
ทีวีสีรุ้ง:ปรับทัศนคติ
25 พ.ค. 2559
ปรับทัศนคติ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
“มีใครรู้มั้ย?”
“เรื่องนี้บอกใครไม่ได้นะ”
“เธอจะทำไงต่อ”
“ฉันยังไม่พร้อม”
“ตัวฉันเองคนเดียว ยังแทบไม่รอดเลย เงินติดตัวสัักบาทก็แทบไม่มี”
“แล้วนี่ใครเป็นพ่อ?”
“ฉันก็ไม่แน่ใจ!!!!!”.......
ประโยคเถือกๆ นี้อาจคุ้นหูคอละคร เพราะเราจะได้เห็นฉากที่ประสบปัญหาท้องก่อนแต่ง หรือ ท้องก่อนวัยอันควรในละครทีวีบ้านเรา หรือกระทั่งบางเรื่องของต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ค่ะ อย่างคำพูดในตอนแรกอ้อมก็จำๆ มาจากวันที่อวสานของ กรุงเทพมหานครซ้อนรัก ซึ่งยอมรับว่าตอนดูก็มีเผลอหดหู่ไปแป๊บ่ค่ะ แต่สำหรับบางคน อาจจะไม่ใช่แค่เคยได้ยินแค่จากในละคร แต่อาจตกอยู่ในสถานการณ์นี้มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้รับฟัง หรืออาจเป็นตัวเด็กสาวที่ไม่พร้อมจะท้องคนนั้นซะเอง
บางทีอ้อมก็อยากจะคิดว่าเป็นเรื่องแปลกนะคะ สำหรับเรื่องนี้ แต่หลายทีี่ก็คิดว่า ไม่ได้แปลกอะไร จนมีความคิดบางอย่างแทรกขึ้นมาอีกว่า หรืออ้อมมองมันเป็นเรื่องปกติ จนไม่ต้องแก้ไขหรือเป็นห่วง...
คำตอบก็คือ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ สำหรับความคิดที่ว่ามันแปลกในเรื่องนี้ของอ้อมคือ มันไม่ใช่ว่าเด็กๆ เขาไม่รู้ว่ามันอาจเกิดปัญหาแบบนี้ได้ เพราะเราก็เห็นกันอยู่ตามสื่อที่หลายองค์กรพยายามรณรงค์สร้างสรรค์สารพันแคมเปญ เรื่องท้องก่อนวัยอันควร หรือบทความเกี่ยวกับปัญหาของเด็กเลี้ยงเด็ก หรือกระทั่งการที่ละครหลายเรื่องพยายามจะสะท้อนปัญหาเหล่านี้ผ่านตัวละคร จนเกิดการถกเถียงกันในสังคมกันใหญ่โตว่า ถึงมันจะจริง แล้วมันควรต้องบรรจุลงไปอย่างโจ่งแจ้งในละครเชียวหรือ
หรือจะว่ากันตามตรง ในครอบครัวหรือโรงเรียน ก็มีการพูดถึงอยู่แล้ว ทั้งจากในข่าวหนังสือพิมพ์ ตำราเรียน แต่ทำไมปัญหานี้ยังคงมีอยู่ หนำซ้ำตัวเลขที่ปรากฏมันไม่ได้สื่อไปทางด้านที่มันดีขึ้นเลย หรือว่าเป็นเพราะตัวเลขที่มันไม่มีแนวโน้มจะลดเนี่ยแหละ ที่ทำให้อีกด้านของความรู้สึกอ้อมบอกว่า เหตุการณ์แบบนี้มันจึงไม่แปลกไปซะแล้ว ทั้งในสังคมไทย และเผลอๆ มันก็เป็นกันหลายประเทศในสังคมโลก
หรือที่ว่าไม่แปลกเพราะใครๆ ก็ทำผิดพลาดกันได้ อย่างเราเองที่หลายทีก็มั่นใจนักหนา ว่าเราเป็นผู้มีสำนึกและรู้สึกผิดชอบชั่วดี ก็เคยทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกควรกันอยู่ตั้งหลายครั้ง ลองมองย้อนดูซิคะ ตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ เราเคยทำผิด หรือทำพลาดไปกี่ครั้ง ถ้าจะมองอย่างเป็นธรรม ใครๆ ก็เคยทั้งนั้นนะ เพียงแต่มันก็ไม่จำเป็นต้องสะสมจำนวนคำว่าพลาด ให้มากจนเกินไปนัก เพราะถึงแม้ในคำว่า พลาด คำว่า ผิด มันจะมี
ประสบการณ์ที่กลายเป็น “ครู” ของเราแทรกอยู่ด้วยทุกครั้งก็ตามทีเถอะ เพราะหลายครั้งก็เห็นมาหลายคนเหมือนกันค่ะ(บางคนนี่คุณเห็นหน้าอยู่แทบทุกวันคุณก็ดูไม่ออก) ที่ผิดจนติดเป็นนิสัย ซึ่งบางคนก็เข้าขั้นหนักจนเป็นนิสัยที่แก้ยาก แถมยังเอามาใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ชีวิต หรือข้ออ้างในการแก้ตัวเมื่อทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนและเสียใจกับการกระทำของตัวเองไปด้วย ก็ได้แต่เอาใจช่วยสำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหานะคะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตามแต่ การมองเห็นและยอมรับในปัญหา บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่เจ็บปวดเหลือเกิน และมันก็อาจยากเกินจะเผชิญกับมันอย่างซึ่งๆ หน้า อ้อมเข้าใจค่ะ
แต่ถ้าเรายอมรับว่า ความจริงมันก็คือความจริง ความเจ็บปวด มันก็คือความจริง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ไม่มีอะไรที่เจ็บปวดถาวรค่ะ มันมีแต่จะดีขึ้น หรืออาจมีการกลับมาเจ็บปวดในอีกบางขณะบ้าง อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ความจริงอันนั้นมันเจ็บปวดหนักหนาสาหัสแค่ไหน..... แล้วสุดท้ายพอถึงวันหนึ่ง คุณเชื่อมั้ยคะจู่ๆ มันก็จะหายวับไป เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนคุณเองก็แทบจำไม่ได้ว่า วันที่คุณว่ามันสาหัสนั้น จริงๆ แล้วมันหนักหนาขนาดไหนเลยด้วยซ้ำ
เหมือนที่อ้อมได้มีโอกาสคุยกับพี่ที่ขับรถคนนึงค่ะ เธอชื่อ พี่สา ขออนุญาตเอ่ยถึง นั่งรถคุยกันสัพเพเหระ เธอเล่าอะไรไปเรื่อย จนมาถึงช่วงแย่ๆ ของชีวิตที่เธอบอกว่า เธอเป็นคนทำมันพังเอง เธอทำจนตัวเธอเองหมดตัว เงินที่เก็บมาจำนวนไม่น้อย(เท่าที่เธอบอก ไม่น้อยจริงๆ ค่ะ)หมดไปกับการขาดสติของเธอ อ้อมเลยถามว่า เธอทำไงต่อ เธอตอบง่ายๆ ค่ะ ล้มแล้วต้องรีบลุกขึ้นมา จะล้มสักกี่ที ก็ต้องรีบลุกขึ้นมาให้เร็วที่สุดให้ได้ทุกครั้ง เพราะพี่สาว่า ถ้ายิ่งลุกช้า เราจะยิ่งแย่.. เพราะงั้นลุกเลย!!!! พี่สานางกล่าวไว้แค่นั้น สั้นๆ ง่ายๆ ใครๆ ก็คิดได้.. แต่จะมีใครที่ทำได้ง่ายๆ บ้างหละคะ
มันไม่แปลกนะคะที่เรามักมั่นใจว่าไอ้เรื่องหรือปัญหาแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นกับเราเพียงเพราะเราคงไม่ซวยแบบนั้น ลองเปลี่ยนจากความมั่นใจในโชคชะตาที่น่าจะเข้าข้าง มาเป็น ตั้งใจในเหตุ ปรับทัศนคติ ว่าเราจะไม่ประมาทเพราะมันก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับเราได้เหมือนกัน....บางที่เปลี่ยนวิธีแค่นี้อาจจะช่วยลดปัญหาได้บ้าง ว่ามั้ยคะ
แล้วอีกอย่างหลายครั้งที่ผิด เราก็เคยอยากได้รับโอกาส ฉะนั้นเวลาที่คนอื่นผิดก็อย่าลืมให้โอกาสเขาบ้างนะคะ เราไม่ได้มีหน้าที่เหยียบใครซ้ำค่ะ
“ขออย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอ..แม้จะร้องห้ายยยยยย....” อยากจะร้องให้พี่สาในวันนั้น แต่ไม่ทัน เห็นนางเครียดอยู่!



