
จากอุบัติเหตุงานศพเพื่อนสู่งานหนังของเต้ยสราวุธ
12 เม.ย. 2559
สัมภาษณ์พิเศษ : จากอุบัติเหตุงานศพเพื่อนสู่งานหนัง ประสบการณ์ตรงของ เต้ย สราวุธ
กำลังสร้างความสนุกสนานในขณะนี้ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “11-12-13 รักกันจะตาย” หนังสยอง 3 เรื่องของค่าย M39 ที่ได้ “เวียร์” ศุกลวัฒน์ คณารส “ดาต้า” ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ เจสซี่ เมฆวัฒนา “ยิปโซ” อริย์กันตา มหพฤกษ์พงศ์ “บุ๊คโกะ” ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ฯลฯ มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยผู้กำกับอย่าง “เต้ย” สราวุธ วิเชียรสาร ได้บอกเล่าที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า
@ ไอเดียของหนังเรื่องนี้มาจากตรงจุดไหน
ไอเดียแรก คือมีเพื่อนของผมคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พอผมได้ไปงานศพและได้คิดทบทวนจากข่าว และจากประสบการณ์ชีวิต ทำให้ผมคิดว่า มีคน(ไทย)เสียชีวิตจาก อุบัติเหตุบนท้องถนนเยอะมาก แทบจะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยทีเดียว เราก็คิดต่อว่าจากเหตุนั้นคนที่อยู่ข้างหลังจะเป็นยังไง คนที่เสียชีวิตจะเป็นยังไง สมมุติมีอุบัติเหตุใหญ่ขึ้นมา แล้วมีคนเกี่ยวข้องที่ไม่ใช่ญาติหรือรู้จักกันเลยก็ได้มาเกี่ยวข้องกัน คนที่ยังอยู่ คนที่เสียชีวิต มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ความผูกพันที่เขามีกันมาจะเป็นยังไง เราก็เอาไอเดียนี้ไปคุยกับ ทางค่าย M39 ก็ได้คิดต่อยอดว่าอุบัติเหตุใหญ่ๆ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในวันเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ นั่นคือที่มาของภาพยนตร์เรื่อง “11 12 13 รักกันจะตาย” เหตุผลที่เราเลือกคุยโปรเจกต์กับเอมมี่ (“เอมมี่” จันทิมา เลียวศิริกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด) เพราะเราเห็นงานเขาที่ผ่านมา แล้วงานของเรา เรื่องราวที่มีความรักและงานที่เป็นในทางสยองขวัญ ในหนังมันมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง การมีโปรดิวเซอร์ผู้หญิงก็จะช่วยทำให้งานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ยอมรับเพราะเราจะเป็นแนวผู้ชาย อาจจะแข็งมากไป ประทับใจงานของเอมี่ เรื่อง “ผีสามบาท” หนังประเภท ผี สยองขวัญ แบ่งเป็น 3 ตอน มาถึงเรื่องนี้มีการวางแผนทำหนังผีดุจัดๆ 1 ปีกับการทำบทภาพยนตร์ การขัดเกลาข้อมูล ดึงเรื่องราวข่าวสาร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จัดมาเป็นงานหนังที่มีทั้ง สยอง เกรียน ซึ้ง ปรับให้งานออกมามีอารมณ์ลึกซึ้ง โรแมนติกขึ้น มีมุมเรื่องราวที่เป็นผู้หญิงๆ บ้าง ทำให้หนังมีความหลากหลายขึ้น อุบัติเหตุมันมีเหตุเกิดจริง และเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องใกล้ตัว อาจไม่ใช่เกิดกับเรา แต่มันมีข่าวให้ได้เสพเรื่องพวกนี้อยู่ทุกวัน
@ อยากจะเล่าอะไรเกี่ยวกับสงกรานต์
3 วันอันตรายในช่วงวันสงกรานต์ โดยเฉพาะวันที่ 11-12-13 เมษายน รัฐบาลรณรงค์ทุกปี แต่ก็ยังมีคนตายเยอะมาก คือช่วงเวลานี้มันสะท้อนมากแล้วว่า คนขาดสติจึงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ถ้าหากเราไม่ดูแลตัวเอง ไม่ระวัง ไม่ตั้งสติ ตัวเองเดือดร้อนและคนอื่นก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย ภาวะจิตของคนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สนุกขนาดนี้ ดูจะเป็นต้นตอของคำถามว่า จะทำอย่างไร รณรงค์ยังไงที่จะทำให้อุบัติเหตุช่วงวันสงกรานต์ลดลงสักที เพราะจิตมันจดจ่อไปกับเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องตรงหน้าแล้วไม่ระวังการเกิดอุบัติเหตุของเทศกาลแห่งความสุข (สงกรานต์ ปีใหม่ไทย) จึงมีมาเรื่อยๆ หัวใจของหนังเรื่องนี้ คือมุมความรัก ถ้าคนเราคิดถึงคนที่ตายไป ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อนสนิท กลุ่มเพื่อน มันเป็นความรักและความผูกพัน กันแบบไหน แล้วพอมันมีความรักมากเกินไป มันก็มีความยึดติดไม่ปล่อยจากกัน มันเป็นเรื่องของความรักที่เกิดขึ้น แต่จะรักกันมุมไหนก็เลือกเอา แต่ความรักก็มาเป็นอันดับแรก
@ การดีไซน์ของผีในแต่ละตอน คาแรกเตอร์ได้มายังไง
ไอเดียแต่ละตอน เกิดจากตอนที่คิดรูปแบบ อยากให้ดูแปลกหน่อยตา จากผีแนวอื่นๆ ลองโหวตกันดู ถึงการดีไซน์และความชอบ เกิดมาก็ไม่เคยเห็นผีที่ทำทรงผมถักเปีย ถามว่าน่ากลัวมั้ย ผมว่ามันขึ้นอยู่กับบรรยากาศ และการปรากฏตัวของผีตัวนี้ ว่าจะมาด้วยวิธีไหน เรื่องราวที่ผ่านมาก็ทำให้เกิดความน่ากลัวได้ อย่างตอนที่ 11 ด้วยนิสัยที่ไม่ดีของเวียร์ในเรื่อง ทำให้ผีมาตามจิก เราเน้นเรื่องความไม่ยอม ไม่ไปไหน ยังไงก็จะยังอยู่ด้วยกัน
@ กับนักแสดงคนอื่นมีวิธีการทำงานอย่างไรบ้าง
อย่างยิปโซกับบุ๊คโกะ ผมก็เชิญมานั่งคุยกัน มีถามเขาว่าถ่ายกันแบบนี้มั้ย เล่นกันแบบนี้นะ ไหนๆ อยากเป็นน้องคนเล็กที่ดุๆมั้ย หรือลองปรับๆ นิสัยตรงนี้มั้ย ในบทมันดูหงุดหงิดไปมั้ย ก็ปรับๆกันไป เรียกว่าคุยกันได้ ปรับกันได้ปรับไปทีละคน
@ กระบวนการ หลังการถ่ายทำมีความยากง่ายยังไงบ้าง
จริงๆ เรื่องตัดต่อไม่น่าเป็นห่วง แต่จะยากตรง ส่วนที่ทำเสริมเพิ่มมาให้มีความสนุกขึ้น อย่างคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเพิ่มมาจากเดิมเยอะมาก พอลองปรับนั่นนี่ ทำให้ต้องใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิมากขึ้น อย่างตัวผีเอง ก็ใช้คอมช่วยเพื่อให้ดูสมจริง หรือฉากรถชนที่ว่ายากแล้ว ยังต้องมาปรับให้สมจริงมากขึ้นอีก ก็ใช้ทีมต้อม (ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์) เข้ามาช่วยดูให้ว่า ลองแบบนี้ไหมหรือแบบไหนดี ต้อมก็มาช่วยเยอะเหมือนกัน จะเรียกว่าให้เพื่อนมาลำบากกันหมดเลย ตั้งแต่เขียนบทเลยก็ว่าได้
@ ความคาดหวังกับหนังเรื่องนี้
แน่นอนที่สำคัญทำงานกับสตูดิโอไหน ก็อยากให้เขาได้รับ ผลตอบรับที่ดี ได้เงินและกล่อง (หัวเราะ) ก็อยากให้คนดูสนุกด้วยนั่นแหละ หนังมันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่คนได้กลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ ช่วงเวลาที่โอเค คนก็รู้สึกถึงหนัง ถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัว กับคนรักอะไรแบบนี้ ก็มีความสุขไป ส่วนรายได้ ก็เป็นเรื่องที่ตามมา
@ อยากฝากอะไรไว้ให้คนที่ทำงานในสายนี้บ้าง
มาทำงานไม่ได้เป็นฮีโร่ แทบจะทุกวงการ หนังคือ ทำงานคนเดียวไม่ได้ ผมมีเพื่อน ไม่ว่าจะเพื่อนสนิท เพื่อนซี้ เพื่อนร่วมงาน ต้องทำงานร่วมกัน แชร์ความคิดกัน ถ้าคุณคิดจะมาเป็นฮีโร่คนเดียว คุณจะไม่เหลือใครเลยนะ ก็ต้องพึ่งพาคนอื่นแชร์ความคิดเขา แชร์ความคิดเพื่อให้งานมันออกมาสมบูรณ์ให้ได้ โดยเฉพาะหนังทำคนเดียวไม่ได้หรอก ต้องอาศัยคนอื่นอีกเยอะต้องเอื้อต่อกันทุกๆ ส่วน ต้องใช้ใจทำงานทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด
ภาพยนตร์ “11-12-13 รักกันจะตาย” ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์



