
The Jungle Book
14 เม.ย. 2559
เอกเขนกดูหนัง : The Jungle Book : โดย...ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
The Jungle Book วรรณกรรมเยาวชนอายุที่มีอายุอานามกว่า 126 ปี ไม่เพียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกรวมถึงคนไทยที่มักคุ้นกันดีในชื่อ "เมาคลี ลูกหมาป่า" เรื่องราวการผจญภัยของหนูน้อยที่เติบโตจากการเลี้ยงดูของฝูงหมาป่า ถูกนำมาสร้างเป็นหนังหลายครั้ง ทั้งแอนิเมชั่นและไลฟ์แอ็กชั่น ต่างก็ประสบความสำเร็จกันไปถ้วนหน้าจนมีการสร้างภาคต่อตามมา หรือกระทั่งนำกลับมาทำใหม่อยู่เรื่อยๆ จากผู้สร้างหน้าใหม่ๆ บ้างก็ดัดแปลงแต่งเติมเสริมเรื่องราวจากบทประพันธ์ดั้งเดิม ขยับขยายขอบเขตการผจญภัยของเมาคลีออกไปเรื่อยๆ ช่วงหลังๆ ถึงขั้นสะเปะสะปะเลอะเทอะ จนเรื่องราว The Jungle Book ในรูปแบบภาพยนตร์เริ่มหมดความนิยมไปในที่สุดช่วงปลายทศวรรษ 90’s
การกลับมาของเมาคลีในปี 2016 แม้เรื่องราวการผจญภัยในป่าใหญ่จะเป็นที่รับรู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ The Jungle Book กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งก็คืองานด้านภาพ ที่ทั้งตระการตา น่าตื่นตะลึง ทึ่งในวิสัยทัศน์ของคนทำที่สามารถรังสรรค์ผืนป่าและสัตว์น้อยใหญ่ให้กลับฟื้นคืนชีวิต มีวิญญาณของป่าถ้วนทั่วทุกตัวตน รวมทั้งต้นไม้ใบหญ้า สายน้ำ ลำธาร ขุนเขา ฯ ที่สำคัญงานด้านภาพทั้งหมดนั้นสร้างสรรค์มาจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ร่างกายและเลือดเนื้อจริงๆ มีเพียงหนึ่งเดียวคือเจ้าหนู นีล เซทธิ เจ้าของบท “เมาคลี” มนุษย์หนึ่งเดียวในเรื่อง...The Jungle Book ทศวรรษนี้ จึงมีรูปแบบของหนังไลฟ์แอ็กชั่น ที่เกิดจากงานกราฟฟิกดีไซน์ชั้นยอด แน่นอนว่าภาพแปลกตาอย่างเดียวไม่อาจดึงดูดใจได้พอ หากเนื้อหาเรื่องราวของหนังไม่ได้ถูกเรียงร้อยขึ้นจากบท ที่วางพล็อต ผูกปม ได้อย่างสนุกน่าติดตาม การออกแบบฉากแอ็กชั่น ต่อสู้โลดโผน เป็นไปอย่างชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจ รวมถึงจัดวางจังหวะอารมณ์อย่างเหมาะสมในฉากสุดท้าย ที่ทำให้เรื่องราวที่เรารู้กันอยู่แล้ว จบลงได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ล้วนเกิดขึ้นใน The Jungle Book
การวางตัวเองในสถานะหนังเด็กอย่างเต็มพิกัด การวางพล็อต ออกแบบฉากต่อสู้ผจญภัย จึงหลีกเลี่ยงความรุนแรงไปไกลโข เราแทบไม่เห็นเลือดสักหยดในหนังเรื่องนี้ ไม่มีฉากฆ่าฟันเอาชีวิตกันจะจะ หนังหลีกเลี่ยงแม้กระทั่งตอนที่เสือร้ายเชียร์คานปลิดชีพคู่อริ ตลอดทั้งเรื่อง เราจึงเห็นหนูน้อยเมาคลี วิ่งเล่นสนุกสนานกับฝูงเพื่อนหมาป่าของเขา ตลอดจนการได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ต่างวัยและออกผจญภัยร่วมกัน ฉากที่เรียกเสียงหัวเราะมากที่สุดเห็นจะเป็นความพยายามเก็บน้ำผึ้งให้เจ้า “บาลู” หมีอ้วนจอมขี้เกียจ ที่อ้างว่าต้องกินๆๆ เพื่อกักตุนอาหารก่อนที่ฤดูหนาวอันยาวนานจะมาเยือน (แต่จนแล้วจนรอด เราก็ไม่เห็นว่าเจ้าหมีต้องผจญกับความหนาวเหน็บแต่อย่างใด) กระทั่งอีกไม่กี่นาทีต่อมา ฉากที่สนุกตื่นเต้นที่สุดก็เกิดขึ้นเมื่อสามเพื่อนซี้ เมาคลี บาลู บากีร่า หลุดเข้าไปในอาณาจักรอุรังอุตังยักษ์จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เจ้าหนู นีล เซทธิ วัย 12 ปี ได้สร้างชีวิตชีวาให้เกิดขึ้นบนจออีกครั้งในบทเมาคลี ไม่เพียงการแสดงอย่างเป็นธรรมชาติเท่านั้น หากหน้าตาที่มีเสน่ห์ รูปร่างปราดเปรียว เคลื่อนไหวได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว ได้ปลุกวิญญาณเจ้าป่าตัวน้อยให้เกิดขึ้นอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี ทั้งๆ ที่เป็นการแสดงหนังยาวครั้งแรกของเขาเท่านั้น (โดยผ่านการคัดเลือกจากเด็กๆ นับพันคนทั่วโลก) หนำซ้ำยังเป็นการแสดงแบบคนเดียว ท่ามกลางตัวละครที่เกิดขึ้นจากกราฟฟิกคอมพิวเตอร์ ขาดเลือดเนื้อชีวิตที่เขาต้องปฏิสัมพันธ์ด้วยเฉกเช่นมนุษย์ทั่วๆ ไป แต่หนู “นีล” กลับเล่นได้อย่างกลมกลืน แนบเนียน ราวกับเขาสามารถนั่งสนทนากับเหล่าสรรพสัตว์ได้จริงอย่างไรอย่างนั้น
ผู้กำกับ จอน แฟฟโรว์ สร้างชื่อจากหนังครอบครัวอย่าง Elf และ Zathura ก่อนจะมาพีคสุดกับ Iron Man ทั้งสองภาค ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่ต้องตาของสตูดิโอในฐานะคนทำหนังครอบครัว หนังแอ็กชั่นเจืออารมณ์ขันที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด แม้จะพลาดท่าไปบ้างกับหนังอย่าง Cowboys&Aliens แต่ชื่อของ “จอน” ว่าเป็นผู้กำกับที่มีฝีไม้ลายมือการทำหนังให้สนุก เหมาะสำหรับครอบครัว ก็ยังไม่จางหายไปไหน ความแม่นยำของการจับจังหวะหนัง ผ่อนหนัก ผ่อนเบา รู้ว่าช่วงไหนควรอัด ฉากไหนควรบีบเค้นหรือผ่อนคลาย ทำให้ The Jungle Book สนุก ตื่นเต้น ที่สำคัญเด็กดูได้เพลิดเพลิน พ่อแม่สามารถจูงลูกๆ มาดูได้อย่างสบายใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเชื่อมั่นต่อตัวหนังส่วนหนึ่งมาจากบทประพันธ์อมตะของ รัดยาร์ด คิปลิงส์ เอง ที่อยากบันทึกความทรงจำดีๆ เมื่อครั้งอาศัยอยู่ในประเทศอินเดียนั่นเอง
หลังหลวงพี่แจ๊ส 4G กวาดรายได้ถล่มทลายในสัปดาห์ก่อน คอหนัง (รวมถึงค่ายหนัง) ต่างกะเก็งกันว่า ต้อนรับวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ หนังเรื่องไหนจะมาวินทำรายได้แตะร้อยล้านได้ก่อนกันระหว่าง เงือกสาวของโจวซิงฉือ, เมาคลีลูกหมาป่า โดยมีหนังไทยอย่าง สุขสันต์ วันกลับบ้าน ได้แต่มองตาปริบๆ อยู่ห่างๆ รอหยิบชิ้นปลามัน หากการสาดน้ำท่ามกลางความร้อนแล้งของปีนี้ไม่สนุกเร้าใจเท่ากับการไปนั่งตากแอร์เย็นๆ ดูหนังในโรง



