บันเทิง

ทำความรู้จัก8คนสุดท้ายบนเวที‘เดอะสตาร์12’

ทำความรู้จัก8คนสุดท้ายบนเวที‘เดอะสตาร์12’

05 เม.ย. 2559

ทำความรู้จัก 8 คนสุดท้ายบนเวที ‘เดอะสตาร์ 12’

 
          เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับ 8 คนสุดท้าย “เดอะสตาร์ 12” ได้แก่ “น้ำผึ้ง” ธนัญญา รักแก้ว “ตงตง” กฤษกร กนกธร “ปิ่น” พรชนก เลี่ยนกัตวา “เจนนี่” รติพันธ์ พันธ์พินิจ “เน็ท” ปนัสยา กิตติกถากุล “จัมโบ้” วรกฤต วรกุล “พรีน” รวิสรารัตน์ พิบูลภานุวัธน และ “บิ๊ก” กฤษฎา จันทร์ดี โดยวันนี้ “บันเทิง คม ชัด ลึก” จะพาไปพูดคุยกับพวกเขา   
 
          เริ่มที่ “น้ำผึ้ง” ธนัญญา ที่เล่าว่า เธอดูเดอะสตาร์มาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งตอนเด็กม่ีความฝันที่อยากจะเป็นเหมือนพี่ๆ เดอะสตาร์บ้าง ที่ได้ทำตามความฝันในสิ่งที่ชอบ และทุกคนมีความสุขที่ได้อยู่ในเดอะสตาร์ 
 
          “การเป็นนักร้องเป็นความฝันของหนู และเป็นความฝันของครอบครัวด้วย ซึ่งเราอยากให้ครอบครัวเราสบายเลยเลือกมาประกวดที่นี่ ติดตามและฝันอยากมาประกวดตั้งแต่ปีพี่แก้ม (เดอะสตาร์ 4) และมีโอกาสได้มาประกวดแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกผ่านเป็นตัวแทนภาคใต้ ครั้งที่สองเข้ารอบ 25 คน และครั้งนี้ที่ผ่านมาเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ตอนแรกไม่คิดว่าจะเข้ารอบ 8 คน เพราะว่าเราเคยผ่านความผิดหวังมาแล้ว 2 ครั้งแล้ว ทำให้เรานึกถึงภาพนั้นไม่ออก แต่พอรู้ว่าได้เข้าก็ดีใจมากและตกใจมาก"
 
          มาถึง “ตงตง” กฤษกร ที่ถูกจวกยับที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ว่าไม่เหมาะสมที่ผ่านเข้ารอบมา แต่เมื่อถามหนุ่มตงตงว่ารู้สึกยังไง เจ้าตัวยิ้มพร้อมกับบอกว่า สบายใจ พร้อมยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายมาได้ 
 
          “การมาประกวดเดอะสตาร์เป็นความฝันของผม ครอบครัวของผมจะมีแต่เป็นหมอหมดเลย ผมเองเป็นคนเรียนไม่เก่ง แต่ผมจะพัฒนาตัวเองในสิ่งที่ผมรัก คือตรงนี้ เพื่อให้รู้ว่าอาชีพที่ผมรักอาชีพนี้ก็สามารถทำให้ผมดูแลครอบครัวได้ ถามว่าครอบครัวสนับสนุนมั้ย คือคนอื่นๆ ในครอบครัวก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ มีคุณแม่ที่คอยสนับสนุนผมตลอด ส่วนที่คนมองว่าผมยังขาดศักยภาพการเป็นนักร้องของผม ผมยอมรับว่าผมยังขาดเยอะเลย แต่ผมก็พร้อมที่จะฝึกฝน ศักยภาพของผมด้อยที่สุดใน 8 คน ฉะนั้นผมเลยต้องตั้งใจให้มากกว่าทุกๆ คน”
 
          ต่อกันที่ “ปิ่น” พรชนก ที่หลายคนยกให้เธอเป็นตัวเก็งในครั้งนี้ ซึ่งปิ่นเผยว่า เธอรู้สึกขอบคุณที่หลายคนมองว่าเธอเป็นตัวเต็งในการประกวดครั้งนี้ และชื่นชอบผลงานของเธอ
 
          “ความรู้สึกของหนูว่า ทุกคนเป็นตัวเต็งที่จะได้เป็นเดอะสตาร์ได้หมด ถามว่ากดดันมั้ยที่หลายคนยกให้หนูเป็นตัวเต็ง และมีความคาดหวังในตัวหนู ก็กดดันนะ เพราะว่ามีหลายคนบอกว่าเมื่อเราทำมาตรฐานตัวเองไว้สูงแล้ว ในครั้งต่อๆ ไปก็ต้องสูงมากกว่าเดิมอีก ทำให้เราเกิดความเครียดบ้าง กลัวว่าคนจะมองว่า เมื่อครั้งนั้นดีกว่าครั้งนี้ การประกวดครั้งที่แล้วดีกว่าครั้งนี้” 
 
          “เจนนี่” รติพันธ์ พี่ใหญของการประกวดครั้งนี้ สาวที่เคยผ่านการประกวดเสียงจริงตัวจริง “เดอะ วอยซ์” เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
 
          “ตอนนี้เรียนจบมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง แต่ว่าเราก็ยังไม่ได้มีความสุขจริงๆ เพราะเราไม่ได้ร้องเพลง เลยตัดสินใจมาประกวดอีกครั้งที่เวทีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาหนูเคยประกวด เคยมีผลงานเพลง แต่เวทีนี้เป็นเวทีที่ทำให้หนูเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบนี้ แล้วเดอะสตาร์เป็นเวทีเดียวที่ตอบโจทย์ทุกๆ อย่าง และเป็นใบเบิกทางของการเล่นละครเวทีที่หนูชอบมาก”
 
          เป็นหนึ่งในสาวที่เคยผ่านการเป็นศิลปินมาแล้วในนามเกิร์ลกรุ๊ป “แคนดี้มาเฟีย” แต่ “เน็ท” ปนัสยา ก็ยังเลือกที่จะเข้ามาแข่งขันใน “เดอะสตาร์ 12” 
 
          “มันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากที่จะมายืนบนเวทีนี้ แต่พออายุ 13 ปี ได้ไปเซ็นสัญญากับอีกค่าย และมีโอกาสได้เป็นเกิร์ลกรุ๊ปและเป็นนักร้องอย่างจริงจัง จนคิดว่าคงไม่มีทางแล้วที่จะกลับมาประกวดแบบนี้ แต่ด้วยความที่โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป อย่างพี่กั้ง (วรกร ศิิริสรณ์) ก็เคยเป็นบอยแบนด์มาก่อน ก็มาประกวดก็ไม่ได้เจอกระแสลบอะไร จนเมื่อหมดสัญญาเมื่อกลางปี 2558 เลยตัดสินใจมาออดิชั่นรอบแรกเมื่อประมาณปลายปี หนูอยู่ในวงการนี้มา 6 ปีแล้ว และการที่เราเคยเป็นศิลปินมาก่อน ก็ทำให้กดดัน เพราะว่าเราต้องผลักดันตัวเองให้เพิ่มขึ้น ด้วยความที่เรามีประสบการณ์มาแล้ว แต่โชคดีที่ปีนี้มีหลายๆ คนที่เคยผ่านการเป็นศิลปินมาแล้ว ความกดดันก็น้อยลง”
 
          ต่อกันที่ “จัมโบ้” วรกฤต รุ่นน้องของ “บี้” สุกฤษฏิ์ ที่เห็นซูเปอร์สตาร์จากเวทีเดอะสตาร์คนนี้ แล้วอยากจะเดินรอยตามความฝันแบบไอดอลของเขาบ้าง 
 
          “ผมเห็นพี่บี้กลับมาโรงเรียนตอนอยู่มัธยม พี่บี้อย่างเท่ เลยอยากเป็นเหมือนพี่เขาบ้าง เพราะเราก็ติดตามผลงานของพี่เขามาตลอด เราได้เห็นการพัฒนาของพี่บี้ ที่พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้พี่เขาได้รับการยอมรับมากๆ พี่บี้เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมสู้เพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ ให้เหมือนพี่บี้ ซึ่งผมต้องฝึกฝนตัวเองหนักมาก เพราะผมจะถูกติในเรื่องของเพอร์ฟอร์แมนซ์มากๆ อาการเกร็งและตื่นเวที สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาตัวเองมากๆ”
 
          อีกหนึ่งสาวที่เคยเป็นศิลปินมาแล้ว แต่กลับมาครั้งนี้ “พรีน” รวิสรารัตน์ ปรับทัศนคติของตัวเองใหม่ พร้อมเผยว่าความฝันแรกและเป็นความฝันเดียวของเธอคือการเป็นศิลปินที่ยืนร้องเพลงอยู่บนเวที  และเป็นสิ่งที่ทำได้ดีมาตลอด
 
          “เรามีโอกาสได้ทำเพลงออกมาจริงๆ ได้เป็นศิลปินจริงๆ ผลปรากฏคือมันไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่เราตั้งใจ ซึ่งมันเกิดจากหลายปัจจัย เหตุผลที่สำคัญคือในตอนนั้นเราเด็กมากจริงๆ ตอนนั้นเราไม่รู้อะไรเลย มันทำให้เราท้อนิดหนึ่ง ในตอนนั้นพรีนเข้าไปเป็นศิลปินโดยมีทัศนคติว่า ฉันร้องเพลงเก่งมาก ฉันต้องได้แน่ๆ  แต่พอได้เข้าไปเป็นศิลปินจริงๆ คนที่เราเห็นที่เขาประสบความสำเร็จ เขามีความสำคัญมากกว่าการร้องเพลงดี มันเป็นการปลุกให้เราเห็นว่า ความเก่งที่เรามีมันไม่เคยพอ การมาประกวดครั้งนี้ เป็นเหมือนโอกาสที่ให้เราได้ไขว่คว้าความฝันที่เรามีมาตลอดอีกครั้งหนึ่ง และเป็นโอกาสให้เราเรียนรู้ในสิ่งที่เราขาด และทำให้เราได้มายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้ง”
 
          ปิดท้ายด้วย “บิ๊ก” กฤษฎา ที่เผยเสน่ห์ของตัวเองว่า เป็นคนไม่เฟก รู้สึกอะไรก็ชัดเจน แสดงความเป็นตัวของเขาออกมาให้เห็น ซึ่งมีความชัดเจนในแบบบ้านๆ ซื่อๆ  
 
          “ในเรื่องของการร้องผมว่าผมมีแนวทางของผม อาจมีบางส่วนที่ยังต้องปรับปรุง อย่างครูจะบอกว่าผมมีบางส่วนที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องควบคุมมันให้ได้ และมีบางส่วนที่ยังไม่แข็งแรงก็อย่าไปแตะมันเยอะ พยายามปรับปรุงในส่วนที่ควรแก้ไข ส่วนที่ดีอยู่แล้วก็เอามาใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา”