
ม.เนชั่นเปิดเวทีทีวีสีรุ้งดีเจอ๋องหนุนพัฒนาไร้กรอบจำกัดเพศ
ม.เนชั่นเปิดเวทีทีวีสีรุ้ง ดีเจอ๋องหนุนพัฒนาไร้กรอบจำกัดเพศ : ทีมข่าวบันเทิงรายงาน
“ทุกวันนี้เรื่องของเพศที่สามไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับแค่บทบาทของตัวละคร ที่เน้นความตลกอีกต่อไป ทุกวันนี้มีการนำเสนอในเรื่องของชายรักชาย หรือหญิงรักหญิง โดยมีการขยายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนและครอบครัวของคนที่เป็นเพศที่สามมากขึ้น เมื่อก่อนการมองว่าเพศที่สามจะต้องตลกเพียงอย่างเดียว มันเป็นภาพมายาคติ ที่เราเห็นและได้ดูติดต่อกันมานาน โดยที่เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนกำหนดเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้มีมุมมองอื่นๆ ของเพศที่สามมากขึ้น มีพื้นที่ในการนำเสนอเรื่องอื่นที่ชัดเจนกว่าเดิม ทุกวันนี้เราจะเห็นว่า สิ่งที่สื่อนำเสนอเกี่ยวกับเพศที่สามทำได้หลากหลาย มีมุมมองใหม่ๆ ว่าคนที่เป็นเพศที่สามก็เป็นคนปกติ” “อ๋อง”เขมรัชต์ สุนทรนนท์ นักร้อง ดีเจ และพิธีกรชื่อดัง กล่าวใน “งานสัมมนา สื่อเต็มเลย2” ซึ่งจัดโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์การศึกษาเนชั่นบางนา เกี่ยวกับประเด็น “ทีวีสีรุ้ง” ที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นวิวัฒนาการของสื่อในเรื่องของเพศที่สามความเปลี่ยนแปลงของสื่อการเปิดรับทั้งในบทบาทพิธีกร นักแสดงรวมไปถึงการทําคอนเทนท์ในเรื่องของเพศที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ อ๋องกล่าวต่อด้วยว่า เคยมีเพื่อนที่เป็นเพศที่สามแล้ว ถูกพ่อแม่บังคับให้ไปพบจิตแพทย์ในขณะที่เห็นว่าลูกกำลังมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน
“เข้าไปถึงหมอถามเพื่อนของอ๋องว่า มีความสุขกับชีวิตไหม เพื่อนตอบว่ามีความสุขดี ใช้ชีวิตแฮปปี้เลย หมอตอบกลับมาว่า งั้นต่อไปไม่ต้องมาเจอหมอแล้วนะ แต่พ่อแม่ของเพื่อนอ๋องต้องมาเจอหมอแทน” อ๋องกล่าว
อ๋องเสริมต่อว่า “ไม่ว่าใครจะมองเราแบบไหนก็ตาม ทุกคนในโลกนี้ไม่มีใครไม่ถูกตัดสิน ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศอะไรก็ตาม แต่เราห้ามมองตัวเองไม่ดี จงภูมิใจในตัวเอง และอย่าโทษตัวเอง สุดท้ายการเป็นคนดีสำคัญที่สุด พิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถของเรา”
“สำหรับพ่อแม่ที่เตือนลูกแบบนี้ เราสงสารลูกเขามากเลยนะ สงสารตัวพ่อแม่ด้วย เขาไม่รู้เลยว่าการสอนลูกแบบนี้ ต่อไปลูกของเขาจะต้องโตมาเป็นคนที่เผชิญโลกยังไง ถ้าหากลูกของคุณไปคบกับเพื่อนที่เป็นเพศปกติ เป็นหญิง เป็นชาย แต่เขาติดยา หรือเกเร ไม่เรียนหนังสือ วิธีสอนลูกแบบนี้คือการสอนให้เขาตัดสินคนจากภายนอก และเป็นการตัดสินที่ผิด ถ้าเด็กทุกคนคิดแบบนี้ ต่อไปในอนาคตโลกจะเป็นยังไง ถ้าเรายังมองคนแค่เปลือกกันอยู่ เราเข้าใจได้ว่าสิ่งแวดล้อมอาจจะส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อตัวลูกก็จริง แต่มันไม่ควรนำมาสอนลูกว่าถ้าเพื่อนเป็นตุ๊ดห้ามคบ เพราะเพื่อนผู้หญิงผู้ชาย ก็มีทั้งดีและเลว เพื่อนที่เป็นเพศที่สามก็มีทั้งคนดีและคนเลวเช่นเดียวกัน ควรสอนลูกให้เลือกคบคนดีจะดีกว่า”อ๋องกล่าว



