
เล็กๆ ไม่-ใหญ่ๆ ทำไม ?
12 เม.ย. 2559
eat play life : เล็กๆ ไม่-ใหญ่ๆ ทำไม ? : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร
ไปบรรยายเรื่องไลฟ์สไตล์ urban trends city มา 2-3 แห่ง ซึ่งหนึ่งในหัวข้อนี้ แน่นอนว่ามีหนังอยู่ด้วย
ใครสักคนถามผมหลังพูดเสร็จว่า หนังใหญ่ๆ มีคุณและโทษอย่างไร มุมมองนี้ทำให้ผมคิดถึงเรื่องเรื่องหนึ่ง ที่พอจะนำมาสะท้อนภาพได้อย่างง่ายๆ เรื่องนั้นก็คือ star wars ที่ปลายปีที่แล้ว ใช้การตลาดที่เรียกว่า integrated marketing บุกเจาะทุกช่องทางของพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงคนทั่วไปมากที่สุด
แต่ความใหญ่ของ star wars ทำให้มีทั้งคนรักและชัง แม้แต่นักแสดงที่ตกเป็นรองงานสเปเชียล เอฟเฟกท์นักวิจารณ์หนังกลุ่มหนึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ยุคใหม่อาจแบ่งออกได้เป็นสองช่วงใหญ่ ซึ่งก็คือช่วงก่อน Star Wars และช่วงหลัง Star Wars และจนถึงปัจจุบันคนในวงการหนังยังคงมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นที่ว่าหนังชุด Star Wars ของ จอร์จ ลูคัส ส่งผลดีหรือผลเสียต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์กันแน่
บางคนกล่าวว่า Star Wars ทำให้ฮอลลีวู้ดกลายเป็นอุตสาหกรรมที่แสวงหาแต่เพียงผลกำไรโดยไม่มีการคำนึงถึงคุณค่าทางศิลปะ เนื่องจาก Star Wars ใช้เทคโนโลยีที่บั่นทอนหลักการพื้นฐานทางการแสดงอย่างไรก็ดี บางคนโต้แย้งว่าหนังชุด Star Wars ช่วยให้คนหลายล้านคนทั่วโลกหันมาดูหนัง นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้ชมตระหนักถึงความสำคัญของดนตรีประกอบในภาพยนตร์ และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมในแนวทางใหม่ๆ
มาร์ค คัสซินส์ ซึ่งเป็นนักวิจารณ์หนังกล่าวในเทศกาลเมืองคานส์ว่า “Star Wars ทำให้คนมองว่าภาพยนตร์คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามอีกครั้ง... ผู้ชมภาพยนตร์เป็นมนุษย์ธรรมดา และพวกเขาก็ต้องการความรู้สึกตื่นเต้น”
ในมุมหนึ่ง Star Wars ไม่ได้เป็นเพียงหนัง แต่เป็นศาสนาด้วย โดยมีการนำคำศัพท์ทางศาสนามาใช้เรียกแฟนๆ ของหนังชุดนี้ ซึ่งรวมถึงคำว่า fanatics (พวกหัวรุนแรง) กับ agnostics (พวกที่ชอบตั้งข้อสงสัย) และถ้าหากเป็นในเทศกาลหนังเมืองคานส์ คนที่ชื่นชอบหนังชุดนี้อาจถูกมองว่าเป็น heretics (พวกนอกรีต)
สิ่งต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Star Wars ไม่ได้เป็นเพียงหลายคนยังคงจดจำได้ว่า ตัวเองได้ชมภาพยนตร์ Star Wars ครั้งแรกที่สถานที่ใด ในขณะที่เทคนิคพิเศษหรือสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ปรากฏถือเป็นสิ่งที่ปฏิวัติวงการภาพยนตร์เป็นอย่างมาก
“ในแง่หนึ่งนั้น ลูคัสได้สร้างภาพยนตร์สเปเชียลเอฟเฟกท์ขึ้นมา” เลียวนาร์ด มาร์ติน นักวิจารณ์หนังของรายการ Entertainment Tonight กล่าว
“อันนี้เป็นเพียงการกล่าวแบบเหมารวมเท่านั้น เพราะมีการใช้เทคนิคพิเศษในภาพยนตร์มาตั้งแต่ยุคหนังเงียบในทศวรรษ 1900 กันแล้ว แต่ก่อนหน้าที่จะเกิด Star Wars วงการภาพยนตร์ยังไม่มีอุตสาหกรรมสเปเชียลเอฟเฟกท์ และหนังที่เน้นใช้สเปเชียลเอฟเฟกท์เป็นหลักก็ไม่ค่อยได้รับการผลิตก่อนหน้านั้น” มาร์ติน บอก
ทั้ง มาร์ติน และคัสซินส์ กล่าวย้ำถึงความสำคัญที่ ลูคัส มอบให้ดนตรีประกอบภาพยนตร์ ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของ จอห์น วิลเลียมส์
“Star Wars ทำให้คนในยุคปัจจุบันเข้าใจว่าเสียงเป็นสิ่งที่ทรงพลังมากเท่ากับภาพ” คัสซินส์ กล่าว
ถึงแม้บางคนอาจกล่าวว่าเนื้อหาใน Star Wars ค่อนข้างซับซ้อน แต่โครงสร้างหลักของเรื่องก็คือการต่อสู้กันระหว่างอำนาจดีกับอำนาจชั่ว หรือระหว่าง ลุค สกายวอล์คเกอร์ กับ ดาร์ธ เวเดอร์ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่ผู้ชมหลายคนชื่นชอบ
อย่างไรก็ดี ปีเตอร์ บิสคินด์ ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ กล่าวว่า Star Wars อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อวงการภาพยนตร์ โดยบิสคินด์ ให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศสเมื่อเร็วๆ นี้ว่า Star Wars และเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่วในเรื่องนี้กลายเป็น “ต้นแบบ” ให้แก่หนังฟอร์มใหญ่ที่ “ตื้นเขิน” หลายเรื่องในยุคปัจจุบัน
“โชคร้ายที่เราคงจะต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้เงาของ Star Wars ต่อไปเป็นเวลานาน” บิสคินด์ กล่าว
พอล ชเรเดอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังกล่าวว่าหนังชุด Star Wars “กลืนกินหัวใจและจิตวิญญาณของฮอลลีวู้ด”
คัสซินส์ กล่าวว่า ผู้กำกับหนังในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องคิดเรื่องการดึงดูดความสนใจของ “วัยรุ่นในย่านชานเมือง” มากกว่าจะคิดเรื่องการถ่ายทอด “วิสัยทัศน์ส่วนตัว” ของตัวเอง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องดี
ผู้ชมบางคนรู้สึกรำคาญเทคนิคพิเศษที่ จอร์จ ลูคัส ใช้ โดยเฉพาะใน Star Wars: Episode I และ II ซึ่งมีการสร้างภาพโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก โดยนักแสดงในเรื่องนี้ต้องแสดงต่อหน้าฉากหลังโล่งๆ เป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะมีการใส่ภาพแบ็กกราวนด์เข้าไปในภายหลัง
เช่นเดียวกับ อีวาน แมคเกรเกอร์ ดาราชาวอังกฤษที่รับบทเป็นโอบี-วัน เคโนบี ใน Star Wars: Episode I ถึง III ไม่ค่อยชื่นชอบประสบการณ์การแสดงในหนังไตรภาคนี้เท่าใดนัก โดยเขากล่าวว่าเขาต้องแสดงร่วมกับฉากหลังสีฟ้า และกระบวนการนี้สร้างความรู้สึกทุกข์ทรมาน
“เป็นเรื่องแย่ที่มนุษย์ถูกลดความสำคัญลงไป” คัสซินส์ บอก
เอาเป็นว่า ใครจะชอบหรือชัง star wars หนังเรื่องนี้และความใหญ่ของมัน ก็สร้างเทรนด์ต่างๆ ให้โลกมากมาย



