
3คอนเทนท์กีฬา-สารคดี-ซีรีส์เกาหลีการันตีเรตติ้งทีวีดิจัล
11 พ.ค. 2559
3 คอนเทนท์ กีฬา-สารคดี-ซีรีส์เกาหลีการันตีเรตติ้ง ทีวีดิจิทัล สนั่นจอ
ที่ผ่านมาวงการทีวีดิจิทัลได้สร้างสรรค์ และผลิตคอนเทนท์รายการดีๆ ออกมาให้ผู้ชมได้ดูกันมากมาย และ สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลทีวี แต่ละช่องก็ต่างมีภาพลักษณ์ของช่องแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อเดินมาถึงจุดจุดหนึ่งต้องสรรหาคอนเทนท์ที่สามารถดึงเรตติ้งให้แก่ช่อง นั่นคือ ละคร กีฬา สารคดี ซีรีส์เกาหลี วันนี้ขอยกตัวอย่าง 3 ช่องใหญ่ที่เตรียมขยับขยายฐานคนดูให้เพิ่มมากขึ้น
เริ่มต้นกันที่ ช่อง “Now26” กับผังรายการปรับใหม่ในไตรมาส 4 ในกลุ่มรายการสารคดีทั้งรายการผลิตในประเทศและสารคดีดังจากต่างประเทศ นำเสนอสารคดีใน 4 ช่วงเวลาต่อวันเริ่มที่ 06.00-07.00 น., 09.30-11.30 น, 15.30-16.30 น. และไพร์มไทม์ 19.45-21.00 น. พบว่าได้รับความสนใจจากผู้ชมฐานกว้างทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ถือเป็นอีกรูปแบบรายการที่สามารถเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหญ่ แม้จะไม่ใช่ตลาดแมสที่สุด แต่ถือว่ามีฐานผู้ชมจำนวนมากพอที่ทำให้เรตติ้งช่องขยับขึ้น
นอกจากผังรายการบันเทิงทั่วไป ที่เข้าถึงผู้ชมแมสขนาดใหญ่ เราพบว่ายังมีกลุ่มคนวงกว้างอีกกลุ่มที่กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ เขตเมืองและนอกเมืองทั่วประเทศ ที่สนใจรายการสารคดีดูสนุกและหาดูได้ยาก Now26 จึงต้องการตอบโจทย์ผู้ชมกลุ่มนี้
ทั้งยังพบว่ากระแสความนิยมรายการกีฬามวย คมชัดลึก มวยไทย ได้รับความสนใจจากผู้ชมฐานกว้างโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ส่งผลให้เรตติ้งช่อง Now26 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก ที่อยู่อันดับ 22 ในปี 2558 ขยับเป็นอันดับที่ 18 ในเดือนธันวาคมเดือนมกราคมปีนี้ อันดับ 15 และล่าสุด กุมภาพันธ์ อยู่ที่อันดับ 14 ตัวเลขเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าการปรับคอนเทนท์ด้วยการนำเสนอสารคดี อีกประเภทของเนื้อหากลุ่มสาระบันเทิงถูกกับจริตคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มฐานกว้างของตลาด
ทิศทางการบริหารทีวีดิจิทัล Now26 ในปีนี้ วางกลยุทธ์พัฒนาคอนเทนท์หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้ชมกลุ่มกว้าง โฟกัสคอนเทนท์ไฮไลท์ โดยเลือกสรรสารคดีที่ดีที่สุดในโลกมานำเสนอ จากค่ายสตูดิโอระดับโลก ทั้งบีบีซี เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก, ดิสคัฟเวอรี่ ซีซีทีวี ซึ่งเป็นรายการสารคดีที่ใช้งบลงทุนสูง
พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับผู้ผลิตในประเทศเพื่อผลิตสารคดีเอง คือรายการ ช่างภาพสุดขั้ว และ เรื่องเล่าข้ามโลก ที่นำเสนอต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยไตรมาสสองจะเปิดตัวสารคดีใหม่ Wild Angle ปัจจุบันกลุ่มสารคดีนำเสนอ จันทร์-ศุกร์ 4 ชั่วโมงต่อวัน ปีนี้จะเพิ่มอีก 1 ช่วงเวลาราว 1 ชั่วโมงต่อวันรวมเป็น 5 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ จะเพิ่มเป็น เป็น 4 ชั่วโมงต่อวัน
เดือนมีนาคมที่ผ่านมามีโครงการสนับสนุนผู้ผลิตสารคดีรุ่นใหม่ ด้วยการจัดเวทีประกวดสารคดี โดยผู้ชนะจะได้รับเงินทุนเพื่อนำไปผลิตสารคดีนำมาออกอากาศทางช่อง Now26 ต่อไป ถือเป็นการพัฒนาสารคดีในประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยมีช่องทางในการนำเสนอรายการ โดยจะต่อยอดการหารายได้จากการขายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศต่อไป
ด้าน “พีพีทีวี เอชดี” เพิ่งได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลีกดัง 4 ลีก และฟุตบอลถ้วยอีก 4 รายการ ทางฟรีทีวี 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ฤดูกาล 2016/2017 - 2018/2019 แบ่งเป็นจำนวนแมทช์ต่อฤดูกาล คือ พรีเมียร์ ลีก 26 นัด, บุนเดสลีกา 102 นัด, กัลโช 38 นัด, ลาลีกา 38 นัด, ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 17 นัด, ยูฟา ยูโรปา ลีก 15 นัด, ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 1 นัด, อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปียนส์ คัพ 25 นัด และ ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 8 นัด รวม 237 แมตช์ นอกจากนี้ ยังได้สิทธิ์ช่อง ดอร์ทมุนด์ ทีวี อีกด้วยเช่นกัน
โดย เขมทัตต์ พลเดช เปิดใจว่า “ปีที่ผ่านมา พีพีทีวีประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากการถ่ายทอดสดกีฬา ส่งให้ในปีนี้เรายังคงเดินหน้าต่อเนื่องในการหาคอนเทนต์กีฬาดี ๆ และเป็นที่สุดมาเพิ่มให้แฟนกีฬาได้ชมกันฟรี ๆ สมกับคำว่า PPTV Premium Sport พร้อมการันตีว่า จะถ่ายทอดสดการแข่งขันคู่บิ๊กแมตช์ของทุกลีกแน่นอน เนื่องจากเราได้มีการพัฒนาข้อตกลงกับทาง บีอิน สปอร์ต เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เป็นเพียงซับ ไลเซนส์ ไม่สามารถเลือกคู่เองได้ แต่ในปีนี้เราสามารถเลือกได้เองว่าจะถ่ายคู่ใดบ้าง ดังนั้นหากมีหลายลีกที่แข่งขันในช่วงเวลาเดียวกัน เราจะเลือกคู่ที่ดีที่สุดให้แฟน ๆ ได้รับชม ขณะเดียวกัน แฟนบอลยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดคู่อื่น ๆ และรีรันผ่านช่องทางออนไลน์ คือ www.pptvthailand.com และแอปพลิเคชัน PPTV BEYOND อีกด้วยเช่นกัน เบ็ดเสร็จแล้วรวมกว่า 400 แมตช์ต่อฤดูกาล” เขมทัตต์กล่าว
ตามมาด้วย “ช่อง 8” ที่ขึ้นชื่อเรื่องคอนเทนส์ละครไทยสุดแซบ ก็จะนำกลยุทธ์ใหม่มาใช้ฟาดฟันในสังเวียนเรตติ้งด้วย โดยภายในสองเดือนนี้ จะทุ่มทุนนำซีรีส์เกาหลีชั้นนำที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนั้น มาบรรจุลงในผัง เอเชี่ยนซีรี่ส์ วันเสาร์- อาทิตย์ แบบจัดเต็มโดย ผู้บริหารคนเก่งของ ช่อง 8 อย่าง ดร. องอาจ สิงห์ลำพอง เผยว่า
“เกี่ยวกับการหาคอนเทนท์ใหม่ๆ มาลงในช่อง 8 คือเราเล็งว่าจะเอาซีรีส์เกาหลีสดใหม่มาออกอากาศในช่องเรา ซึ่งตอนนี้ได้เดินทางไปคุยกับสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ของเกาหลีทั้งสถานี MBC SBS KBS และ CJ โดยนโยบายของเราจะเอาซีรีส์ที่กำลังออกอากาศที่นั่นมาเลย แค่ข้ามคืนก็ได้ดูที่ช่อง 8 แล้ว ในแต่ละตอน โดยปกติซีรีส์เกาหลีที่นำเข้าไทยส่วนใหญ่จะออกอากาศไปแล้ว ปีสองปี แต่คราวนี้เราจะเปลี่ยนการวางแผนใหม่ โดยจะดึงมาออกอากาศเลยทันทีให้ได้ดูพร้อมๆ กันไป หรือใกล้เคียงกัน เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ ละครเกาหลีก็จะไม่เกิดเพราะคนแห่ไปดูตามเว็บหมด ส่วนเรื่องพากย์ไทยไม่มีปัญหา เพราะเราซื้อมาเขาก็จะส่งบทให้เรามาก่อนอยู่แล้ว ซึ่งความเป็นไปได้ของโปรเจกท์นี้อยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว อีกประมาณสองเดือน น่าจะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่างกันชัดเจน ตอนนี้เรากำลังพูดคุยว่าจะเลือกเรื่องใดมาออกอากาศกันก่อน เพราะการทำงานในการวางซีรีส์ แต่ละเรื่องคล้ายๆ บ้านเรานะ เราเองก็จะทราบผลว่าสรุปเป็นเรื่องไหนออกอากาศพร้อมกันกับเขานั่นแหละ สำหรับเรื่องงบประมาณที่เรามองว่าไม่ได้สูงมากนะ เพราะก็เป็นการซื้อขายกันปกติ แค่เปลี่ยนจากเดิมรอให้ทางเกาหลีออกอากาศจบเป็นปีแล้วค่อยซื้อมาฉาย อันนั้นก็จะอีกราคาหนึ่ง แต่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิด ซื้อมาออกอากาศพร้อมๆ กัน ผมคิดว่ามันคุ้มกับการลงทุนนะ ส่วนการเลือกเรื่องที่จะมาออกอากาศเราก็ต้องดูหลายๆ ปัจจัยซีรีส์เกาหลีบางเรื่องก็ไม่ถูกจริตกับบ้านเรานะ ก็ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ส่วนการออกอากาศมองคร่าวๆ ว่าจะนำมาลงช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่จะทำเป็นช่วงเวลาเอเชียนซีรีส์แบบเต็มๆ” ดร.องอาจ เผย



