
"ขนมจีน-ซีควินท์" จับมือ ถอยซิงเกิ้ลใหม่ชิมลาง
เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับงานเพลงใหม่ของนักร้องสาวแนวร็อก "ขนมจีน" และ 4 หนุ่ม "ซีควินท์" แห่งค่าย "กามิกาเซ่" โดยชิมลางด้วยการส่งซิงเกิ้ลมาให้ฟังกัน ก่อนที่จะคลอดอัลบั้มเต็มในเดือนตุลาคม
เริ่มกันที่สาว "ขนมจีน" กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์ ที่ได้ส่งเพลง "เลิกกับฉันได้มั้ย" มาเอาใจคนที่ยังเลิกไม่ได้ ตัดใจไม่ขาด ฟังกันเป็นซิงเกิ้ลแรก ก่อนที่นี้จะคลอดงานเพลงอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ออกมาให้ฟังกันแบบเต็มๆ
ขนมจีน พูดถึงที่มาของคำว่าเลิฟฟูล ซึ่งเป็นชื่ออัลบั้ม ว่ามาจากความคิดที่ว่าความรักมีหลายรูปแบบ ทำให้ทั้งสุข เศร้า และมีน้ำตา แต่สุดท้ายทุกคนก็ไม่สามารถขาดความรักได้
"ในงานเพลงชุดนี้ยังมีทั้งการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน อย่างทางด้านเนื้อหาเพลงหรือว่าดนตรีเนี่ยก็จะดูโตขึ้น แต่ว่าแนวเพลงก็ยังคงเป็นแบบป๊อปร็อกอยู่ ด้านการร้องเพลงในอัลบั้มนี้ยากมาก ต้องขอบอกว่าเพลงแต่ละเพลงใช้เทคนิคการร้องเยอะมากๆ ต้องไปเรียนร้องเพลงปูพื้นฐานใหม่เริ่มตั้งแต่การหายใจเลย อย่างเพลงที่ 2 เพลงเป็นเพื่อนเธอไม่ได้จริงๆ เพลงนี้จะต้องร้องเบาๆ กึ่งเฮดโทนแล้วก็กึ่งเสียงจริงด้วย ซึ่งจะต้องเปลี่ยนช่องให้เร็วแล้วควบคุมสติให้ดี หรือเรื่องเสื้อผ้า จาก 2 อัลบั้มที่แล้วจะเป็นสีขาว-ดำ มาในอัลบั้มนี้ก็จะมีสีสันขึ้น มีสีแดงเพิ่มเข้ามาเป็นแจ็กเก็ตดูเท่ๆ ไปอีกแบบ"
นักร้องสาวได้กล่าวเสริมอีกว่าในอัลบั้มนี้ไม่ได้มีแค่เพลงแนวป๊อปร็อกเท่านั้น ยังมีเพลงแนวอะคูสติกและแนวบลูส์เพิ่มเข้ามาด้วย ในเรื่องของการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานเพลงอัลบั้มนี้ นอกจากในเรื่องของการร้องแล้ว ด้านเนื้อร้องเธอก็ได้มีส่วนร่วมด้วย
"ในอัลบั้มนี้ขนมจีนก็จะคอยช่วยเสริมในด้านของเนื้อเพลงบ้าง อย่างบางท่อนขนมจีนก็จะคอยถามว่าคำนี้เปลี่ยนเป็นคำนั้น คำนี้ดีหรือเปล่า หรือถ้าเปลี่ยนเป็นแบบนี้จะร้องง่ายกว่าไหม เสียงมันจะเปิดกว่าหรือเปล่า บางครั้งก็ให้พี่เขาช่วยแนะนำเราด้วย ก็เหมือนกับการเรียนรู้กันไป แต่ไม่ได้ถึงกับว่าแต่งเพลงเอง"
ทางด้าน 4 หนุ่ม "ซีควินท์" ซึ่งได้แก่ "ฟลุค" จิระ ด่านบวรเกียรติ "แบงค์" วีระชัย ลีฬหาทร "พิชญ์" พิชญ์ กาไชย และ โยชิ มนัสพล มาพร้อมชุดที่ 2 ในชื่อ hybrid (ไฮบริด) ที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างดนตรีแนวตะวันออกกับดนตรีแนวตะวันตก โดยได้ส่งเพลง "เพลย์เกิร์ล (play gir)" และ "อาการนอกใจ" ให้ฟังกันไปแล้ว พร้อมทั้งในอัลบั้มชุดนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านที่แตกต่างไปจากอัลบั้มชุดแรก
"ในอัลบั้มนี้เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนไปเกือบทุกอย่างเลย อย่างเรื่องการร้อง ด้วยแนวเพลงเปลี่ยนเป็นแบบตะวันตกสไตล์ป๊อปฟังง่าย ก็เลยมีการใส่อิมโพไวท์แบบเอเชี่ยนด้วย การเต้นก็จะเป็นแบบแอลเอสไตล์ คือครูที่สอนเราเป็นคนญี่ปุ่นไปเรียนที่แอลเอ เขาก็จะมีพื้นฐานการเต้นแบบญี่ปุ่นบวกกับการเต้นแบบแอลเอแล้วมาสอนให้เรา กลายเป็นการเต้นที่เรียกว่าไฮบริทได้เหมือนกัน
ส่วนเสื้อผ้าก็มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ชุดแรกจะดูหนักๆ หน่อย เป็นหนังสีดำเงา แต่มาอัลบั้มนี้อย่างเพลงเพลย์เกิร์ล เราก็จะเลือกเสื้อผ้าที่มันแฟชั่นๆ หน่อย มีทั้งที่เราเอามาใส่ร่วมกันเองและแบบที่ดูเป็นยูนิฟอร์มหน่อย โดยเน้นโทนสีขาวเป็นหลัก"
สี่หนุ่มซีควินท์ ยังได้เผยอีกว่านอกจากในอัลบั้มนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมในการช่วยคิดเนื้อร้องอีกด้วย ซึ่งสี่หนุ่มหนุ่มถึงกับออกปากเลยว่ามีการเปลี่ยนเนื้อร้องบ่อยมาก ขนาดที่ว่าต้องเปลี่ยนหน้าห้องอัดหลายต่อหลายครั้ง เพื่อที่จะได้ลองร้องออกมาในหลายๆ แบบ ส่วนด้านการเต้นก็มีการซ้อมที่หนักขึ้นไม่แพ้กัน
"เรื่องการเต้นเหนื่อยมากเพราะว่าเราเปลี่ยนสไตล์ไป บวกกับเราต้องคอยหาท่าเต้นใหม่ๆ มาด้วยเพื่อไม่ให้คนดูเบื่อ ต้องคอยอัพเดทในเรื่องของท่าเต้นตลอดว่าเทรนด์ตอนนี้เขาเต้นกันยังไงแล้วเอามาประยุกต์ใช้กับเพลงของเรา แล้วตอนนี้ก็เหลือแค่ 4 คนทำให้ต้องเต้นกันแรงขึ้น และต้องพยายามซ้อมกันมากขึ้น เพราะว่าคนน้อยลงถ้าใครเต้นผิดนิดหน่อยก็ดูออกแล้ว เลยต้องซ้อมกันหนักมากแทบทุกวัน วันหนึ่งก็เกือบ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว"
หนุ่มๆ ซีควินท์ยังได้พูดทิ้งท้ายอีกว่า แม้ "เบสท์" นัฐพล วีระอนันตวัฒน์ หนึ่งในสมาชิกวงซีควินท์ที่ได้ลาออกเพราะต้องการที่จะไปเรียน ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกเหงาอะไร ด้วยความที่แต่ละคนยังคงเจอะเจอกันอยู่เพียงแต่ไม่ได้ทำงานด้วยกันเท่านั้น ส่วนอัลบั้มเต็มๆ แฟนๆ คงต้องรอหน่อย คาดว่าอีกไม่นานจะได้ฟังกัน



