
ควันหลงจากคมชัดลึกอวอร์ด
30 มี.ค. 2559
ควันหลงจากคมชัดลึกอวอร์ด : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
เป็นที่ทราบโดยทั่วกันแล้วนะคะว่า รางวัล “คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 13” ได้เดินทางไปอยู่กับใครกันบ้าง ตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเภทเพลงลูกทุ่ง ไทยสากล ภาพยนตร์ และละคร รวมไปถึงป๊อปปูลาร์ โหวต อ้อมขอแสดงความยินดีกับทุกรางวัลนะคะ
ปีนี้เป็นอีกปีที่อ้อมมีโอกาสไปลุ้นรางวัลของประเภทละคร พร้อมๆ กับบรรดานักแสดง ผู้กำกับ คนทำงานด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะวันนั้นได้รับโอกาสทำหน้าที่พิธีกรคู่กับคุณพีเค บอกเลยว่าเวลาเรามองลงไปแล้วได้เห็นนักแสดง ทั้งรุ่นเล็กหรือใหญ่ จะมาจากช่องไหนเรื่องไหนมานั่งอยู่ใกล้ๆ กัน มันอดยิ้มไม่ได้กับภาพของการให้เกียรติ กับการมีชื่อเข้าชิงในสาขาต่างๆ ของรางวัล และที่สำคัญคือรอยยิ้มและการปรบมือ เมื่อมีการประกาศชื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมา แม้จะไม่ใช่งานของตัวเอง
อ้อมมักจะชื่นชมกับบรรยากาศอะไรแบบนี้ค่ะ ไม่จำเป็นว่าต้องชนะแล้วถึงยิ้ม ไม่ต้องหงุดหงิดแม้จะไม่ได้รางวัลอะไรเลย เพราะน้อยที่สุด อ้อมเชื่อว่า แต่ละชื่อที่ถูกนำเสนอเข้ามา มันย่อมพิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ จนส่งผลให้คณะกรรมการและคนดูเห็น และยอมรับอยู่แล้ว
จะว่าไปสำหรับหลายคน ถึงแม้ชื่อของเขาอาจไม่ได้ติดมาเป็น 1 ใน 5 แต่อ้อมเชื่อว่า เขาก็ไม่เสียใจ เพราะหลายคนที่อ้อมเห็นและรู้คือ คนประเภทนี้มักเป็นพวกที่ทำเต็มที่ ไม่ว่าจะทำอะไร แสดงบทไหน ใส่เต็มทุกครั้งตลอด เพราะฉะนั้น เขาก็ได้รับรางวัลกันอยู่ทุกวัน ทุกขณะกันอยู่แล้ว
ที่อ้อมพูดแบบนี้เพราะเราก็รู้ๆ กันอยู่นะคะว่า เมื่อไหร่ที่เรามีความสุขกับสิ่งที่ทำตรงหน้า นั่นหมายถึงเรากำลังมีช่วงเวลาที่ดี และมันคือผลตอบแทนที่เกิดขึ้นทันทีจากการลงทุนลงแรงนั้น คือ ทำปุ๊บได้ปั๊บ ไม่ต้องรอชาตินี้ ชาติไหน ทำดีก็ดีเลย ส่วนรางวัลหรือคำชมเหล่านั้น ล้วนเป็นโบนัสในชีวิตเท่านั้นเอง
เหมือนที่คุณทวดที่อ้อมเคารพสอนค่ะว่า “ไม่ว่าจะทำอะไร เราทำให้สุดฝีมือ ทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องไปแข่งกับใคร แล้วทีนี้เขาจะชม ใจเราก็ไม่ต้องไปฟู หรือถ้าเขาจะติ ใจก็ไม่ต้องแฟบ เฉยๆ ไว้ ไม่ต้องยินดียินร้าย ทำไปแล้วก็แล้วไป ถ้าคนชมก็รู้แค่ว่า ที่ทำมันถูก ถ้าถูกติ ก็นำมาไตร่ตรองเพื่อปรับปรุง ให้มันถูกต้องทำนองคลองธรรม แค่นั้นเอง”
พูดถึงเรื่องทำสุดฝีมือ ตั้งแต่มีช่องดิจิทัลขึ้นมา มันก็เป็นช่องทางให้หลายๆ คนพิสูจน์ฝีมือกันมากขึ้น ทั้งผู้ผลิต ทั้งนักแสดง อย่างที่เห็นกันนอกจากเจ้าใหญ่ๆ อย่างช่อง 3 ช่อง 7 เดี๋ยวนี้มีทั้งช่องวัน ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 พีพีทีวี ที่เดินหน้าผลิตละคร ซึ่งต่างก็มีจุดแข็ง และความแตกต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับช่องวันนี้ แทบไม่ต้องพูดถึงความเป็นแอ็กแซ็กท์การันตีอยู่แล้ว กับผลงานที่เห็นๆ กัน อย่างที่เพิ่งจบไปก็เรือนร้อยรัก หรือที่ออนแอร์อยู่อย่าง กรุงเทพมหานครซ้อนรัก ส่วนของจีเอ็มเอ็ม 25 กับพีพีทีวี ที่นับว่าค่อนข้างจะใหม่กับละครกว่าถ้าเทียบกัน แต่ในแง่ของผลงาน ก็จัดว่าน่าสนใจทั้งคู่ เพราะอย่างล่าสุดสำหรับรางวัล “คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 13” พีพีทีวีก็มีชื่อเข้าชิงอยู่ในสาขาละครยอดเยี่ยมจากเรื่อง รัตนาวดี
ส่วนจีเอ็มเอ็ม 25 ก็มีความแตกต่างที่เป็นจุดแข็งมากเลยก็ว่าได้ ในส่วนของ คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรีส์ ที่นำเอาเรื่องเล่าจากแฟนรายการวิทยุคลับฟรายเดย์ คลื่นกรีนเวฟมาทำเป็นละคร จนบางเรื่องที่ประสบความสำเร็จมากๆ นั้นต้องเขียนบท สร้างเรื่องกันใหม่ใหญ่โต เพื่อต่อยอดสนองความต้องการของคนดู ซึ่งนี่อาจเป็นข้อได้เปรียบในการที่ไม่ได้ใช้เรื่องจากบทประพันธ์ดั้งเดิมในบางที เหมือนตอนนี้ “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ก็สร้างมาจากความสำเร็จของ คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรีส์ 6#ความรักไม่ผิด ผิดที่เพื่อนรัก ที่มีกอล์ฟ พิชญะ, กิ๊บซี่, สายป่าน แสดงนำ โดยส่วนตัวอ้อมว่าเรื่องที่เกี่ยวกับความรักและเพื่อน มันมีความเห็นแก่ตัว กิเลส และความลุ่มหลงที่ทั้งหยาบทั้งละเอียดคละเคล้ากันค่ะ คล้ายๆ บางส่วนในสังคมสมัยนี้เลยก็ว่าได้ อย่างที่เราพูดกันบ่อยๆ แหละค่ะ ดูละครแล้วย้อนดูตัว แต่เดี๋ยวนี้ไม่แน่ เผลอๆ เรื่องของตัวอาจไปอยู่ในละครสักเรื่องซะเองก็ได้ใครจะรู้
อย่าลืมนะคะ ทำอะไรก็ทำให้เต็มที่ ดูละครก็แค่ “ดู” ให้เต็มที่ ตัวละครไหนที่ไม่ดี ก็ไม่ต้องไปใส่ใจ อย่าเอาเข้ามา “ใส่” ในตัวของคุณเอง เพราะ#ชีวิตจริงเทกไม่ได้#มันไม่จบง่ายๆ เหมือนละคร



