
'หนังไทยบนเวทีคมชัดลึกอวอร์ด'
24 มี.ค. 2559
'หนังไทยบนเวทีคมชัดลึกอวอร์ด' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
แม้เวทีคมชัดลึกอวอร์ดปีนี้ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ จะกวาดรางวัลในประเภทภาพยนตร์ไปครองแทบทุกสาขา แต่ก็ถือว่า เป็นปีแห่งวงการหนังอิสระที่ขึ้นมาประกาศความยอดเยี่ยมบนเวทีได้อย่างสง่างามอีกครั้ง
ในจำนวนหนัง 13 เรื่อง ที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลแต่ละสาขา ครึ่งหนึ่งมาจากแวดวงคนทำหนังอิสระ หรือหนังที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น ที่ว่างระหว่างสมุทร (เข้าชิงสมทบหญิง) อนธการ (รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม) Snap แค่ได้คิดถึง (เข้าชิงเกือบทุกสาขายกเว้นสมทบชาย-หญิง) เพลงของข้าว (ชิงผู้กำกับและหนังเยี่ยม) พี่ชาย My Hero (ชิงทุกสาขายกเว้นสมทบและนำหญิง) ฟ.ฮีแลร์ (ชิงสมทบชาย) และถึงแม้ ฟรีแลนซ์ คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยม บท นักแสดงสมทบหญิงและนำชาย-หญิงไปครอง แต่ก็อย่าลืมว่า นี่คือหนังของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ คนทำหนังที่เติบโตมาจากแวดวงหนังนอกกระแสและสร้างชื่อมาจากสายคนทำหนังอิสระมาก่อน และก็เหมือนกันทุกๆ ปี ที่หนังนอกกระแส มักจะคว้ารางวัลสำคัญบนเวทีคมชัดลึกอวอร์ดไปครองได้ทุกครั้ง เช่นเดียวกับสาขาอื่น อย่างเพลงไทยสากล และเพลงไทยลูกทุ่งที่ศิลปินอิสระไม่ได้สังกัดค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ก็มักจะขึ้นมาคว้ารางวัลไปได้อยู่บ่อยครั้ง
แวดวงคนทำงานศิลปะและคนทำงานสื่อ โหยหาคนที่มีความหาญกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ วงการหนังและเพลง ดูเหมือนจะขาดแคลนคนเหล่านี้ รางวัลคมชัดลึกอวอร์ดจึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนอยู่กลายๆ ในฐานะของสื่อที่เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเรื่องราวภาคศิลปะบันเทิง และก็อดยกย่องชื่นชมไม่ได้ หากได้เห็นใครสักคนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าผลงานเขาคนนั้น จะถูกเผยแพร่ในแวดวงจำกัด อาจเพราะขัดสนเรื่องทุนรอน หรือถูกผลักออกไปจากสื่อกระแสหลัก เพราะหน้าตา น้ำเสียง หรือวิธีนำเสนอ ผิดแผกแตกต่างจากที่เคยเห็นเคยได้ยินมาชินหูชินตา เจ้าของพื้นที่สื่อเลยคิดว่า ผลงานเหล่านั้นไม่น่าจะขายได้หรือสร้างผลกำไรในเชิงธุรกิจ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นความจริงแค่ในระดับหนึ่ง ทว่าหากมองในแง่คุณค่าทางศิลปะแล้ว ผลงานเหล่านั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน ความสำคัญในเชิงพาณิชย์อาจไม่ได้สำคัญไปกว่าความกล้าหาญและตั้งใจในสิ่งที่พวกเขาลงมือลงแรงทุ่มเททำลงไปภายใต้แรงปรารถนาที่เรียกว่า ‘ความคิดสร้างสรรค์’
สำหรับแวดวงหนังไทยปีที่ผ่านมา แม้จะไม่มีปรากฎการณ์หนังร้อยล้าน (ยกเว้น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค อวสานหงสา)ออกมาให้เห็นแต่เป็นที่น่าชื่นใจว่า เกิดปรากฎการณ์หนังเล็กๆ จากคนทำหนังอิสระมากมายเข้าฉายให้ชมกันตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่าสิบเรื่อง บางเรื่องถึงไม่ได้ติดอยู่โผคมชัดลึกอวอร์ด อย่าง Y/our Music, Vanishing Point แต่หนังเหล่านี้ ก็น่ายกย่องชื่นชม ทั้งความกล้าในบอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆหรือไอเดียความคิดสร้างสรรค์ที่มองเห็นว่าหนังไทยยังมีเรื่องราวและมุมมองที่สามารถเล่าออกไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ในตลาด แม้หนังเหล่านั้นเกือบทั้งหมดจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ก็ตาม แต่การได้เห็นงานที่มีความแปลกใหม่ปรากฎขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังพอมีความหวังได้ว่าวงการหนังไทย ยังมีศักยภาพพอที่จะเติบโตได้อีกไกลทั้งในมุมมองด้านศิลปะหรือพาณิชย์ อีกทั้งยังกรุยทางหรือสร้างเส้นทางใหม่ๆ ให้คนทำหนังอีกมากมายได้มองเห็นช่องทางที่จะพาหนังออกไปหาคนดู และกล้าที่จะหอบหิ้วหรือพัฒนาความคิดอ่านผ่านหนังปรากฎให้เห็นเป็นรูปธรรม สร้างความหลากหลายให้เกิดกับวงการหนังไทยมากขึ้น
ขอแสดงยินดีกับผู้ที่ได้รางวัลคมชัดลึกอวอร์ดปีนี้อีกครั้ง ทั้งคนทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง แต่ขณะเดียวกันก็ขอแสดงความยกย่องชื่นชมคนทำหนังอย่าง โสภาวรรณ บุญนิมิตร และ พีรชัย เกิดสินธุ์ สองผู้กำกับจาก “ที่ว่างระหว่างสมุทร” กับ การสะท้อนประเด็นแรงงานและชุมชนชาวพม่าในไทย ที่ยังไม่มีใครพูดถึงอย่างจริงจังแบบนี้มาก่อนในหนังไทย ขอแสดงความนับถือในความพากเพียรของคนทำหนังอย่าง วราลักษณ์ หิรัญเศรษฐวัฒน์ กับ เดวิดรีฟ ที่ออกตระเวนบันทึกเรื่องราวเสียงดนตรีจากทั่วประเทศมาให้ได้รับรู้กันใน Y/our Music รวมทั้งขอแสดงความคาราวะในความกล้าหาญของ จักรวาล นิลธำรงค์ ในการนำเสนอภาพสวยๆ อันแปลกตา เพื่อสะท้อนความคิดอ่านภาวะปัจเจกบางอย่างของคนทำหนังใน Vanishing Point ขณะเดียวกัน ก็ขอต้อนรับคนทำหนังหน้าใหม่อย่าง อนุชา บุญยวรรธนะ จาก อนธการ, จอช คิม จาก พี่ชาย My Hero เข้าสู่ทำเนียบคนทำหนังคุณภาพ คมชัดลึกอวอร์ด ตามหลังผู้กำกับอย่าง นวพล และ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (Snap แค่ได้คิดถึง) รวมถึง อุรุพงษ์ รักษาสัตย์ (เพลงของข้าว) ที่มีชื่อเข้าชิงและคว้ารางวัลทุกปีที่มีหนังของพวกเขาออกฉาย รวมถึงคนทำหนังท่านอื่นๆ ที่เคยได้รางวัลไปก่อนหน้านี้ และขอเป็นกำลังใจให้นักแสดงน้อยใหญ่อีกมากมาย แม้หลายคนจะพลาดรางวัลในปีนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการแสดงของเขาและเธอจะด้อยกว่าคนที่ได้รางวัล ในปีต่อๆ ไปหวังว่าเราจะได้เห็นการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ดวงใจ หิรัญศรี หลังจากฝากฝีมือไว้ในบทสมทบเล็กๆ ไม่กี่ฉากใน “อนธกาล” แต่พลังลึกลับที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ บอกได้ว่านี่คือนักแสดงเจนเวที ที่รอปล่อยของในผลงานเรื่องต่อไป เช่นเดียวกับ โอบนิธิ วรรธนวรางค์ นักแสดงหนุ่มที่น่าจะไปได้ไกลในเส้นทางนี้ รวมถึงหนูน้อย มาริสา คิดด์ และ อิงครัตน์ ดำรงศักดิ์กุล ที่ความสามารถทางการแสดงยังพัฒนาไปได้อีกไกล เพราะฉายแววออกมาให้ได้เห็นกันแล้วตั้งแต่อายุยังน้อย
พบกันคมชัดลึกอวอร์ด ปีหน้าครับ



