
จอแก้ว เรื่องย่อ ลิขิตริษยา
“อคัมย์สิริ” เข้าแทรกระหว่าง “กันตพงศ์” กับ “กาญจน์เกล้า”
บทประพันธ์ :ปิยพร วายุบุตร
บทโทรทัศน์ :ปิยพร วายุบุตร
กำกับการแสดง : ผินเกรียงไกรสกุล
ออกอากาศ : ทุกวันพุธ- พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เริ่มออกอากาศ : วันพุธที่ 8มิถุนายน2559
ผลิตโดย : บริษัท มีเดียสตูดิโอจำกัด ร่วมกับเอ ศุภชัยศรีวิจิตร
อำนวยการผลิตโดย :คณะกรรมการพิจารณาการผลิตโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
รายชื่อนักแสดง
อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ซ่อนกลิ่น
กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท หลวงเดช
กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท โฉมฉาย
ณิชานันท์ ฟั่นแก้ว รับบท กรองแก้ว
อุษณีย์วัฒฐานะ รับบท พิศ
วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท นพ
ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท คุณหญิงมณี
สุรวุฑ ไหมกัน รับบท พระยาราชรักษ์
วาทิต โสภา รับบท อรรถกร
ภัทรานิษฐ์ วิริยะบำรุงกิจ รับบท อรพิลาศ
เติมเศวตชัย นาคสุข รับบท บวรยศ
สิมิลัน สุขเบื้องบน รับบท เนตร
สรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพ่ออุเทน
ศรุต วิจิตรานนท์ รับบท พร
กณิน ปัทมนันถ์ รับบท ทอง
ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี รับบท เจิม
ชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท ธูป
รอง เค้ามูลคดี รับบท ผล
พรชนก ลาภิเศษพันธุ์ รับบท พวง
หรัณย์ กิ่งโพธิ์ต้น รับบท ก้าน
เรื่องย่อ
“นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ ไม่มีกำลังใดเสมอด้วยกำลังแห่งกรรม”
ปี พ.ศ. 2470 “จำเนียน” หมอตำแยพื้นบ้าน กำลังป่วยหนักอยู่ในบ้าน ขณะที่ชาวบ้านบริเวณนั้นต่างพากันมาดูใจ ด้วยความเป็นห่วงและเสียใจ เพราะจำเนียนเป็นหมอที่มีน้ำใจกับชาวบ้านแถวนี้มาโดยตลอด มิหนำซ้ำเธอยังเคยทำคลอดให้คนยากคนจนโดยไม่คิดเงินอีกด้วย
จำเนียนมีลูกสาวชื่อ “ซ่อนกลิ่น” ซึ่งซ่อนกลิ่นเป็นลูกมือของจำเนียน เพราะเรียนวิชาทำคลอดมาจากแม่ หากแต่นิสัยของซ่อนกลิ่นไม่ได้ดีอย่างแม่ของเธอแม้แต่น้อย เพราะซ่อนกลิ่นมีนิสัยอิจฉาริษยาคนอื่น และทะเยอทะยานอยากได้อยากมี บ่อยครั้งที่ซ่อนกลิ่นมักจะแอบเอาศพเด็กที่ตายตอนคลอดไปขายให้กับ “พร” หมอผีที่อาศัยอยู่ใกล้ๆบ้านของเธอ เพื่อแลกเงินเล็กๆน้อยมาซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับแต่งตัวสวยอวดหนุ่มๆบริเวณนั้น
จนกระทั่งจำเนียนสิ้นใจ ท่ามกลางความเสียใจของชาวบ้านที่รักจำเนียนกันทุกคน ซ่อนกลิ่นจึงถือโอกาสนี้เปิดโรงหมอตำแยต่อจากแม่ โดยที่เบื้องหลังเธอแอบรับจ้างทำแท้งอีกด้วย
วันหนึ่ง “พิศ” ภรรยาคนที่3 ของ “หลวงเดชบริรักษ์” ข้าราชการกรมศุลกากร ซึ่งมีบ้านอยู่บริเวณไม่ห่างจากโรงหมอตำแยของซ่อนกลิ่นมากนัก เกิดอาการปวดท้องจะคลอดลูกกลางดึก แต่เพราะหมอประจำบ้านของหลวงเดชไม่อยู่ “เจิม” แม่บ้านในบ้าน จึงให้คนไปตาม ซ่อนกลิ่นมาทำคลอดแทน
เมื่อซ่อนกลิ่นมาในบ้านหลวงเดช ก็ตกตะลึงในความร่ำรวยของหลวงเดช มิหนำซ้ำ หลวงเดชยังเป็นชายหนุ่มที่ภูมิฐานและหล่อเหลาสมคำร่ำลือจริงๆ ซ่อนกลิ่นจัดการทำคลอดให้พิศทำให้หลวงเดชและทุกคนในบ้านต่างพากันซึ้งในน้ำใจของซ่อนกลิ่น หลวงเดชจึงตบรางวัลให้เธออย่างงามที่เธอช่วยชีวิตภรรยาของเขาไว้ได้ ขณะที่ “โฉมฉาย” ภรรยาคนแรก ของหลวงเดช ก็ให้คำมั่นสัญญาว่า ถ้าซ่อนกลิ่นมีอะไรให้ช่วยก็ให้บอกมาเธอยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทำให้ซ่อนกลิ่นแปลกใจที่ภรรยาทั้ง3 คน ของหลวงเดช ต่างรักใคร่ปรองดองกันดี ทั้งโฉมฉายภรรยาคนแรก กรองแก้ว ภรรยาคนที่2 และ พิศ เมียบ่าวที่หลวงเดชให้ความรักและสงสาร เพราะพิศ เป็นลูกของคนรับใช้ในเรือนที่จงรักภักดี แต่เพราะพ่อกับแม่ของพิศตายเนื่องจากช่วย โฉมฉายและ หลวงเดช ตอนที่เรือล่ม ทำให้พิศกลายเป็นลูกกำพร้า หลวงเดชจึงยกพิศมาเป็นเมียอีกคน ขณะที่โฉมฉายและกรองแก้วก็เอ็นดูพิศเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
โฉมฉาย เป็นลูกสาวของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เอ็นดูหลวงเดช ตั้งแต่สมัยหลวงเดชมียศเป็นเพียงขุน จึงยกลูกสาวให้กับเขา หลังจากแต่งงานได้4ปี โฉมฉายก็ตั้งท้องและมีลูกชายคือ “บวรยศ” ซึ่งในตอนนี้มีอายุเพียง1 ปี ขณะที่กรองแก้วนั้น เป็นลูกของพ่อค้าเจ้าของโรงสี ที่ใครๆนับหน้าถือตา เมื่อพ่อของกรองแก้วได้พบกับหลวงเดชก็เกิดถูกชะตา ต่อมาไม่นานเขาป่วยหนัก ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวจึงยกกรองแก้วให้หลวงเดชดูแล ด้วยความสงสารหลวงเดช จึงรับกรองแก้วมาเป็นภรรยาคนที่สอง ซ่อนกลิ่นกลับมาบ้านด้วยใจร้อนรนเพราะอยากได้หลวงเดชมาเป็นสามี จนถึงกับเผาบ้านตัวเอง
จากนั้นก็ไปหาโฉมฉายที่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือและทวงสัญญาที่โฉมฉายเคยรับปากว่าจะช่วยเหลือยามเธอเดือดร้อน โฉมฉายจึงยอมให้ซ่อนกลิ่นมาพักอาศัยที่บ้านด้วยเธอในที่สุด
จนกระทั่งวันหนึ่ง ซ่อนกลิ่นได้พบกับ นพ เพื่อนเก่าสมัยวัยรุ่นที่เคยหลงรักเธอมาก่อน ในตอนนี้นพเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของหลวงเดช เป็นข้าราชการในกรมศุลกากร นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกคนมองซ่อนกลิ่นดีขึ้น หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับรำคาญที่นพคอยจ้ำจี้จ้ำไช ทั้งยังตักเตือนพฤติกรรมไม่ดีของซ่อนกลิ่น โดยเฉพาะการพยายามจะแย่งหลวงเดชมาจากภรรยาอื่นๆให้ได้ แต่คำเตือนของนพก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อซ่อนกลิ่นยืนยันจะแย่งหลวงเดชมาให้ได้ ต่อมาซ่อนกลิ่นจึงขอให้พรทำเสน่ห์หลวงเดชให้กับเธอ ขณะที่พรขอแลกกับการที่ซ่อนกลิ่นจะต้องยอมตกเป็นเมียเขาเสียก่อน ซ่อนกลิ่นคิดหนักกับเรื่องที่พรต้องการแลกเปลี่ยนในการทำเสน่ห์หลวงเดช จนเธอคิดได้ว่าไม่มีอะไรจะมาขัดขวางความรักที่เธอมีต่อหลวงเดชได้ ซ่อนกลิ่นจึงยอมตกเป็นของพร ส่วนพรก็ยอมทำพิธีให้ซ่อนกลิ่นตามที่รับปากไว้
หลังจากเสร็จพิธี หลวงเดชซึ่งตกในมนต์เสน่ห์ของซ่อนกลิ่นก็ แอบย่องไปหาเธอทุกคืน จนกรองแก้วจับได้ จึงเอาเรื่องนี้ไปบอกโฉมฉาย แต่เพราะโฉมฉายเป็นคนใจเย็น จึงบอกให้กรองแก้วทำตามความต้องการของหลวงเดช ซ่อนกลิ่นไม่พอใจที่กรองแก้วยุ่งเรื่องของเธอ จึงบอกให้ทองซึ่งเป็นนักเลงบ่อนไก่ที่หลงรักซ่อนกลิ่นฆ่ากรองแก้ว
ด้านนพเมื่อเห็นซ่อนกลิ่นตกเป็นเมียของหลวงเดชแล้วก็รู้สึกเสียใจ จึงได้ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอก และตัดสินใจแต่งงานกับเพื่อนนักเรียนทุนด้วยกันในที่สุด
เมื่อกรองแก้วตายไป หลวงเดชก็รับซ่อนกลิ่นมาเป็นภรรยาของเขา โดยที่โฉมฉายไม่ได้ทัดทานอะไร จนกระทั่งพิศแอบรู้ความลับของซ่อนกลิ่นว่าซ่อนกลิ่นเป็นคนฆ่ากรองแก้ว ทำให้ซ่อนกลิ่นใช้ยาสั่งที่พรให้เล่นงานพิศจนสติวิปลาส ในเวลานี้ซ่อนกลิ่นกำจัดเมียของหลวงเดชได้ถึง2คน เหลือเพียงโฉมฉายที่ไม่มีพิษสงใดๆในสายตาของเธอ แต่ถึงแม้ว่าหลวงเดชจะทั้งรักทั้งหลงซ่อนกลิ่นแค่ไหน เธอก็ยังรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าโฉมฉายอยู่ดี เพราะอิจฉาในความเป็นผู้ดีมาแต่ก่อนเก่า ทั้งความรู้ และการวางตัวสมเป็นภรรยาของหลวงเดช อีกทั้งโฉมฉายยังรู้จักสนิทสนมกับเพื่อนฝูงของหลวงเดชเป็นอย่างดีอีกด้วย ในขณะที่ซ่อนกลิ่นกลับเป็นเมียหลวงเดชที่ไม่มีใครสนใจ เวลาผ่านไปเมื่อความอิจฉาทวีความรุนแรงขึ้น ซ่อนกลิ่นจึงวางแผนกำจัดโฉมฉายและบวรยศลูกชายของเธอ โดยขอให้ทองเป็นคนจัดการ
คืนหนึ่งขณะฝนตกหนัก ซ่อนกลิ่นแกล้งให้คนมาขอความช่วยเหลือโฉมฉาย บอกว่าเธอโดนงูกัดที่ริมแม่น้ำ เมื่อโฉมฉายรู้ก็รีบลุยฝนเดินทางออกไปช่วยซ่อนกลิ่น ระหว่างนั้นทองจึงแอบลอบเข้ามาพาตัวบวรยศออกไป จากนั้นซ่อนกลิ่นก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วให้ทองทำร้ายโฉมฉาย ทองจึงใช้ท่อนไม้ใหญ่ฟาดหัวโฉมฉาย แล้วโยนร่างของโฉมฉายทิ้งลงไปในแม่น้ำ ขณะที่ซ่อนกลิ่นใช้ให้ธูป บ่าวประจำตัวลงมือฆ่าบวรยศ หากแต่ธูปทำไม่ลงจึงปล่อยให้บวรยศนอนอยู่บนเรือ ขณะที่อยู่ๆเรือก็ลอยเคว้งออกไปจากฝั่ง จนซ่อนกลิ่นคิดว่ายังไงเด็กน้อยก็คงไม่รอด ซ่อนกลิ่นแกล้งทำเป็นร้องไห้เสียใจ และบอกกับหลวงเดชกับทุกคนว่า เรือล่มทำให้โฉมฉายและบวรยศ หายไปกับสายน้ำทั้งแม่ทั้งลูก หลวงเดชให้คนในบ้านลองงมหาในน้ำแต่ก็ไม่เจอ ทำให้ทุกคนคิดว่าโฉมฉายและบวรยศจมน้ำตายไปแล้ว
รุ่งขึ้น เรือที่บวรยศพลัดหลงลอยมาติดริมตลิ่ง ขณะที่หลวงพ่ออุเทน กำลังปักกลดอยู่พอดี เพียงแว่บแรกที่เห็นเด็กน้อย หลวงพ่อก็มองเห็นถึงชะตากรรมของเด็กน้อย หลวงพ่อจึงตัดสินใจรับบวรยศมาเลี้ยงดู โดยที่หลวงพ่อเห็นสร้อยคอที่สลักชื่อ “บริรักษ์” คล้องคออยู่ที่คอด้วยขณะที่โฉมฉายสลบอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอีกแห่ง สักพัก “ป้ารี” ชาวบ้านแถวนั้นเห็นเข้าก็รีบช่วยชีวิตเธอทันที โฉมฉายฟื้นขึ้นมา แต่จำอะไรไม่ได้เลยเพราะถูกตีหัวอย่างแรงจนสมองกระทบกระเทือน ป้ารีซึ่งมีหลานสาววัย6เดือนคือ “เนตร” และกำลังหาคนมาช่วยเลี้ยงหลานอยู่พอดี จึงบอกให้โฉมฉายมาพักกับเธอ
4 ปีผ่านไป หลวงเดชร่างกายอ่อนแอลงและเจ็บป่วยบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุจึงตัดสินใจลาออกจากราชการมาดูแลกิจการโรงสีของครอบครัวแทน ขณะที่ซ่อนกลิ่นได้แต่ทุกข์ระทมที่ตัวเองไม่มีลูกให้หลวงเดชเสียที ทั้งที่เธอพยายามทุกอย่าง ถึงกับยอมเป็นเมียลับๆของพรและทอง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งซ่อนกลิ่นได้ฟังเจิม คุยกับคนใช้ในบ้านว่า มีคนไปขอลูกกับพระ ซ่อนกลิ่นจึงคิดจะไปขอบ้าง
ด้านหลวงพ่ออุเทน ที่เลี้ยงดูบวรยศจนอายุได้4 ปี วันหนึ่ง หลวงราชรักษ์ และ คุณหญิงมณี มากราบหลวงพ่อ และได้พบกับบวรยศ ก็เกิดถูกชะตากับเด็กน้อย จึงขอบวรยศจากหลวงพ่ออุเทนไปเลี้ยงเป็นลูกอีกคน โดยที่ “อรรถกร”หรือ “ต้น” ลูกชายวัย 6 ขวบของเขาก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย หลวงพ่ออุเทนเห็นแก่อนาคตของเด็กน้อย จึงยอมยกเด็กน้อยผู้น่าสงสารให้แก่หลวงราชรักษ์ไป โดยที่หลวงราชรักษ์9yhชื่อให้ว่า “อัครยศ” หรือ “ตั้ม”
ต่อมาไม่นาน หลวงพ่ออุเทนก็ไปจำวัดที่วัดใกล้บ้านของหลวงเดช จนกระทั่งวันหนึ่ง ซ่อนกลิ่นมากราบพระประธานที่วัดเพื่ออธิษฐานขอลูก และได้เจอกับหลวงพ่ออุเทน แต่หลวงพ่อกลับเทศนาสั่งสอนซ่อนกลิ่นเรื่องกรรม บอกว่าการที่ซ่อนกลิ่นไม่มีลูกนั้นเป็นเพราะซ่อนกลิ่นเคยทำแท้งให้คนอื่น กรรมจึงส่งผลให้ซ่อนกลิ่นไม่มีลูก จากนั้นหลวงพ่อยังเตือนให้ซ่อนกลิ่นเลิกก่อกรรมทำเข็ญ แต่ซ่อนกลิ่นไม่เชื่อและไม่พอใจ จึงกลับบ้านไปด้วยความโมโห
ซ่อนกลิ่นไปปรึกษากับทองเรื่องที่เธอไม่มีลูกให้หลวงเดชเสียที จึงรับอรพิลาสมาเลี้ยงเป็นลูกแทนเพราะถึงอย่างไรอรพิลาสก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวของหลวงเดช ทรัพย์สมบัติทุกอย่างต้องตกอยู่กับเธออยู่แล้ว ซ่อนกลิ่นเห็นด้วยกับพรจึงไปรับอรพิลาสมาจากเจิมที่เป็นคนดูแล และพักอยู่ที่เรือนเล็กท้ายสวนกับพิศ ให้มาพักที่เรือนใหญ่ ซ่อนกลิ่นตั้งใจจะเลี้ยงอรพิลาสให้เป็นเหมือนลูกสาวของตัวเองแท้ๆ ขณะที่เจิมเองกลับรู้สึกเป็นห่วงอรพิลาส จึงขอตามไปช่วยดูแลอรพิลาสด้วย
ด้านโฉมฉาย ที่ในตอนนี้เป็นเหมือนแม่แท้ๆของเนตร และลูกสาวของ ป้ารีไปแล้ว ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ในฐานะแม่คนใหม่ของเนตร และหลานสาวที่ป้ารีเอ็นดู
17 ปีต่อมา บวรยศ เรียนจบมาจากประเทศอังกฤษ และเข้ารับราชการในกรมศุลกากร ท่ามกลางความภาคภูมิใจของพระยาราชรักษ์ ที่ตอนนี้เกษียณราชการมาอยู่บ้าน ที่มีลูกชายมาเป็นตัวแทนทำงานให้กับบ้านเมือง เช่นเดียวกับ อรรถกร ที่ตอนนี้เป็นนายแพทย์อยู่ที่จังหวัดนครปฐม
ขณะที่เนตร เติบโตเป็นหญิงสาวที่สวยงาม ทั้งใบหน้าและกิริยามารยาท เพราะได้รับการอบรมจากโฉมฉาย ผิดกับอรพิลาส ซึ่งถูก ซ่อนกลิ่นเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ จนกลายเป็นคนเอาแต่ใจ และโมโหร้าย ยิ่งเห็นหลวงเดชเจ็บออดๆแอดๆตลอดเวลา เธอก็ยิ่งรำคาญ จึงพูดจาไม่ดีกับหลวงเดชและปล่อยให้หลวงเดชต้องทุกข์ทรมานกับอาการเจ็บป่วยที่ไม่มีใครสนใจไยดีอยู่บ่อยๆ
วันหนึ่ง บวรยศ ผ่านมาที่ร้านขายขนมของโฉมฉาย เมื่อได้เห็นแม่ค้าหน้าสวยอย่างเนตร เขาก็รู้สึกตกหลุมรักในทันที ขณะที่โฉมฉายได้เจอบวรยศก็รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่สัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์อันวิเศษจากหญิงแม่ค้าผู้นี้ บวรยศจึงหมั่นมาอุดหนุนขนมร้านนี้อยู่บ่อยๆ เพราะอยากเจอหน้าเนตร และอยากพูดคุยกับโฉมฉาย
วันหนึ่ง พระยาราชรักษ์ได้จัดงานเลี้ยงวันเกิด และได้เชิญแขกเหรื่อมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ หลวงเดช แต่เพราะหลวงเดชกำลังป่วย ซ่อนกลิ่นจึงอาสาไปร่วมงานเลี้ยงนี้แทนโดยพา อรพิลาสไปด้วย เมื่อไปถึงงานเลี้ยงอรพิลาสได้พบกับบวรยศ ก็รู้สึกประทับใจในตัวเขาขึ้นมาทันที โดยไม่รู้ตัวว่าอีกมุมหนึ่งของงาน หมออรรถกรก็แอบสนใจในตัวเธอเหมือนกัน อรรถกรพยายามเข้ามาทำความรู้จักกับอรพิลาสแต่อรพิลาสกลับปฏิเสธไมตรีนั้น ด้วยเพราะในตอนนี้เธอชอบบวรยศมากกว่าอรพิลาสบอกซ่อนกลิ่นว่าบวรยศคือชายในฝัน ขณะที่ซ่อนกลิ่นเองก็อยากเป็นดองกับพระยาราชรักษ์ จึงรับปากอรพิลาสว่าจะช่วยให้ลูกสาวสมหวังในรักครั้งนี้ ซ่อนกลิ่นจึงไปขอให้พรช่วยทำเสน่ห์ให้กับอรพิลาส หากแต่ในเวลานี้ พรกำลังป่วยหนักด้วยโรคประหลาด เพราะอยู่ๆมือ และขาของเขาก็อ่อนแรงจนไม่สามารถทำพิธีอะไรได้อีกแล้ว อีกทั้งพรยังฝันถึงบรรดาศพเด็กที่มาคอยตามหลอกหลอนเขา และ วิญญาณของกรองแก้ว ที่คอยวนเวียนสาปแช่งเขาตลอดเวลา ซ่อนกลิ่นต้องการช่วยพร เพราะเห็นแก่ความเป็นสามีภรรยา และอยากให้พรหายเร็วๆเพื่อมาช่วยอรพิลาส ซ่อนกลิ่นจึงหาหมอเก่งๆมารักษาทอง แต่ก็ไม่มีใครรักษาโรคประหลาดนี้ได้ จนกระทั่งซ่อนกลิ่นได้ยินชาวบ้านพูดถึงหลวงตาอุเทน ที่ช่วยรักษาโรคให้ชาวบ้านได้ เธอจึงไปกราบนิมนต์หลวงตาให้มาช่วยทอง
แต่เมื่อได้พบหลวงตา ซ่อนกลิ่นก็จำได้ทันทีว่าหลวงตาคือพระที่เคยเทศนาเรื่องกรรมให้เธอฟัง ครั้งนี้หลวงตาบอกถึงแรงกรรมที่ตามมาทวงคืนพร จากที่เขาเคยทำบาปไว้ โดยที่พรไม่สามารถหลีกพ้นได้ และยังได้เตือนซ่อนกลิ่นด้วยว่า กำลังจะถึงเวลาของเธอเหมือนกัน ซ่อนกลิ่นโกรธแค้นในคำพูดของหลวงตา จึงบอกให้ทองพานักเลงไปสั่งสอนหลวงตา
คืนนั้นเอง ทองจึงให้ลูกน้องไปดักทำร้ายหลวงตา แต่ด้วยพุทธานุภาพ ทำให้อาวุธทั้งหลายทำอะไรหลวงตาไม่ได้ ทองเล่าให้ซ่อนกลิ่นฟังแต่ซ่อนกลิ่นไม่เชื่อ
จนกระทั่งคืนต่อมา พรเกิดอาการป่วยอย่างหนัก อยู่ๆเขาก็มองเห็นเหล่าวิญญาณเด็กทั้งหลายเข้ามารุมทำร้ายเขา จนพรมีเลือดออกจากทวารทั้ง5 และสิ้นใจอย่างอนาถ เมื่อซ่อนกลิ่นได้เห็นสภาพของพรก็เกิดอาการหวาดกลัว เธอจึงรีบหนีกลับมาบ้าน และได้พบว่าหลวงเดชมีอาการเปลี่ยนไป เพราะอยู่ๆก็สุขภาพดีขึ้น อีกทั้งเขายังรู้สึกชังน้ำหน้าซ่อนกลิ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะเวทย์มนต์ของพรได้เสื่อมไปหมดแล้ว
เมื่อหลวงเดชมีสติมากขึ้นจึงได้ไปหาพิศที่อยู่ๆก็หายจากอาการเสียสติ หลวงเดชจึงบอกให้พิศย้ายกลับมาอยู่เรือนใหญ่เหมือนเดิม สร้างความเจ็บแค้นให้ซ่อนกลิ่น ในเวลานี้ที่พึ่งเดียวของซ่อนกลิ่นก็คือ อรพิลาส ซ่อนกลิ่นจึงรีบหาทางให้อรพิลาสและบวรยศได้แต่งงานกันโดยเร็วที่สุด
ซ่อนกลิ่นวางแผนให้อรพิลาสได้ใกล้ชิดกับบวรยศ จนหลายครั้งที่เนตรเองก็รู้สึกหวั่นไหวและพลอยโกรธบวรยศ ที่มีคนรักอยู่แล้วแต่ยังมาตามตอแยเธอ แต่จนแล้วจนรอด บวรยศก็พิสูจน์ให้เนตรรู้ว่าเขาจริงใจกับเธอมากแค่ไหน จนในที่สุดบวรยศตัดสินใจ พามณีมารู้จักกับโฉมฉาย และเนตร เมื่อมณีได้พบโฉมฉายก็จำได้ว่าเธอคือภรรยาของหลวงเดชที่ตายไป21 ปีนั่นเอง มณีจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับโฉมฉายฟัง ทำให้เนตรเสียใจมากที่รู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกที่แท้ของโฉมฉาย
มณีเอาเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้พระยาราชรักษ์ฟัง เขาจึงตัดสินใจไปบอกความจริงกับหลวงเดช แต่ขณะนั้นเองซ่อนกลิ่นรู้เรื่องเสียก่อน ซ่อนกลิ่นจึงรีบไปหาโฉมฉายและหลอกโฉมฉายว่าจะพาไปหาบวรยศลูกชายของเธอ โฉมฉายหลงเชื่อจึงตามซ่อนกลิ่นไป แต่แล้วระหว่างทางซ่อนกลิ่นก็ให้ทองมาดักทำร้ายโฉมฉาย โดยที่โฉมฉายถูกท่อนไม้ทุบหัวจนสลบจมกองเลือดจากนั้นทองก็เอาร่างของเธอไปทิ้งไว้นอกเมืองแถวๆนครปฐม โดยหารู้ไม่ว่าโฉมฉายยังไม่ตาย โชคดีที่ หมออรรถกร ขับรถผ่านมาพอดี จึงได้ช่วยชีวิตของโฉมฉายไว้ได้ทันและให้เธอพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดนครปฐม
ขณะที่หลวงเดชไปหาโฉมฉายที่ร้านขนมแต่ไม่เจอ อีกทั้งเนตรยังบอกอีกว่าโฉมฉายหายไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับ ก็ยิ่งทำให้หลวงเดชเป็นห่วงมากขึ้น หลวงเดชกลับมาถามซ่อนกลิ่นว่ารู้เรื่องนี้หรือเปล่า แต่ซ่อนกลิ่นทำเป็นไม่รู้เรื่อง
ด้านบวรยศเองก็พยายามช่วยเนตรตามหาโฉมฉาย ทำให้อรพิลาสไม่พอใจที่บวรยศไปสนใจแม่ค้าขายขนมมากกว่าเธอ อรพิลาสจึงบอกให้ซ่อนกลิ่นช่วยจัดการกำจัดเนตร
คืนต่อมา ทองพาลูกน้องไปดักทำร้ายเนตร โชคดีที่บวรยศมาช่วยไว้ได้ทัน เขาเห็นว่าที่บ้านของเธอไม่ปลอดภัยอีกแล้ว จึงพาเนตรไปพักอยู่กับแม่ชีที่วัดของหลวงตาอุเทน ทำให้เนตรรู้ความจริงว่าบวรยศไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพระยาราชรักษ์ และยิ่งได้รู้จากแม่ชีถึงชะตากรรมของบวรยศก่อนมาเจอหลวงตาก็ยิ่งทำให้เนตรสงสารบวรยศมากขึ้นไปอีก
ขณะเดียวกันโฉมฉายฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล ในตอนนี้ความทรงจำของเธอกลับคืนมาเหมือนเดิมแล้ว สิ่งแรกที่เธอเรียกหาคือบวรยศลูกชายของเธอที่พรากจากกันไป21ปี โฉมฉายจึงขอร้องให้หมออรรถกร พาเธอไปบ้านหลวงเดช เมื่อไปถึง หลวงเดชดีใจมากที่โฉมฉายยังไม่ตาย แต่เมื่อโฉมฉายได้รู้จากหลวงเดชว่าอัครยศตายไปเมื่อ21 ปีก่อน พร้อมๆกับที่เธอหายไป โฉมฉายเสียใจจนใจแทบขาด ขณะที่อรพิลาสรู้เข้าก็รีบไปบอกซ่อนกลิ่น แต่ขณะที่ทั้งสองคนคุยกันหมออรรถกรได้ยินเข้าพอดี ทำให้คิดว่า ซ่อนกลิ่นอาจจะเป็นตัวการสั่งคนมาทำร้ายโฉมฉายก็ได้
หมออรรถกร กลับมาบอกเรื่องนี้กับบวรยศ จนเนตรได้รู้ว่าโฉมฉายปลอดภัยดี แต่เธอไม่กล้าไปหาโฉมฉาย เพราะในเวลานี้ โฉมฉายไม่ได้เป็นแม่ของเธออีกต่อไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นภรรยามหาเศรษฐีอย่างหลวงเดชอีกด้วย เนตรจึงบอกกับบวรยศว่า เธอขออยู่ที่วัดอย่างนี้ต่อไปจะดีกว่า
ขณะที่ลูกน้องของทองไปเจอเนตรที่วัดก็รีบมาบอกทอง ทองจึงสั่งให้มาทำร้ายเนตร แต่ในตอนนั้นหลวงตาอุเทนสั่งเด็กวัดให้มาช่วยเนตรไว้ได้ วันต่อมาบวรยศมากราบหลวงหลวงตาและมาเยี่ยมเนตร หลวงตา
อุเทนบอกกับบวรยศว่า เนตรอยู่ในอันตราย บวรยศจึงกลับไปบอกมณีว่า เขาอยากแต่งงานกับเนตร จะได้ดูแลเนตรอย่างเต็มที่มากกว่านี้ แต่มณีติดที่ว่าเนตรไม่มีผู้ใหญ่ที่จะสู่ขอด้วยเลย บวรยศจึงให้มณีไปสู่ขอกับโฉมฉาย
ต่อมา พระยาราชรักษ์และมณี ไปที่บ้านของหลวงเดชเพื่อไปสู่ขอเนตรให้กับบวรยศจากโฉมฉาย ทันทีที่อรพิลาสรู้ก็เสียใจมาก อรพิลาสจึงให้ทองลักพาตัวเนตรไปซ่อนที่กระท่อมนอกเมือง
เนตรถูกอรพิลาสตบตีและทรมานสารพัดก่อนจะถูกมัดตัวทิ้งไว้ที่นั่นเพียงลำพัง ขณะที่อรพิลาสกลับบ้านไปก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ด้านบวรยศพยายามตามหาเนตรแต่ก็หาไม่พบ จนกระทั่งเรื่องนี้รู้ถึงหูของอรรถกร อรรถกรรู้ดีว่าต้องเป็นฝีมือของอรพิลาสอย่างแน่นอน แต่เพราะไม่อยากให้คนที่เขารักต้องโดนกฎหมายลงโทษ เขาจึงไปพูดกับอรพิลาสให้ปล่อยตัวเนตร ทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างหนักจนอรรถกรสารภาพไปว่าเพราะ เขารักอรพิลาสและไม่อยากให้อรพิลาสทำผิดมากไปกว่านี้ แต่อรพิลาสยืนยันว่าเธอไม่ได้ลักพาตัวเนตรไป อรรถกรจึงขู่ว่าจะแจ้งความ
อรพิลาสคิดหนักเรื่องนี้ จึงบอกซ่อนกลิ่นให้ช่วย ซ่อนกลิ่นจึงให้ทองไปฆ่าอรรถกร แต่ในระหว่างนั้นเอง อรพิลาสเปลี่ยนใจ ไม่อยากให้อรรถกรตาย เธอจึงรีบไปบอกอรรถกรไว้ก่อน ทำให้อรรถกรดีใจที่อรพิลาสไม่ได้เกลียดเขาอย่างที่คิด อรรถกรขอร้องให้อรพิลาสปล่อยตัวเนตรไป แต่อรพิลาสยืนยันว่าเธอไม่ได้พาตัวเนตรไปเพราะยังกลัวความผิดอยู่
ต่อมาตำรวจบอกกับบวรยศว่า ได้เบาะแสจากชาวบ้านว่าเห็นทอง ลักพาตัวหญิงสาวคนหนึ่งไปสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเนตร บวรยศจึงบอกกับโฉมฉายว่าจะตามไปช่วยเนตร ขณะที่ซ่อนกลิ่นได้ยินก็รีบไปหาทองที่บ้านแต่ลูกน้องทองกลับบอกว่า ทองไปที่กระท่อม ซ่อนกลิ่นกลัวว่าทองจะถูกจับและอาจซัดทอดมาถึงเธอ จึงรีบไปที่กระท่อม ก่อนที่ตำรวจจะตามไปถึง
ซ่อนกลิ่นเห็นว่าทองหมดประโยชน์และอาจเป็นตัวอันตรายต่อเธอ จึงชักปืนขึ้นจะยิงทองในที่สุดแต่แล้วบวรยศกลับพาตำรวจมาช่วยเนตรไว้พอดี ทำให้ซ่อนกลิ่นต้องรีบหนีไป
เนตรฟื้นขึ้นมาเห็นว่าโฉมฉายและหลวงเดชกำลังมาเยี่ยมเธอพอดี ขณะที่ตำรวจมาสอบปากคำ
เนตรว่าใครเป็นคนลักพาตัวเธอมา เนตรเห็นว่าอรพิลาส เป็นทายาทคนเดียวของหลวงเดชและเห็นแก่โฉมฉาย จึงแกล้งให้ปากคำว่า เธอสลบไปโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร
ขณะที่อรพิลาสรู้สึกกลัวมากและไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เธอจึงไปดักรอรถอรรถกร และแอบนั่งรถตามเขาไปที่นครปฐมด้วย
เมื่ออรรถกรถึงนครปฐมก็รู้สึกตกใจที่อรพิลาสแอบตามเขามา อรพิลาสจึงสารภาพเรื่องทั้งหมดให้อรรถกรฟัง ถึงความผิดที่เธอเคยทำมาก่อน และขออาศัยอยู่กับเขาที่นี่
ด้านหลวงเดช โฉมฉายและพิศพากันตกใจที่อรพิลาสหายตัวไป และยิ่งแปลกใจมากไปกว่านั้นเมื่อซ่อนกลิ่นไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลย ขณะที่ซ่อนกลิ่นคิดหนักกลัวว่าเธอจะเจอชะตากรรมเหมือนพร จึงไปหาหลวงตาอุเทนและบอกให้หลวงตาช่วยแก้กรรมให้ แต่หลวงตาเทศน์สอนซ่อนกลิ่นว่าไม่มีสิ่งใดลบล้างกรรมที่เคยทำมา เพราะแรงใดก็ไม่สู้แรงกรรม สิ่งที่ซ่อนกลิ่นควรทำคือทำความดีและละเว้นจากการทำบาปต่อไป ซ่อนกลิ่นไม่เชื่อว่าเธอจะต้องพ่ายแพ้ต่อกรรมของตัวเอง จึงท้าหลวงตาว่าเธอจะเป็นคนเดียวที่เอาชนะแรงกรรมให้ดู
ขณะที่อรพิลาสเมื่ออยู่ใกล้อรรถกรก็เริ่มรู้สึกดีกับอรรถกร จนกระทั่งอรรถกรขอให้อรพิลาสกลับบ้าน อรพิลาสจึงยอมกลับไป และยอมรับความผิดที่ตัวเองได้ก่อทั้งหมด
อรพิลาสไปหาเนตรเป็นคนแรก และขอโทษเธอ ก่อนจะกลับไปขอขมา หลวงเดช ที่เคยเป็นลูกอกตัญญูมาก่อน อรพิลาสสัญญากับหลวงเดชว่า จากนี้ไปเธอจะเป็นลูกที่ดี ดูแลหลวงเดช โฉมฉาย และพิศ และปรับปรุงตัวเองเป็นคนใหม่
ด้านซ่อนกลิ่น กลับมาที่บ้านก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เธอตั้งใจจะลองดีกับแรงกรรมดังที่หลวงพ่ออุเทนได้สั่งสอนเธอ ซ่อนกลิ่นคว้าปืนขึ้นมา แล้วตัดสินใจบุกไปหา หลวงเดช โฉมฉายและพิศ หวังจะปลิดชีพทุกคนในบ้าน เพื่อล้างแค้นให้สาสมกับที่เธอต้องผิดหวังจากทุกอย่าง แต่แล้วในจังหวะที่ซ่อนกลิ่นกำลังเงื้อไกรปืนจะยิงโฉมฉาย อรพิลาสก็เข้ามาขวางทางปืนจนถูกยิงและสลบไป
ซ่อนกลิ่นถูกคนใช้ในบ้านรวบตัวไว้ และจับส่งตำรวจ ขณะที่อรพิลาส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ในเวลานี้ ผู้ที่เป็นทุกข์ไม่แพ้คนในครอบครัวก็คือ หมออรรถกร อรพิลาสฟื้นขึ้นมาพร้อมกับชะตากรรมที่แสนเศร้า เพราะเธอต้องกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ อรพิลาสยอมก้มหน้ารับกรรม เพราะรู้ดีว่า ไม่มีใครหนีพ้นแรงกรรมได้ โชคดีที่ในเวลานี้ เธอมีคนที่รักเธอรายล้อมมากมาย และให้โอกาสเธอได้แก้ตัวอีกครั้ง รวมถึงอรรถกร ที่อาสาดูแลเธอตลอดชีวิต โดยที่อรรถกร ขอให้พระยาราชรักษ์และ มณี มาสู่ขออรพิลาส ทำให้ทั้งคู่ลงเอยกันอย่างมีความสุข
ด้านซ่อนกลิ่นที่อยู่ในคุก ก็ตกอยู่ในสภาพเป็นคนเสียสติ จนกระทั่งวันหนึ่ง ซ่อนกลิ่นเห็นภาพวิญญาณเด็กรายล้อมทำร้ายเธอ ซ่อนกลิ่นจึงพยายามเอามือทั้งสองข้างทุบตีเด็ก จนเธอหนีออกมาจากห้องขังได้ก็คว้ามีดใกล้ๆมาแทงตัวเองไม่ยั้งเพราะคิดว่าวิญญาณเด็กกำลังรุมทำร้ายเธอ แต่ภาพที่ทุกคนเห็นคือซ่อนกลิ่นกำลังใช้มีดแทงตัวเองจนตายอย่างน่าสังเวช เป็นการสิ้นสุดการก่อกรรมทำเข็ญของเธอ โดยที่เธอต้องพ่ายแพ้ต่อแรงกรรมในที่สุด
หลังจากเรื่องราวจบลงด้วยดี หลวงเดชถือโอกาสที่เรื่องร้ายผ่านพ้นไป ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ กรองแก้ว และ ซ่อนกลิ่น หลวงเดชได้นิมนต์หลวงพ่ออุเทนมาที่บ้าน รวมทั้งเชิญพระยาราชรักษ์ มณี และบวรยศมาร่วมงานด้วย
เมื่อบวรยศได้เจอเนตรก็ถือโอกาสประกาศกับทุกคนว่า เขาจะแต่งงานกับเนตร โดยที่เนตรถึงกับ
ตั้งตัวไม่ติด เพราะไม่คิดว่า บวรยศจะกล้าประกาศต่อหน้าคนมากมายถึงเพียงนี้ หลวงพ่ออุเทนจึงได้มอบสร้อยคอคืนให้แก่เขา เพราะนี่คือสมบัติชิ้นเดียวที่ติดตัวเขามา และสร้อยเส้นนี้เอง ที่ทำให้ หลวงเดช โฉมฉาย และพิศ ได้รู้ความจริงว่า อัครยศ คือ บวรยศ ลูกชายคนเดียวของหลวงเดชที่หายไปยี่สิบกว่าปี อีกทั้ง เขายังเป็นพี่ชายต่างมารดาของอรพิลาสอีกด้วย
ในที่สุดแล้ว บวรยศ แต่งงานกับเนตร และอยู่กินกันอย่างมีความสุข ขณะที่หลวงเดชใช้เวลาช่วงชีวิตที่เหลือ ทำดีกับโฉมฉายและพิศ เพื่อทดแทนเวลาทั้งหมดที่เขาเคยละทิ้งภรรยาทั้งสองด้วยความไม่ตั้งใจ
และแล้ว เรื่องราวก็จบลงด้วยความสุข และสิ่งที่ทุกคนได้เรียนรู้ นั่นคือ แรงกรรมที่จะติดตามตัวทุกคนตลอดไป ไม่มีใครหลีกหนีแรงกรรมได้ มีเพียงผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดีเท่านั้น ที่ความดีจะคุ้มครองคนดีสืบไป
-สาธุ-



