
ดอนฟื้นเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้นใกล้ออกจากห้องไอซียู
ตลกรุ่นใหญ่ ดอน จมูกบาน เริ่มลืมตาตอบสนองรับรู้ แพทย์เผยมีแนวโน้มน่าจะออกจากห้องไอซียูได้ ชี้ตามสถิติมะเร็งระยะนี้สามารถอยู่ได้เพียง 6 เดือน นับว่าตลกคนดังได้
หลังจากที่ นายเล็ก เพียรเกตวิทย์ หรือ “ดอน จมูกบาน” ตลกรุ่นใหญ่ชื่อดังที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ ระยะที่ 4 ได้เข้ารักษาตัวอยู่ที่ ห้องICU โรงพยาบาลบางพลี จ. สมุทรปราการ ท่ามกลางความช็อคของแฟนๆ ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. ของวันที่ 3 มิ.ย. นายแพทย์ นนท์ จินดาเวช รอง ผอ. ฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลบางพลี พร้อมด้วย นาย ธนภพ เพียรเกตวิทย์ แถลงข่าวถึงอาการความคืบหน้าของดอน จมูกบานโดยนายแพทย์นนท์เปิดเผยถึงผลการรักษาล่าสุดดังนี้
"สำหรับอาการโดยรวมในวันนี้ เรื่องของการรู้ตัวรู้สติ ถือได้ว่าดูดีขึ้น เพราะจากที่คุณดอนต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตลอดหลายวันที่ผ่านมา คุณดอนมักจะหลับ หรือไม่ก็เรียกแล้วไม่ค่อยรู้สึกตัว แต่สำหรับวันนี้เราพบว่า เมื่อได้มีการเข้าไปปลุกเข้าไปเรียก หรือแค่แตะตัวเฉยๆ คุณดอนก็สามารถรับรู้ลืมตาได้แล้ว ดังนั้น ถือว่ามีการตอบสนองที่ดีขึ้น มีการที่จะพยายามสื่อสารกับญาติๆ ซึ่งเวลาที่ผมตั้งคำถามอะไรตัวคุณดอนเองเขาก็พยายามที่จะตอบ แต่ว่ามันอาจจะไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำสักเท่าไหร่นัก ซึ่งตรงนี้เราก็ถือว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีแล้ว ในส่วนของผลเลือดที่ทราบจากการเช็คครั้งล่าสุด ด้านการทำงานของตับยังคงทรงตัวอยู่กับที่ ภาวะดีซ่านที่ยังมีก็ยังมีอยู่ และในเรื่องการแข็งตัวของเรื่อง กลไกในการห้ามเลือดที่ยังผิดปกติก็ยังคงผิดปกติอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่มันไม่ได้ดูแย่ลงก็เท่านั้นเอง ขณะที่ในส่วนของอาการเลือดออกบริเวณทางเดินอาหารตอนนี้ก็น่าจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เพราะเราไม่ได้พบว่ามีอาการเลือดออกเพิ่มเติม การเข้มข้นของเลือดก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งตรงจุดนี้คุณหมอที่ทำหน้าที่ดูแลเองก็รู้สึกพอใจ แต่อาจจะมีนิดหนึ่งเกี่ยวกับเกลือแร่ของเลือดที่ต่ำไปบ้าง ซึ่งเราก็ได้ดูแลโดยการให้เกลือแร่ชดเชยไปแล้ว” นพ.นนท์กล่าว
เมื่อถามต่อถึงแนวโน้มต่อจากนี้น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่นายแพทย์นนท์ เผยว่า ถ้าหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆอีก หรือคนไข้ตื่นรู้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มีแนวโน้มว่าน่าจะออกจากห้องไอซียูได้
"ถามว่ายังมีตรงจุดไหนอีกบ้างที่ทีมแพทย์ยังคงต้องจับตามองเป็นพิเศษ ตอนนี้คงเป็นอาการเลือดออกตามจุดต่างๆของร่างกาย ถือว่ายังมีภาวะเสี่ยงอยู่ ต้องรอดูไปจนกระทั่งกลไกการแข็งตัวของเลือดดีขึ้น จะถือว่าภาวะเสี่ยงตอนนี้มันน้อยลง อย่างที่บอกคือกลไกการแข็งตัวของเลือดของคนไข้ตอนนี้มันยังผิดปกติอยู่ ซึ่งสิ่งนี้คงเป็นสิ่งที่เราต้องดูเป็นเรื่องแรก ส่วนเรื่องการติดเชื้อแทรกซ้อน ตอนนี้ทางโรงพยาบาลพบว่ายังไม่มีการติดเชื้อแทรกซ้อนใดๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จากนี้จะมีการเข้าเครื่องสแกนตรวจสอบการลุกลามของเชื้อมะเร็ง อาจจะต้องรอให้สภาพอาการคนไข้ดีกว่านี้ก่อน เพราะการเข้าเครื่องแสกนคนไข้ต้องให้ความร่วมมือโดยการอยู่นิ่งๆ เราต้องสื่อสารกับคนไข้ได้ในการสแกน ไม่ว่าจะเป็นการสแกนใดๆต้องรอให้คนไข้ตื่นกว่านี้อีกหน่อย ส่วนที่ถามว่าตอนนี้เชื้อมะเร็งของคนไข้ลามไปถึงไหนแล้ว คือจากข้อมูลเดิมก็น่าจะบอกได้แล้วว่าเชื้อกระจายไปถึงไหน เพียงแต่ว่าเราอยากที่จะตรวจเพิ่มเติมก่อนอีกครั้ง เพื่อที่จะได้คอนเฟิร์มให้มันชัดนั่นเอง แต่ถ้าในทางการรักษาของโรคมะเร็ง คือถ้าเชื้อมันกระจายแล้ว เราก็ถือว่ากระจายแล้ว มันก็คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาสักเท่าไหร่
ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่ได้แย่ลงนะ แต่การทำงานของตับมันก็ยังผิดปกติ ถามว่ามันจะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติในเร็วๆนี้มั้ย คือถ้าคนไข้ตื่นมากกว่านี้ สื่อสารได้มากกว่านี้ ไม่มีเรื่องเลือดออกเพิ่มเติม ไม่มีอาการแทรกซ้อน ก็น่าจะเป็นที่พอใจในระดับหนึ่ง ต้องดูกันต่อไป
ตอนนี้เราก็รักษาไปตามอาการ ส่วนข่าวที่ออกไปทำให้แฟนๆค่อนข้างช็อกคือตัวโรคมะเร็งในความเป็นจริงแล้ว มันกระจายออกไปจากอวัยวะแรก แล้วถือว่าแพร่ไปแล้ว มีโอกาสที่มันจะกระจายไปในส่วนอื่นๆทั่วร่างกาย การรักษาโดยการผ่าตัด หรือให้เคมี พวกนี้เราอาจจะมาชั่งน้ำหนักวิธีการรักษาว่าคนไข้จะได้ประโยชน์จากวิธีเหล่านี้จริงมั้ย และตัวโรคจะหายจริงหรือเปล่า เพราะดูจากการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ก็พยายามทำให้คนไข้หายดี แต่อย่างนั้นก็ตามเชื้อมะเร็งมันก็กระจายไปยังต่อมหมวกไต หมอต้องใช้วิธีอุดเส้นเลือด เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนตามความจริงว่า เราอาจจะไม่ถึงขั้นหวังว่าคนไข้จะหายจากโรคนี้ แต่ก็ขอให้อาการทุเลาลงไป เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปกว่านี้หน่อย ไม่ต้องนอนติดเตียงอยู่ ซึ่งจากอาการตอนนี้แพทย์ก็ยังไม่สามารถให้การรักษาด้วยวิธีการฉายแสง หรือทำคีโมได้ เพราะคนไข้ยังไม่พร้อม และคงต้องพิจารณาหลายๆ ปัจจัย คงต้องดูกันเป็นวันๆ ไป ถามว่าเรื่องเลือดตอนนี้ยังจำเป็นหรือไม่ ตอนนี้เรื่องเลือดไม่ได้มีภาวะการเสียเลือดใดๆอีก จึงไม่จำเป็นต้องเติมเลือดให้คนไข้แล้ว แต่หากมีอาการดังกล่าวอีก เราก็มีคลังเลือดเพียงพออยู่ ตอนนี้เบาใจได้ขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะดูคุณดอนดูตื่นขึ้น และรับรู้ตอบสนองมากขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และอาจจะต้องดูกันเป็นวันๆ ต้องยอมรับว่า มะเร็งเมื่อมาถึงขั้นนี้แน่นอน คือจะไม่หายขาด แต่ในกรณีของคุณดอนปกติการพยากรณ์ของโรคนี้ ระยะนี้จะสามารถอยู่ได้แค่เพียง 6 เดือนตามสถิติ ในส่วนของคุณดอนถือว่าได้กำไรมามากเลย และถือว่าเป็นปาฏิหารย์อันแรก และหวังว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ” นายแพทย์นนท์กล่าว
ด้านนาย ธนภพ เพียรเกตวิทย์ ลูกชายตลกชื่อดัง เปิดใจหลังได้ฟังคุณหมออธิบายถึงอาการป่วยของพ่อแล้ว
“รู้สึกดีใจ เพราะตอนที่ได้มาเยี่ยมพอช่วงเช้าและเห็นว่าพ่อลืมตาได้ มันก็รู้สึกดีใจวิ่งเข้าไปหาพ่อ และบอกกับพ่อว่า “พ่อ พ่อรู้สึกตัวแล้วนะ” ซึ่งพ่อเขาเองก็ตอบกลับมาว่า “อืมๆ” คือท่านพูดได้ ตอบโต้ได้ ครอบครัวเราเองก็ดีใจ เราก็คาดหวังให้พ่อดีขึ้น ขอให้ท่านดีขึ้นมา พูดได้ ทานข้าวได้ เท่านี้ผมก็พอใจแล้ว ส่วนเรื่องอื่นจะยังไงบ้างนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เรื่องค่ารักษาพยาบาลตอนนี้พ่อเป็นคนไข้ใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท ซึ่งสามารถรักษาได้ตามปกติ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ถามว่าทางครอบครัวยังมีความกังวลอะไรอยู่บ้างตอนนี้ก็ไม่ได้มีความกังวลอะไรมากมายแล้ว เพราะทุกอย่างก็เคลียร์ได้ดี ซึ่งตัวผมเองต้องขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนมากๆ รวมถึงแฟนคลับของคุณพ่อ ที่คอยติดตามและคอยดู คอยให้กำลังใจคุณพ่อมาตลอด ขอบคุณมากๆ” นายธนภพตอบ
นอกจากนี้นายธนภพได้กล่าวต่อว่าจะมีการจัดคอนเสิร์ตที่วัดบางใหญ่ใน หลวงพ่อโต บางพลี
"อาถั่วแระ เขาจะมีการจัดคอนเสิร์ตให้เพื่อระดมเงินช่วยเหลือพ่อ ในวันอาทิตย์ที่ 5 ที่จะถึงนี้ ส่วนช่วงเวลาก็น่าจะสักประมาณ 6 โมง เป็นต้นไป ซึ่งตอนที่มีเพื่อนๆพ่อเดินทางมาเยี่ยมวันนี้ผมได้บอกพ่อแล้ว ว่าเมื่อวานมีอาถั่วแระเข้ามาเยี่ยม และก็มีเพื่อนๆ ศิลปินตลกเดินทางนำเงินมาช่วยเหลือ ซึ่งท่านก็ตอบกลับมาเหมือนเดิมว่า “อืมๆ” เราก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามะเร็งมันกระจายไปเรื่อยๆ จากที่ผ่านมาพ่อก็สู้กันมากับเรามาโดยตลอดและอยู่มาถึง 5 ปี ที่ผ่านมาก็มีแฟน ของ อายอดรัก สลักใจ มาเยี่ยมเขายังบอกเราอยู่มาได้นาน เพราะอายอดรักก็เป็นมะเร็ง พอรู้ปุ๊ปเขาก็ทรุดเลย แต่พ่อผมผ่านการผ่าตัดมา และรอดมาได้ถึง 5 ปี และล่าสุดเขาก็มีสัญญาณที่ดี ที่เขาฟื้นขึ้นมา ก็ถ้าเขาอยู่ได้ต่อไปอีกหน่อยคงจะดีจะอีกกี่ปีก็ได้ ที่ผ่านมาพ่อก็คิดอยู่เสมอว่า ไม่ได้ป่วยเป็นอะไร ใช้ชีวิตตามปกิ รับละคร ถ่ายละครได้เหมือนเดิมหลังจากที่เขารู้ตัวนะ ก็ยังถ่ายละครเรื่อง แก้วหน้าม้า เป็นปกติ แต่เรื่องอาหารการกินพ่อจะไม่กินเนื้อสัตว์ที่ไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง กินแต่เนื้อปลา ถามว่าพ่อเคยเครียดมั้ย ก็อาจจะมีบ้างเป็นปกติของคนป่วย และตอนนี้เรื่องงานของพ่อก็ไม่ได้ถ่ายทำละครเรื่องไหนแล้ว เพราะอาการเริ่มทรุดเมื่อต้นปี ตอนนี้เรื่องกำลังใจสำหรับคนในครอบครัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่แล้ว ก็พยายามเข้าไปพูดคุยกับพ่อทุกวัน จนเขาฟื้นขึ้นมา” นายธนภพกล่าว



