บันเทิง

‘แอน’ฉุนถูกมองงานไทยแป้ก

‘แอน’ฉุนถูกมองงานไทยแป้ก

09 พ.ค. 2559

“แอน มิตรชัย” แจงเหตุกลับไทย เพื่อเดินสายเล่นลิเกพบปะแฟนๆ รับต้องดูแลเด็กในอุปการะจำนวนมาก เผยค่าใช้จ่ายในการดูแลครึ่งล้าน ปัดซุกลูก ฉุนถูกมองงานในไทยแป้ก

 
          หลังจากลุยงานที่ประเทศอินเดียมาพักใหญ่ ล่าสุด “แอน มิตรชัย” กลับมาลุยงานในเมืองไทยอีกครั้ง ดังนั้นเมื่อพบแอนในงาน Dress The Stars Season2 ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มบาสซี่จึงต้องถามไถ่ได้ความ
 
          “กลับมาครั้งนี้มีโปรแกรม เดินสายทัวร์มีนาคม-เมษายน แอนมีเดินทางทัวร์แสดงลิเกไปภาคอีสานและภาคเหนือมาแล้ว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นมาก หลังจากเราห่างหายไปพักหนึ่ง เขายังยินดีต้อนรับ ต้องบอกว่าลิเกเป็นการแสดงภาคกลางไม่ค่อยไปภาคอีสานมากนัก ขอบคุณแฟนๆทั่วประเทศไทย แล้วยังมีผลงานล่าสุดที่จะออกในเดือนพฤษาคมนี้ เพลง dance like we‘re crazy จริงๆจะต้องออกมาเดือนกุมภาพันธ์แล้ว เนื่องจากมีการตัดต่อเพิ่มเติม พอจะออกมีนาคม แต่ว่าวันเกิดแอนเดือนพฤษาคม ทางต้นสังกัดเลยบอกว่าให้ออกเดือนพฤษาคมเลยแล้วกัน
 
          เอ็มวีตัวนี้แซบเวอร์และแตกต่างอย่างแน่นอน เพราะเอ็มวีตัวที่แล้ว เป็นเอ็มวีที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมเพราะฉะนั้นเราเลยต้องบอกเขาว่าให้เบรคความเซ็กซี่ในระดับหนึ่ง แต่เพลงdance like we’re crazy เซ็กซี่เต็มที่เลย มีแดนเซอร์ต่างประเทศที่มาฟิเจอร์ริ่งด้วย แอนเชื่อว่าแฟนชาวไทยอยากเห็นแอนในแนวนี้ (มาลุยงานที่เมืองไทยแล้วงานที่อินเดียล่ะ)ไปๆมานะ คือแอนต้องบอกว่าเลี้ยงเด็ก 110 คนที่บ้าน และตอนนี้ถือว่าพวกเขาเป็นภาระใหญ่ที่แอนต้องรับผิดรับชอบ เราต้องแบ่งกัน ซึ่งพี่เอ (ไชยา มิตรชัย) ดูแลครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งเป็นของแอน ส่งเรียน ส่งน้องๆ ให้มีโรงเรียนในการซ้อม มีสัมมาชีพ เพราะเด็กพวกนี้เป็นเด็กที่ขาดโอกาสแต่เป็นอนาคตของชาติ แอนต้องดูแลพวกเขา สำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลราวๆ ครึ่งล้านต่อเดือนนะ ” แอนแจกแจง
 
          นอกจากเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นข่าวที่ออกมาว่าแอน ซุกลูกไว้นั้น เจ้าตัวเผยว่า
 
          “จริงๆเป็นลูกบุญธรรมของแอนเอง มีเบสท์ แล้วมีพี่สาวชื่อน้องเบญอีกคน มาอยู่กับแอน เนื่องจากครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูน้องได้ เป็นลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนรับรองเรียบร้อยแล้ว คือจริงๆ น้องมีคุณยายนะ เรากำลังป้องกันว่า ไม่ให้คุณพ่อของน้องมีบทบาทอะไร แอนเลี้ยงน้องมาตั้งแต่5เดือน ส่วนข่าวที่ออกมาว่าแอนไม่ได้ต่อสัญญาที่อินเดียนั้น ยังมีอยู่ เพราะสัญญา 5 ปียังไม่หมดง่ายๆ แอนออกเพลง2013 แต่มาเซ็นสัญญาปี 2014 เดือนตุลาคม นับไปไม่หมดอยู่แล้ว
 
          แต่ที่หยุดไป แอนไปเตรียมตัวอัลบั้มชุดใหม่เป็นเพลงภาษาฮินดีทั้งนั้น ต้องใช้เวลา ภาษาฮินดีเป็นภาษาที่ยาก แอนต้องใช้ถึง 3 ภาษา และแอนไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ (กระแสว่าไปทำงาน ตปท.ดังแต่กลับมาทำงานในไทยแป้ก) มันเป็นมุมมองและเป็นสิ่งที่ไม่น่าเอามาพูด แอนอยากจะถามว่ามันแป้กอย่างไร แอนทำงานตั้งแต่ 5 ขวบ ไม่เคยหยุดงาน ทำมา 25 ปี หยุดไป 3 ปีเพื่อไปอินเดีย คุณรู้อะไรเพียงบางส่วนแอนอยากให้ศึกษาให้ดีก่อนจะพูด เขาต้องการกำลังใจ แอนอยากให้ทุกคนพูดและหัดพูดในหัวข้อดีๆ ถามว่าบั่นทอนความรู้สึกไหม แอนแข็งแรงพอนะ
 
          ถามถึงคดีความของน้องชายไปถึงไหนแล้ว มันก็ใกล้จบ แอนเคยบอกไปแล้ว มันเขียนแตกประเด็นไปเยอะ อย่างรถตู้บอกไปแล้วว่าไม่ใช่ของแอน แอนไม่ได้ซื้อ รถเป็นของคู่กรณีให้น้องแอนใช้ นอกเหนือจากนี้ไปสอบถามกันเอง แอนไม่มีหน้าที่ในการพูด เรื่องคดีคิดว่าน่าจะจบแล้ว แต่เหลือแค่ว่าศาลเรียกไปตามขั้นตอน แต่จะตัดสินใจอะไรแล้วแต่ดุลยพินิจของศาล เรื่องไกล่เกลี่ยเลยขั้นนั้นไปแล้ว นัดขึ้นศาลแอนไม่ต้องไป เพราะไม่เกี่ยวกับแอน รู้สึกว่าขึ้นศาลไปครั้งหนึ่งแล้วนะ น้องบอก แต่ยังไม่มีการเบิกความ ต้องรอดูกันต่อไปไม่รู้จะพูดต่ออย่างไร เพราะมัน เอ้าท์ ออฟ คอนโทรลไปแล้ว แอนทำงานไม่ได้เอาตัวยุ่งเกี่ยวเลยเป็นหน้าที่ของทนาย”แอนกล่าวสรุป