
อารยสถาปัตย์อาเซียนเพื่อคนทั้งมวล (1)
02 พ.ค. 2559
กฤษนะทัวร์ยกล้อ : ASEAN Friendly Design for All อารยสถาปัตย์อาเซียนเพื่อคนทั้งมวล (1)
เมื่อวันที่ 24-26 เมษายนที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปเยือนกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย เป็นครั้งแรก ร่วมกับคณะ ดร.เตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวง และอดีต รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร APCD หรือศูนย์พัฒนา และฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก เพื่อรณรงค์ส่งเสริมอารยสถาปัตย์สู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ
กรุงจาการ์ตา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชวา ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 6,000 เกาะที่มีผู้คนอยู่อาศัย จากจำนวนเกาะทั้งหมดกว่า 17,000 เกาะของอินโดนีเซีย อินโดฯเคยตกเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ยาวนานถึง 301 ปี ชาวดัตช์เปลี่ยนชื่อเมืองจายาการ์ตาในสมัยนั้น เป็น “บาตาวียา” หรือ “ปัตตาเวีย” ก่อนที่อินโดฯ จะประกาศเอกราชช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488
จาการ์ตาในปัจจุบันมีพื้นที่ 750 ตร.กม. เล็กกว่ากรุงเทพฯ 2 เท่า แต่มีประชากรหนาแน่นมากกว่า คือ ประมาณ 13 ล้านคน ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 2,300 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางบนเครื่องบินประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ
ได้ไปเห็นกรุงจาการ์ตาแล้ว ก็ต้องบอกว่า บ้านเมืองเขาเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม สะอาดตามากกว่าที่คิดเอาไว้ครับ เพราะช่วงก่อนที่ผมจะไปจาการ์ตา เคยมีเพื่อนๆ หลายคนบอกว่า ที่นั่นไม่น่าพิสมัยเลย ประมาณว่าผู้คนแออัด บ้านเมืองก็สกปรก และมีปัญหารถติดหนักมาก
แต่เมื่อได้ไปเห็นกรุงจาการ์ตาของจริง ก็ต้องบอกว่า ตรงข้ามกับสิ่งที่ผมเคยได้ยินได้ฟังมาเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาการจราจรติดขัด แม้จาการ์ตาปัจจุบันจะยังมีปัญหารถติด แต่เท่าที่ผมลองสัมผัสสภาพการจราจรในจาการ์ตาช่วงที่อยู่ที่นั่น 3 วัน ทั้งช่วงเวลาทั่วไป และช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเย็นหลังเลิกงาน เอาเข้าจริงๆ การจราจรที่นั่นก็ไม่ได้ติดหนักมากอย่างที่เขาว่าๆ กันมาแต่ประการใด และผมไม่รู้สึกว่าบ้านเมืองเขาจะมีปัญหารถติดหนักกว่าบ้านเราเลย ตรงกันข้ามผมยังเห็นว่า ที่กรุงเทพฯ ยังมีปัญหารถติดหนักมากกว่าที่กรุงจาการ์ต้าด้วยซ้ำไป
ผมนั่งรถชมเมืองจาการ์ตา 3-4 รอบ ทำให้เห็นว่า ในกรุงจาการ์ตายังมีต้นไม้อยู่เยอะมาก ตลอดเส้นทางถนนในจาการ์ตามักจะมีต้นไม้ใหญ่น้อยสีเขียวสบายตาเรียงรายอยู่สองข้างทาง แลดูเพลินตาเพลินใจ และด้วยการที่อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะกลางทะเลที่มีอากาศร้อนชื้น และมีฝนตกเกือบตลอดปี ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าในจาการ์ตาแลดูงอกงามเขียวขจีตลอดปี
ความโดดเด่นสะดุดตาอีกอย่างของจาการ์ตา คือ พื้นที่ในเขตเมืองส่วนใหญ่มีการนำสายไฟลงใต้ดินเกือบทั้งหมด เหมือนเป็นการเปิดโหงวเฮ้งให้จาการ์ตาดูโดดเด่นงามสง่ามากยิ่งขึ้น ทำให้ทัศนียภาพสวยงาม โล่ง โปร่งตามากยิ่งขึ้น อีกทั้ ต้นไม้กิ่งไม้ตามข้างถนนก็ไม่ต้องถูกตัดบ่อยๆ เพราะเหตุกิ่งไม้จะไปกระทบกับเสาไฟหรือสายไฟ เหมือนอย่างในกรุงเทพฯ บ้านเรา
นอกจากนี้ กรุงจาการ์ตายุคใหม่ในวันนี้ ยังเน้นย้ำเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมาก ดูได้จากฟุตบาททางเดินเท้าในเขตชุมชน และย่านธุรกิจการค้าต่างๆ แลดูเรียบร้อยสวยงาม ไม่มีขยะสกปรกเลอะเทอะแต่อย่างใด น่าภาคภูมิใจแทนชาวอินโดฯ และผู้บริหารกรุงจาการ์ตาที่พลิกโฉมบ้านเมืองให้ดูดีขึ้นได้มากถึงเพียงนี้
ส่วนเรื่องอารยสถาปัตย์ (Friendly Design=หลักการออกแบบที่เป็นสากล เป็นธรรม และเป็นมิตรกับคนทั้งมวล) ในกรุงจาการ์ตายังไม่ค่อยดีนัก รถเมล์สาธารณะส่วนใหญ่ยังไม่มีให้บริการผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ใช้รถเข็นได้ อันนี้ก็พอๆ กับบ้านเรา ฟุตบาททางเท้าก็มีทางลาดเฉพาะในย่านที่มีตึกอาคารสร้างใหม่ รวมถึงห้องสุขาอารยสถาปัตย์สำหรับผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และผู้พิการ ก็จะมีเฉพาะในตึกอาคารสมัยใหม่ และสถานที่สำคัญ เช่น สนามบิน และศูนย์การค้า เป็นต้น
นั่งรถชมเมืองสักพัก ก็มาถึงตลาด จาลัน สุราบายา (Jalan Surabaya) เป็นย่านขายสินค้าของเก่าในกรุงจาการ์ตา มีงานหัตถกรรมไม้แกะสลักศิลปะชาวพื้นเมืองของอินโดนีเซียมาวางขายมากมายหลายแบบ แต่ละชิ้นดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงความเป็นชนชาติที่มีศิลปะอยู่ในหัวใจของชาวอินโดฯตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ความสนุกสนานอย่างหนึ่งในการซื้อขายสินค้างานหัตถศิลป์ที่ตลาดนี้ คือ การต่อรองราคา ใครต่อราคาได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ และฝีปากของแต่ละคนด้วย
ผมชอบงานไม้แกะสลักศิลปะพื้นบ้านของอินโดนีเซียมาก จึงอยากจะซื้อมาเก็บไว้เป็นที่ระลึกสัก 1 ชิ้น เป็นงานแกะสลักไม้รูปลิง 3 ตัว ตรงกับปีลิงปีนี้พอดี ขนาดสูงประมาณศอกครึ่ง จึงสอบถามราคาจากคนขาย เขาบอกขายในราคา 7 แสนรูเปียห์ หรือประมาณ 1,850 บาทไทย (1 บาท=378 รูเปียห์) ต่อรองกันไปมา ในที่สุดคนขายยอมขายให้ในราคา 3.5 แสนรูเปียห์ หรือประมาณ 950 บาท ผมรีบจ่ายเงินด้วยความภูมิใจที่ต่อราคาได้ดีมาก
แต่พอกลับมาเจอคณะที่มาด้วยกัน มีคนหนึ่งซื้อมาเหมือนกัน แต่ซื้อได้ในราคา 3 แสนรูเปียห์ ดันถูกกว่าราคาที่ผมซื้อมาซะอีก ถ้าได้ไปจาการ์ตาอีกคราวหน้า เห็นทีต้องกลับไปแก้มือใหม่ซะแล้ว 555



