บันเทิง

เปิดใจคุยสาวน้อยร้อยล้านวิวกับชีวิตวันนี้ของ‘พลอยชมพู’

เปิดใจคุยสาวน้อยร้อยล้านวิวกับชีวิตวันนี้ของ‘พลอยชมพู’

12 พ.ค. 2559

เปิดใจคุยสาวน้อยร้อยล้านวิวกับชีวิตวันนี้ของ ‘พลอยชมพู’

 
          เป็นหนึ่งสาวจากเน็ตไอดอล สู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว สำหรับ “พลอยชมพู” ญานนีน ภารวี ไวเกล เจ้าของฉายา “สาวน้อยร้อนล้านวิว” ที่ปล่อยเพลงที่สองชื่อเพลง “ปลิว” ออกมา พร้อมกับการย้ายมาอยู่ค่ายใหม่ “เอ็มบริโอ้” ซึ่งต้องยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มต้นปีที่ผ่านมา กระแสของสาวน้อยคนนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ และไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะว่าความดังของพลอยชมพูไกลไปยังต่างแดนด้วย งานนี้ บันเทิง "คมชัดลึก” มีโอกาสได้พูดคุยกับสาวน้อยร้อยล้านวิวคนนี้
 
          “พูดถึงเพลงปลิวก่อน เพลงนี้เป็นเพลงที่สองคนของพลอยชมพู ซึ่งเป็นการทำงานกับค่ายใหม่ ก็คือค่ายเอ็มบริโอ้ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ การทำงานก็ต้องเริ่มจากการที่ต้องทำความรู้จักอะไรกันก่อน ซึ่งเพลงนี้กับเพลงแรก ”ชักดิ้นชักงอ“ แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ เพลงแรกจะเป็นเพลงเร็ว แต่เพลงนี้จะเป็นเพลงช้า แต่ที่เห็นชัดคือ เพลงนี้พลอยชมพูจะดูโตขึ้น เป็นสาวขึ้นมาอีก เพราะความห่างจากเพลงแรก ใช้เวลาประมาณหนึ่งปีเลย ด้วยเนื้อหาของเพลงนี้เป็นเรื่องของการตกหลุมรัก ซึ่งโดยส่วนตัวพลอยชมพูยังไม่เคยมีความรักเลย เพราะฉะนั้นเนื้อและความรู้สึกในการถ่ายทอดเพลงนี้ เลยเลือกดึงมาจากการที่เราชื่นชอบศิลปินเกาหลี กระแสตอบรับของเพลงนี้ ถือว่าดีมากที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย กระแสตอนร้องเพลงคัพเวอร์ก็ยังไม่ดีเท่านี้” นักร้องสาวเผย
 
          พลอยชมพูเล่าถึงสรรพคุณความเป็นติ่งศิลปินเกาหลีของเธอให้ฟังว่า เธอมีความชื่นชอบในวง “บีทีเอส” หรือวง “บังทันบอยส์” บอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลี โดยพลอยชมพูเล่าต่อว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่ชื่นชอบเกาหลีมาตั้งแต่แรก จนได้มีโอกาสไปฟังเพลงของวงบีทีเอส ทำให้รู้สึกชอบแนวเพลงของเขามาก ซึ่งแนวเพลงของวงนี้เป็นแนวฮิพฮอพ และการที่เธอได้มาเป็นแฟนคลับของศิลปิน ทำให้เธอมีความเข้าใจในแฟนคลับของเธอว่ารู้สึกยังไง และเข้าใจในตัวศิลปินด้วยว่ารู้สึกยังไง มันทำให้เธอเห็นค่าในสิ่งนี้และอยากที่จะรักษาความรู้สึกตรงนี้ไว้
 
          “กลุ่มแฟนคลับของหนูมีหลายประเทศเหมือนกัน มีทั้งไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มีอเมริกา ฟิลลิปินส์ กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งเวียดนามจะเป็นกลุ่มแรกๆ เลย หนูเคยไปอินโดนีเซีย ฮ่องกง และกัมพูชา แล้วตกใจมาก เพราะว่าหนูไม่เคยไปแบบที่มีคนมาต้อนรับหนูเยอะขนาดนั้น รู้สึกแปลกมาก อย่างที่กัมพูชา พอหนูลงจากเครื่องออกมา แล้วเขาตะโกนเรียกชื่อหนู แล้วมีการ์ดเข้ามาเต็มเลยในความรู้สึกหนูคือหนูไม่ได้ดังขนาดนั้น หรืออย่างที่อินโดนีเซียก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือเขาจะเงียบๆ แต่ก็มารับกันเยอะ แล้วที่แปลกคือส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเกือบทั้งหมด” นักร้องสาววัยรุ่นเผย
 
          จากนั้น “พลอยชมพู” พูดถึงฉายา “สาวน้อยร้อยล้านวิว” ว่าดีใจที่ได้รับการชื่นชมขนาดนี้ และขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจด้วย แต่การที่ได้ฉายานี้มาก็ไม่ได้มีผลต่อการทำงานของเธอ หลายคนเคยถามเธอว่ากดดันไหม ถ้าทำเพลงมาแล้วยอดวิวไม่ดีเท่าเพลงคัฟเวอร์ ซึ่งจริงๆ สำหรับเธอแล้ว การทำเพลงมาอย่างแรกคือเธอต้องชอบและรักในเพลงนั้น เพราะถ้าเธอรักในเพลงนั้นแล้ว เธอก็เชื่อว่าคนฟังก็จะรักในเพลงนั้นเหมือนเธอ
 
          “พลอยชมพูเองไม่เคยคิดว่าจะได้รับความนิยมขนาดนี้ ในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้ การได้มาอยู่ตรงนี้ ทำให้ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ การได้มาอยู่ตรงนี้ ทำงานตรงนี้ ได้ทำในสิ่งที่เรารัก สอนให้เรารู้จักความรับผิดชอบไม่ใช่เรื่องของงาน แต่เป็นเรื่องของชีวิตส่วนตัวเราด้วย” พลอยชมพูกล่าวปิดท้าย