บันเทิง

ช่วยกันต่อ‘จิ๊กซอว์’ตัวสุดท้ายกับละคร‘วัยแสบสาแหรกขาด’

ช่วยกันต่อ‘จิ๊กซอว์’ตัวสุดท้ายกับละคร‘วัยแสบสาแหรกขาด’

31 มี.ค. 2559

ช่วยกันต่อ ‘จิ๊กซอว์’ ตัวสุดท้ายกับละคร‘วัยแสบสาแหรกขาด’ : สกู๊ปบันเทิง

 
          เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงไม่มีในโลก” เพราะทุกสิ่งล้วนต้องเรียนรู้และเติบโต จากความไม่สมบูรณ์เหล่านั้น จนกว่าจะก้าวข้ามผ่านไปได้ ด้วยความเข้มแข็งในจิตใจ ยอมเผชิญหน้า และต่อสู้กับความบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นภูมิคุ้มกันในชีวิต ให้เดินต่อได้อย่างมั่นคง แข็งแรง
 
          ถ้อยคำสวยหรูมากมาย คงไร้กำลังจะส่งต่อ “ความหมาย” ที่ซุกซ่อนอะไรมากมาย ไปให้คนฟังรู้ซึ้งถึง “ข้อความ”  ที่อยากจะส่งผ่านให้ไปถึงหัวใจ หากไม่เกิดการกระทำ ให้เห็นเป็นภาพชัดเจน เหมือนกับละครเรื่อง “วัยแสบสาแหรกขาด” แห่งค่าย “มาสเตอร์ วัน” กำลังพยายามต่อจิกซอว์ และส่งสารจากภาพของความไม่สมบูรณ์เหล่านั้น ไปสู่สังคมอยู่ในห้วงช่วงเวลานี้
 
          จนถึงขนาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องหยิบยกละครเรื่องนี้ไปพูดในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พร้อมเชิญชวนให้คนดู “ละครพูดถึงการดูแลเลี้ยงดูและปลูกฝังลูกหลานของเราไปในทางที่ถูก โดยต้องอาศัยทั้งบ้านและโรงเรียนเป็นส่วนสำคัญที่ต้องร่วมมือกัน อยากให้ลองไปดู”
 
          วัยแสบสาแหรกขาด ไม่ใช่เพียงละครเพื่อเด็กและเยาวชน แต่กลับเป็นละครที่มีเนื้อแท้เพื่อ “ผู้ใหญ่” และ “ผู้ปกครอง” อย่างแท้จริง เพราะ “พ่อแม่คือรักแรกของลูก” ข้อความจาก “ครูทรายทิพย์” (“จ๊ะ” จิตตาภา แจ่มปฐม) นักจิตวิทยาสาว ซึ่งเข้ามาทำงานในโครงการ “ผูกสาแหรก” ภายในโรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา โครงการเพื่อเด็กมีปัญหา อันเกิดจากครอบครัวไม่สมบูรณ์ พ่อแม่หย่าร้าง
 
          โดยคนต้นคิดโครงการคือ “ชวนากร” หรือ “ท่านรอง” (“อาเล็ก” ธีรเดช เมธาวรายุทธ) รองผู้อำนวยการของโรงเรียน ตัวแทนผู้บริหารหนุ่มหล่อไฟแรง ที่เกิดมาในครอบครัวแตกแยก พ่อแม่หย่าร้าง แต่สามารถเติบใหญ่มาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้
 
          หากมองถึงรายละเอียดของเนื้องาน “บทละคร” เรื่องนี้มีความ “พิเศษ” ให้เห็นตั้งแต่ตอนแรกที่เริ่มออกอากาศ เพราะเป็นละครสะท้อนปัญหา พร้อมบอกทางแก้ไขปัญหาผ่านตัวละคร ของทรายทิพย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของนักจิตวิทยา ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง เล็งเห็นถึงปัญหาจากหน่วยเล็กสุดในสังคมอย่าง “สถาบันครอบครัว” (ทว่ายิ่งใหญ่ที่สุด) ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่มีปัญหา
 
          ในแง่ของการทำละครสะท้อนปัญหาสังคม คงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ละครที่แสดงให้เห็นถึงสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตได้จริง สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดมากมายที่พิเศษ สะท้อนผ่านผลงานออกมาว่า เจ้าของบทประพันธ์คือ ณัฐิยา ศิรกรวิไล และทีมเขียนบทอย่าง ณัฐิยา ศิรกรวิไล กุศลิน เมฆวิภาต ชญานิน สายขิม วาณี และ กัลยาณมิตร ได้ทำการบ้านมาอย่างหนัก
 
          คอยผูกปมขัดแย้งเรื่องราวในละคร เพื่อแสดงให้เห็นวิธีการทำงานของนักจิตวิทยาต่อเด็กและผู้ปกครอง ตลอดทั้งเรื่อง โดยใช้การอธิบายให้คนดูเข้าใจง่าย เดินเรื่องผ่านตัวละครหลักที่ต้องแก้ปัญหาเด็กแต่ละคน อันมีนิสัย ขี้โกหก (โชกุน แสดงโดย “แม็ค” ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์) ขี้ขโมย (ปิ๊กปิ๊ก แสดงโดย “จีน่า” ณพัศพร บุญธรรมรัตน์) ชอบใช้ความรุนแรง (ถวายชัย แสดงโดย ชาโน แพมเบอร์เกอร์) เสพติดสื่อออนไลน์ (มินนี่ แสดงโดย “เรนเดียร์” ปฤสยา เจริญเนติศาสตร์) และ ชอบทำร้ายตัวเอง (ตังเม แสดงโดย “ชาร์เลท” วาศิตา แฮเมเนา)
 
          ประเด็นปัญหาของเด็กแต่ละคน มีน้ำหนัก ชัดเจน และเกิดขึ้นจริงในสังคม แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเรื่องของเด็กคือ “ปัญหาของผู้ใหญ่” เพราะแก้ยาก และหยั่งรากลึกมากกว่า ถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ซึ่งละครสะท้อนออกมาผ่านความอึดอัดและกดดัน เมื่อผู้ใหญ่ซึ่งกำลังทำหน้าที่ “พ่อ” และ “แม่” ไม่เคยรู้ตัวเองเลยว่า กำลังเป็น “ต้นตอ” ปัญหาสำคัญของ “เด็ก” และ “เยาวชน” ในสังคม
 
          ปัญหาความขัดแย้งในละคร ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ “เด็ก” หรือ “ผู้ปกครองกับลูก” เท่านั้น แต่ยังมีความไม่เข้าใจกันของ “ผู้ปกครอง” กับ “ครู” หรือปัญหาขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจการเมืองภายในโรงเรียน เรียกว่าบทละครใส่รายละเอียดได้เข้มข้น จนได้เห็นถึงพัฒนาการและการเติบโตของตัวละครทุกตัว จนนำไปสู่การยอมรับความจริง พร้อมเผชิญหน้า และร่วมแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน
 
          “โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา” โชคดีที่มี “ท่านรองกร” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง จิตใจดี เป็นตะเกียงอันใหญ่ กับ “ครูทราย” นักจิตวิทยาที่ทุ่มเทจิตวิญญาณเพื่อลูกศิษย์อย่างแท้จริง คอยเป็นน้ำมันสนับสนุนตะเกียงไม่ให้ดับไป
 
          ผู้ปกครองที่ได้ดูบางส่วน คงรู้สึกสะดุดใจ และอยากเห็นภาพแบบนี้ในชีวิตจริง ภาพของครูผู้ทุ่มเท นักจิตวิทยาแสนดี และพ่อแม่ที่มาช่วยกันต่อจิ๊กซอว์ ที่ไม่สมบูรณ์ไปจนถึงจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย 
 
          ภาพเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ เพราะ “วัยแสบสาแหรกขาด” คงไม่ใช่แค่ละครสะท้อนสังคมธรรมดา แต่กำลังทำหน้าที่จุดประกาย “พลัง” บางอย่าง ที่ไม่ใช่แค่ความเพ้อฝัน โลกสวยไปวันๆ แต่เนื้อหาสุดพิเศษในละครเรื่องนี้ คงจะไร้ความหมาย หากไม่ถูกนำไปต่อยอดให้เห็นเป็นภาพจริงใน ครอบครัว โรงเรียน และสังคม