
คริสเทน สจ๊วตขอพิสูจน์รักในหนังโรแมนติก-ไซไฟEquals
08 พ.ค. 2559
บันเทิงต่างประเทศ : คริสเทน สจ๊วต ขอพิสูจน์รัก ในหนังโรแมนติก-ไซไฟ Equals
เตรียมพบปรากฏการณ์ความรักบาดลึกแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อน เมื่อในโลกอนาคตอันสงบสุข มนุษย์ทุกคนถูกดัดแปลงยีน จนไม่เหลือความรู้สึกและตัวตนใดๆ อีกต่อไป หากแต่จะมีสักความรู้สึกที่เกิดขึ้นและเอาชนะทุกสิ่งได้ ก็คงจะหนีไม่พ้นความรัก เมื่อนีอา (คริสเทน สจ๊วต) และไซลัส (นิโคลัส โฮลท์) รับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ตื่นขึ้นมา แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่อยากแปลกแยกจากสังคม แต่ก็ไม่สามารถละสายตาออกจากกันได้ แม้แต่เพียงเสี้ยววินาที ทั้งคู่จะต้องเลือกระหว่างเข้ารับการรักษาเพื่อกลับไปเป็นคนธรรมดา หรือจะสู้ทุกวิถีทาง เพื่อจะรักษาเอาความรู้สึกที่โลกเคยเรียกว่า “รัก” ให้คงอยู่ในใจตลอดไป ในภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟ ปรากฏการณ์รักสุดยิ่งใหญ่แห่งซัมเมอร์นี้ equals
นี่คือการกลับมาของซูเปอร์สตาร์สาวสุดฮอต อย่าง คริสเทน สจ๊วต ผู้สร้างชื่อจนแฟนๆ กรี๊ดกันทั่วโลกจากภาพยนตร์ชุด Twilight Saga ทั้งห้าภาค ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ฟีเวอร์ชาวแวมไพร์และมนุษย์หมาป่ากันมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ เธอยังพิสูจน์ฝีมือการแสดงที่แกร่งขึ้น จนได้รับการยอมรับจากภาพยนตร์เรื่อง Clouds of sils maria โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอชนะรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน และในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง Equals ซุปตาร์สาวยอมรับว่า นี่เป็นหนึ่งในบทที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเธอเลยทีเดียว
@ อะไรทำให้คุณสนใจจะเล่นหนังเรื่องนี้
ฉันรักหนังเรื่อง Like Crazy ของ เดรค โดเรมัส ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะมันเป็นหนังที่บอกเล่าความรู้สึกได้สมจริงมาก นั่นคือสิ่งที่หนังดีๆ ควรจะเป็น ฉันก็เลยอยากทำงานกับเดรคมาก ยิ่งกว่านั้นฉันรู้สึกว่าเรื่องราวของการตื่นขึ้นจากคนไร้ความรู้สึก และได้ตกหลุมรักเป็นครั้งแรก เป็นเรื่องที่กินใจฉันมากๆ เลย มันเหมือนเราได้รู้จักตัวเองในฐานะ “มนุษย์” ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร ฉันเชื่อว่าเราทุกคน ไม่ว่าฉัน นิค (โฮลท์) หรือเดรคก็ตาม ก็ผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากมาย หนังเรื่องนี้ ก็เป็นเหมือนโอกาสให้เราได้เล่าทุกอย่างที่เราเจอมา จนหมดเปลือกได้ด้วยวิธีง่ายๆ เป็นวิธีการสะท้อนชีวิตของคนคนหนึ่ง ได้เจ๋งมากๆ เลยค่ะ ตลอดเวลาที่ถ่ายทำเรื่องนี้ ฉันรู้สึกเหมือนรู้จักตัวเองมากขึ้น มีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่ได้เป็นมานานแล้วจริงๆ
@ หลายครั้งในชีวิต ที่คนเราจะต้องเก็บงำอารมณ์ความรู้สึกไว้ข้างในเหมือนในหนังเรื่องนี้ คุณจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
ผู้คนชอบทำเรื่องพวกนี้ ให้เป็นเรื่องใหญ่ เสร็จแล้วก็จะชอบหาทางออกด้วยยาเสพติด หรือไม่ก็ไประบายบนโซเชียลมีเดีย แต่ฉันว่าคนเราพลาดที่ไม่ยอมสำรวจ และรู้จักตัวเองให้ดี ฉันว่ามนุษย์เรายังไม่ได้พัฒนาด้านอารมณ์ไปขนาดนั้น เรายังมองว่าการแสดงออกจากอารมณ์ที่แท้จริงเป็นจุดอ่อนของเราอยู่เลย ฉันว่าการเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองแบบตรงๆ เป็นสิ่งที่สวยงามมาก และยิ่งการที่ฉันเป็นผู้หญิงด้วย ฉันคิดว่าการรู้จักข้อดีข้อเสียของอารมณ์ และใช้มันอย่างถูกต้อง ดีกว่าการที่จะแกล้งทำเป็นนิ่งเฉยเพื่อให้ดูแข็งแกร่งนะ
@ ตัวละครนีอาในเรื่องนี้ คล้ายกับเบลล่า ที่ทำคุณโด่งดังจาก twilight ไหม
พวกเธอเหมือนกันมากเลย คือเป็นคนชัดเจนมากๆ เป็นสิ่งที่ฉันชอบมากๆ ในตัวพวกเธอ พวกคุณอาจจะวิจารณ์กันไปว่า ทั้งสองอ่อนแอเพราะยอมให้ผู้ชายทุกอย่างก็ได้ แต่ฉันคิดว่านั่นมันเป็นสิ่งที่โคตรกล้าที่สุดแล้วนะ การกล้าเปิดเผยตัวตน เปิดเผยความรู้สึก ไม่ใช่สิ่งที่อ่อนแอหรอก
@ แล้วโลกที่นีอาอยู่ คุณต้องทำความคุ้นเคยกับมันมากไหม
มากเลยล่ะ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิด ว่ามันจะต่างจากเรื่องเก่าๆ มากขนาดนี้ ฉันคิดว่าหนังไซไฟ ก็คงจะมีแกนหลักเป็นโลกที่ไฮเทค อุปกรณ์มากมาย แล้วก็เกิดความขัดแย้งจากมนุษย์สองกลุ่มที่ความเห็นไม่ลงรอยกัน แต่ในเรื่องนี้ โลกไซไฟของเรามันสงบมาก เป็นโลกที่ทุกๆ คน ไม่มีความรู้สึกอะไรเหลืออยู่ สังคมเดินหน้าไปได้ด้วยการทำหน้าที่ของแต่ละคน ฉันว่ามันเป็นโลกไซไฟในอีกมุมหนึ่ง ที่ออกแบบมาเน้นความเรียบง่าย เหมือนเป็นดินแดนสงบท่ามกลางป่าเขา แม้จะไม่มีสีสันมากนัก แต่ก็สวยในแบบของมัน แถมการตกแต่งที่มีไม่มากนัก ถ้ามีก็จะเน้นทำเพื่อการใช้งานจริงๆ ซึ่งสถานที่ ที่เราไปถ่ายทำกันอย่างพิพิธภันฑ์ของทาดาโอะ อันโดะ ก็ทั้งสวย และเข้ากับบทหนัง ซึ่งช่วยขับความเป็นโลกอนาคตในมุมมองของเดรค (ผู้กำกับ) ออกมาได้เป็นอย่างดี
@ ประสบการณ์ส่วนตัวแบบไหน ที่คุณเอามาใช้กับหนังเรื่องนี้
รักครั้งแรกของฉันไงคะ ฉันอยากจะลองเผชิญความเจ็บปวดจากการนึกถึงมันดูสักครั้ง ตอนแรกฉันคิดว่า “เรื่องนี้เจ็บแน่ ไม่อยากจะนึกถึงมันเลย” แต่พอถ่ายทำเสร็จก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ ตอนนี้ฉันมองรักครั้งนั้นเป็นอีกด้าน และไม่เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว
@ คุณทำอย่างไร ที่จะคงความจริงใจที่มีต่อผู้คนภายนอก โดยไม่เสียความเป็นส่วนตัวของคุณไป
ฉันว่ามันแล้วแต่สภาพแวดล้อมนะ ใครจริงใจกับฉัน ถามคำถามที่ไม่มีอะไรแอบแฝง ฉันก็จะตอบไปตรงๆ ฉันชอบคำถามแบบนั้นด้วยซ้ำ สิ่งที่ฉันอยากทำในฐานะนักแสดงก็คือการเปิดเผยตัวตนของตัวเอง ไม่ใช่การสร้างภาพตัวฉันขึ้นมาใหม่ ฉันไม่ชอบเล่าเรื่องที่แต่งขึ้น แต่อยากจะเล่าเรื่องที่ตรงกับประสบการณ์ที่เคยเจอ แม้เรื่องนั้น จะฝังอยู่ในส่วนลึกที่สุดในใจก็ตาม เพราะฉะนั้นการที่ฉันแสดงหนัง ก็คือวิธีการในการตอบคำถามที่ทุกๆ คนมีต่อตัวตนของฉันค่ะ และอย่างตอนนี้ ที่นั่งตอบคำถามอยู่ ฉันก็รู้สึกว่ากำลังตอบคำถามที่จริงใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง ก็เลยสามารถตอบทุกคำถามได้อย่างสบายใจ และชัดเจน
@ อยากบอกอะไรกับคนที่ยังกลัวที่จะเผยใจให้คนอื่นรู้
ก่อนที่จะแสดงหนังเรื่องนี้ ฉันก็กลัวค่ะ และฉันเชื่อว่า นีอาและไซลัส ก็กลัวเช่นกัน เพราะการรู้จักตัวเอง และเผยตัวเองจนผู้อื่นรู้จนหมดเปลือกนั้นทั้งเจ็บปวดและน่ากลัว แต่เป้าหมายที่ฉันและตัวละครทั้งสองมี และการเลือกที่จะเปิดใจให้กับใครสักคน ก็เพราะคนเหล่านั้นช่วยบรรเทาความกลัวให้ และช่วยพลิกความกลัวมาเป็นแรงกระตุ้น ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในตัวเรา แต่จะช่วยเปิดโลกของเราให้กว้างขึ้นค่ะหากใช้มันให้เป็น
ร่วมพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของความรัก ร่วมเอาชนะทุกสิ่งเพื่อหัวใจที่ไขว่คว้าหารัก กับ Equals 12 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์



