บันเทิง

'ผ้าห่มผืนสุดท้าย'จักห่มแผ่นดินให้ร่มเย็น

'ผ้าห่มผืนสุดท้าย'จักห่มแผ่นดินให้ร่มเย็น

23 มี.ค. 2559

“ผ้าห่มผืนสุดท้าย” จักห่มแผ่นดินให้ร่มเย็น : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

 
          “ผ้าห่มผืนสุดท้าย” ละครเวทีเรื่องล่าสุดของ “บอย" ถกลเกียรติ วีรวรรณ 
 
          ซึ่งชื่อเรื่องสื่อถึงความหมายตรงทีเดียว เพราะเมื่อทหารเสียชีวิตลงจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดิน สิ่งที่จะตอบแทนได้อย่างสมเกียรติ คือการใช้ “ธงชาติ” ห่มคลุมร่างของพวกเขา    
 
          สำหรับดิฉัน ทีแรกออกจะแปลกใจ ที่จู่ๆ คุณบอยลุกขึ้นมาทำเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตทหารหาญในช่วงนี้ แต่มารู้ภายหลังว่าเป็นการสร้างสรรค์ผลงานระหว่าง ซีเนริโอ และกอ.รมน. ก็คิดว่าคงมีการร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างดี      
 
          รั้วของชาติแต่ละคนที่นำเสนอผ่านเรื่องราวในละครเวทีล้วนมีพื้นชีวิตที่แตกต่าง...
 
          คนหนึ่งไม่เพียงเป็น "ผู้นำหน่วยเก็บกู้ระเบิด" เท่านั้น แต่เขายังเป็น “ผู้นำครอบครัว" ที่เริ่มจะแตกสลาย จากความไม่เข้าใจของลูกสาวคนเดียวของเขาอีกด้วย 
ผู้พันโตมร (รับบทโดย อ้น สราวุฒิ) นายทหารผู้เด็ดขาด ต้องทำทุกอย่างเพื่อคืนความรักความผูกพันของลูกสาว(รับบทโดย ชาช่า อริต์ตา) กลับมาให้ได้
อนิจจา แม้สิ่งที่เขาคาดหวังจะได้กลับคืนมาแบบหมดหัวใจ แต่ทว่าเขาก็ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ 
 
          ความดีงามของช่วงนี้คือ “ลูกสาว” ที่เคยเกลียดทหาร เพราะทหารคนนี้ทิ้งแม่ไป มาวันนี้เธอกลับพูดอย่างเข้มแข็งขณะกอดภาพพ่อเพื่อนำศพกลับบ้านว่า 
“หนูรักพ่อ หนูภูมิใจที่เป็นลูกของพ่อ” 
 
          มาที่นายทหารอีกคน...หมอหนุ่มจอมหักมุม เพราะแทนที่จะเป็นหมอตามที่ร่ำเรียนมา แต่เขากลับสมัครเป็นทหาร เพียงเพราะคิดว่าคนที่เขารักจะชอบคนในเครื่องแบบทหารมากกว่าชุดกาวน์ 
 
          หมอต่อ (รับบทโดย จูเนียร์ กรวิชญ์) เป็นเพื่อนกับ แป้ง (รับบทโดย ดิว อริสรา) ตั้งแต่สมัยเรียน แต่ไม่กล้าบอกความในใจ จนสาวไปรักคนอื่น 
กว่าจะไล่เรียงความรู้สึกกันได้ก็เมื่อ “หมอต่อ” ได้สิ้นใจในเขตรบชายแดนใต้เสียแล้ว
 
          ปิดท้ายที่นายทหารสองพี่น้องคู่ปรับตลอดกาล เรื่องราวของผู้กองป้อง (รับบทโดย โอ อนุชิต) และผู้กองเป้ (รับบทโดย อ้น กรกฎ) ที่ประจำการอยู่ภาคใต้ ทิ้งผู้เป็นแม่ (รับบทโดย เหมี่ยว ปวันรัตน์) อยู่กรุงเทพฯ ลำพัง 
 
          ด้วยความเป็นห่วง แม่จึงลงมาหาที่ภาคใต้ ทั้งสองจึงคิดแผนการหลอกให้แม่คิดว่าภาคใต้ปลอดภัย ไม่ได้น่ากลัวอย่างในข่าว 
 
          โดยที่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าแม่รู้ทุกอย่าง แต่เธอเต็มใจที่จะให้ลูกได้ทำหน้าที่ชายชาติทหารอย่างเต็มที่ และประโยคเดียวที่ทำให้ทุกคนน้ำตาซึมก็คือ แม่พูดว่า 
‘หน้าที่ของแม่ก็ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อลูกเหมือนกัน’
 
          สิ่งที่ผู้เป็นแม่ทำได้คือ สวดมนต์ภาวนาให้ลูกแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง 
 
          ช่วงเวลาสั้นๆ ที่่สองพี่น้องที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวนั่งคุยดีๆ กลับทำให้รู้ว่าพวกเขาไม่เพียงห่วงแม่มากเท่านั้น แต่ทั้งสองยังรักกันอย่างที่สุดอีกด้วย 
เป็นความรู้สึกแท้จริงที่ทั้งสองบอกต่อกันอย่างเปิดเผย แต่น่าเสียดายที่เป็นการสนทนาครั้งสุดท้ายของพวกเขา...  
 
          ทั้ง 3 ชีวิตที่นอนสงบภายใต้ธงชาติไทยตั้งแต่ช่วงเปิดเรื่อง ได้เสียชีวิตในการปฏบัติหน้าที่ในวันที่ 31 ธันวาคม รอยต่อเข้าสู่ปีใหม่ที่ทุกคนน่าจะได้กลับบ้านเพื่ออยู่กับคนที่พวกเขารัก 
 
          ‘ทหารจะกลับบ้านทำไม ในเมื่อทุกๆ ที่ในประเทศไทยที่เขายืนอยู่ก็คือบ้านของเขาเอง’
 
          เป็นคำพูดของผู้เสียสละที่ทำให้คนฟังอึ้งจริงๆ 
 
          ทั้ง 3 เรื่องหลักที่เล่าถึง ตัดสลับไปมาอย่างลื่นไหล ดูสนุก หลากหลายอารมณ์ โดยมี ท็อป (รับบทโดย ฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์) และจ่าศักดิ์ (รับบทโดย เอ๋ สมาร์ท) เป็นผู้ผสาน 3 เรื่องนี้เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
 
          ละครเรื่องนี้กำกับการแสดงโดย “สันติ ต่อวิวรรธน์” ได้มือเขียนบทอย่าง “กิตติ เชี่ยววงศ์กุล” 
 
          จากที่ดิฉันเคยคิดว่า “ทหาร” มีชีวิตไม่ต่างจากพวกเรา เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน แต่วันนี้ต้องพยายามคิดให้มากกว่านั้นก็คือ อะไรที่ทำให้พวกเขายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่น เพื่อความสงบสุขของทุกคนในชาติ 
 
          ละครเวที “ผ้าห่มผืนสุดท้าย” น่าจะเป็นคำตอบของคำถามที่ค้างคาใจได้ดีทีเดียว  
 
          ถ้าสะดวกอยากให้ไปชมกัน เปิดการแสดงที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ จนถึงวันที่ 3 เมษายนนี้นะคะ