจ
    ฟางจ่านเฉิงให้เฉินหยู่ซีพาไปที่โรงหนัง
    เฉินหยู่ซีแปลกใจ “บอสคะ พวกเรามาที่โรงหนังทำไมกัน”
    “คราวก่อนเธอบอกอยากดูหนังไม่ใช่เหรอ”
    เฉินหยู่ซีคิดถึงตอนที่เธอเศร้าจากหลี่โป๋เยี่ยนมาเล่าให้ฟางจ่านเฉิงฟัง
    “บอสคะ ขอบคุณนะคะ”
    พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็พาเข้าไปด้านใน เฉินหยู่ซีตะลึง
    “บอสคะ เหมาหมดเลยเหรอ ทำไมทั้งโรงหนังถึงมีแค่พวกเราสองคน”
    “เพราะหนังที่จะดูเป็นหนังสยองขวัญ” ฟางจ่านเฉิงล้อเลียน “กลัวเธอทำคนอื่นแตกตื่น”
    เฉินหยู่ซีกลบเกลื่อน “เปล่าซะหน่อย ฉันไม่ได้กลัวเวอร์ขนาดนั้นนะ”
    แล้วก็เป็นอย่างที่ฟางจ่านเฉิงคิด เฉินหยู่ซีดูไปกลัวไป ต้องโผกอดเขา

(จบตอนที่ 12)