บันเทิง

ฟังคนสร้างหนังถูกจัดเรตหรือถูกจัดสิทธิ์การสร้างสรรค์?

ฟังคนสร้างหนังถูกจัดเรตหรือถูกจัดสิทธิ์การสร้างสรรค์?

04 ส.ค. 2552

หลังจากที่มีการหารือถึงปัญหาการจัดเรตภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดประเทศไทยของเรากำลังจะเปลี่ยนระบบการเข้าชมหนังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพราะล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่างมีข้อสรุปโรงภาพยนตร์ให้จำกัดกลุ่มอายุผู้ชมตามเนื้อหาของหนังทั้ง 7 ประเภททันที ซึ่

 1. ประเภทที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้ดู (สัญลักษณ์ “ส”)  มีเนื้อหาส่งเสริมการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้ความรู้ความเข้าใจการพัฒนาสังคม ครอบครัว และสร้างจิตสำนึกในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 2. ประเภทที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป (สัญลักษณ์ “ท”) เนื้อหาต้องไม่มีเรื่องของเพศ ภาษา ที่มีความรุนแรง

 3. ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป (สัญลักษณ์ “น 13+”)  จะไม่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรง ทารุณ โหดร้าย ขาดมนุษยธรรม น่ากลัวส่อไปในทางสยองขวัญ ใช้คำหยาบคายลามก พฤติกรรมทางเพศที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร การสาธิตวิธีการก่ออาชญากรรมหรือใช้อาวุธ ใช้สิ่งเสพติดให้โทษที่ไม่เหมาะสม อันเป็นเหตุชักจูงให้เกิดอาชญากรรมต่อสังคม และไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับลัทธิที่ชักจูงให้เด็กและเยาวชนหลงเชื่อ  

 4. ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป (สัญลักษณ์ “น 15+”) จะมีเนื้อหาเหมือนกับประเภทอายุ 13 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจมีภาพ เสียง เนื้อหาที่แสดงให้เห็นพฤติกรรม หรือภาษาที่ไม่เหมาะสม จึงต้องใช้วิจารณญาณในการดู

 5. ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (สัญลักษณ์ “น 18+”) โดยไม่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่เปิดเผยอวัยวะเพศ สาธิตวิธีการก่ออาชญากรรม และวิธีการใช้สิ่งเสพติด

 6. ประเภทที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (สัญลักษณ์ “ฉ 20+”) เพราะมีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงการมีเพศสัมพันธ์ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง หรือผู้อื่น แต่ต้องไม่แสดงให้เห็นอวัยวะเพศ

 7. ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร เนื่องจากมีเนื้อหาหมิ่นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายความมั่นคงของประเทศ ก่อให้แตกความสามัคคี เหยียดหยามศาสนา ไม่เคารพต่อปูชนียบุคคล ขัดต่อศีลธรรม วัฒนธรรม และมีเนื้อหาที่แสดงถึงการมีเพศสัมพันธ์ เห็นอวัยวะเพศในลักษณะลามกอนาจาร

 หากการจัดเรตมีผลบังคับใช้ น่าจะมีประโยชน์ต่อคนทำและคนดูหนัง (ไม่มากก็น้อย) เนื่องเพราะต่างประเทศต่างมีการจัดเรตภาพยนตร์แทบทั้งนั้น ทว่า  ลองมาฟังผู้กำกับการแสดงที่ได้รับผลโดยตรง ว่าคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

 ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล บุคคลสำคัญในวงการภาพยนตร์ไทย เปิดเผยว่าเห็นด้วยที่มีการแบ่งแยกผู้ชมตามประเภทของหนัง ซึ่งเป็นระบบสากลที่ประเทศซึ่งรุ่งเรืองด้านภาพยนตร์นำไปใช้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเรื่องเรตติ้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ อย่างเรื่องการพูดคำหยาบในหนังนั้น จะให้เป็นเรตติ้งอะไร หนังแต่ละเรื่องควรพูดหยาบได้มากแค่ไหน แต่ถ้าจัดเรตติ้งว่าเด็กห้ามดูแล้วเด็กเข้าไปดู เราจะแก้ไขกันอย่างไร

 ด้าน "ปื๊ด" ธนิตย์ จิตนุกูล ผู้กำกับที่กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง "สามชุก" ที่กำลังเข้าโรงในขณะนี้ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เห็นด้วยกับการจัดเรตหนังในเมืองไทยมานานแล้ว

 "คิดว่าหนังในสังคมไทยเราน่าจะดีขึ้น เพราะคนดูสามารถที่จะเลือกหนังที่มีคุณภาพชมได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงว่าเหมาะสมหรือไม่ แค่ไหน ผมคิดว่าภาพยนตร์เมืองไทยมีอิสรเสรีมากเกินไป หนังบางเรื่องมีความรุนแรงมากซึ่งเยาวชนไม่ควรดู แต่เมื่อไม่มีการจัดเรตเด็กรุ่นไหนก็สามารถที่จะดูได้ คนสร้างหนังก็ไม่กระทบ แต่หนังที่นำเข้าจากต่างประเทศอาจจะกระทบบ้าง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงเมื่อการจัดเรตนี้ได้นำมาใช้จริง ก็คือเรื่องแผ่นผี เพราะแผ่นผีเหล่านี้จะไม่มีการจัดเรตหนัง ทุกคนสามารถหาซื้อมาดูได้อย่างเสรี" ปื๊ดกล่าว

 พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ผู้กำกับหนุ่ม ที่หนังของเขาเคยมีปัญหากับกองเซ็นเซอร์ตลอดมาไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ไอ้ฟัก" ถูกเซ็นเซอร์ฉากที่สมทรงเอานิ้วทายาหม่องรอบสะดือ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อถือในเรื่องการจัดเรต

 "จริงๆ ผมว่าการจัดเรตหนังนั้นเป็นเรื่องดี เพราะที่ไหนๆ ก็มีเรตหนัง แต่...ผมว่าข้อ 7 น่ากลัวเพราะจากมติ ครม. จะเห็นได้ว่าหนังจะถูกเซ็นเซอร์ก่อนสร้างเสร็จ แล้วค่อยมาจัดเรตอีกชั้นหนึ่ง ผมเห็นว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคนทำหนังอย่างเรา เพราะถ้าสร้างหนังเสร็จ แต่สุดท้ายมาถูกสรุปว่าขัดต่อศีลธรรมและวัฒนธรรม ห้ามฉาย หนังเรื่องไหนถูกห้ามฉายก็เหมือนโทษประหารของคนทำหนัง"

 "ต้อม" ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับหนังมากมายไม่ว่าจะเป็นรักสามเศร้า อีติ๋มตายแน่ ฯลฯ กล่าวว่าแม้จะไม่เห็นด้วยกับข้อ 7 แต่ก็เห็นด้วยที่จะมีจัดเรตภาพยนตร์ให้ชัดเจน

  "เรื่องคำหยาบในหนังผมจะห่วงมาก อย่างหนังที่สะท้อนสังคมส่วนใหญ่เวลาคนทะเลาะกันก็จะมีใช้คำว่าไอ้นั่น ไอ้นี่ อีนั่น อีนี่ หรือฉากที่คนสลัมคุยกันเขาก็ไม่พูดเพราะๆ กันหรอก พอมีเรตมันดี จะได้แบ่งชัดเจนไปเลยว่าหนังเรื่องนี้พูดหยาบได้แค่ไหน คนอายุเท่าไหร่ถึงจะดูได้ ผมคิดว่าคนดูหนังต่างมีความคิด ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะแสดงพฤติกรรมตามหนัง" ต้อมกล่าว