
'อัยยวัฒน์'ซ้อมชูถ้วย?'เลสเตอร์'ทำเสื้อไปแชมเปียนลีก?
22 มี.ค. 2559
อัยยวัฒน์ ซ้อมชูถ้วย ? เลสเตอร์ ทำเสื้อไปแชมเปียนลีก ? : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ดูเหมือนว่า... ถ้ามีสายตาของใครสักคน จะมองทวนย้อนกลับไปในถิ่นเลสเตอร์กับวันวาน อันแสนนานนั้น
จะเป็น The fosse road หรือย่าน filbert street ใครสักคนนั้นคงจะเห็นสุนัขจิ้งจอก เดินกันอยู่มากมาย และเกิดประเพณีการล่าของคนยุคก่อน...
หลายครั้ง สุนัขจิ้งจอกมาเดินเพ่นพ่านในสวนหลังบ้านของผู้คน แต่ในเวลานั้น ปีนั้น มันคงไม่รู้สวนหลังบ้านของตึกสีอิฐแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนน fosse ได้กลายมาเป็น garden ประวัติศาสตร์ ...
มันเป็นประวัติศาสตร์เพราะสนามหลังบ้านแห่งนั้น กลายเป็นสนามซ้อมบอลของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังดังที่สุดตอนนี้
เช่นนี้เอง เราจึงไม่อาจฟันธงได้ว่า ความเรืองรองรุ่มรวยของจิ้งจอกสยาม มีจุดเริ่มต้นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจมาจาก fosse จาก filbert street และพุ่งขึ้นสูงกับยุคของ “king power” ที่กำลังจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก “ครั้งแรก” ในประวัติศาสตร์ (ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้นะคะ)
เช้าวันหนึ่ง หลังจากอ่านข่าวกีฬาเสร็จทางทีวี ทาง BBC โทรมาสัมภาษณ์และถามว่า ถ้าเลสเตอร์ได้แชมป์จริง จิ้งจอกสยามจะคล้ายๆทีมอะไร ผมตอบไปว่าก็จะเป็นน้องๆ ทีมฟอเรสต์ปี 1977-1979 ที่ปีแรกขึ้นชั้น...
ปีที่สองได้แชมป์ดิวิชั่น 1 เก่า และปีถัดมาเป็นแชมป์ยุโรป ปีที่แล้วเลสเตอร์หนีตาย และน่าจะไม่รอด แต่ก็รอด ปีนี้คนหนุ่มเจ้าของทีมอย่าง อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา บอกว่า ขอแค่ไม่ตกชั้นก็พอใจแล้ว “ผมไม่ชอบการเป็นโยโย่ ทีม” เขาบอกกับผมที่รางน้ำ
..ขณะที่ห้วงยามนี้ CCN BBC NHK Sky Sport และสื่อทั่วโลกกำลังจองคิวประธานสโมสร ที่เบียดสูสีกับคิว“เจ้าคุณธงชัย” นั้น บางที เมื่อคิดย้อนกล้บไปในปีแรกที่คิง เพาเวอร์ เข้ามาซื้อทีม ทั้งคุณวิชัย และ อัยยวัฒน์ อาจเคยเจอกับภาวะแบบที่สำนวนฝรั่งเขาเรียกว่า all hell broke loose มาก่อน (แปลว่า หันไปทางไหน ก็เจอแต่เรื่องหนักๆ)
เพราะเท่าที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์คุณต๊อบในหลายเล่ม ปีแรกที่เข้ามาซื้อทีม มีทั้งโดนลองของ ทั้งไม่เชื่อฟัง และที่ใหญ่สุดคือ คำถามของแฟนบอลในท้องถิ่น ที่สงสัยในการเข้ามาของเจ้าของคิง เพาเวอร์
ทว่า ในเวลาสั้นๆ คิ้วที่เคยขมวด แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเมื่อทีมไปได้ดี ผมเคยทึ่งครั้งหนึ่ง เมื่อตัวเองไปเลสเตอร์ ระหว่างที่นักข่าวนั่งกินข้าวกัน ตัวเองหนีออกมาสำรวจความรู้สึกแฟนบอลรอบๆ สนาม แกล้งเข้าไปในผับ ในร้านอาหาร แกล้งซื้อเบียร์เข้าไปยืนกินปะปนกับแฟนบอลเลสเตอร์
ผลก็คือ พอพวกเขารู้ว่าเป็นกะเหรี่ยงมาจากไทยแลนด์ แฟนบอลหลายคนเข้ามาเชคแฮนด์ พูดคุยยิ้มแย้ม และชนแก้ว ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ผมคิดว่าแฟนบอลที่มีความเป็น traditional มากเท่าไหร่ ดูมีอัธยาศัยมากกว่าแฟนบอลที่เป็น urban city (เรื่องเลสเตอร์โมเดลนี่ ผมมีคิวไปพูดที่สแตมฟอร์ด ป.โท และงานการท่องเที่ยวของททท. สัปดาห์หน้า)
คำถามคือ เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง จากความสำเร็จของเลสเตอร์ในปีนี้ ซึ่งไม่ว่าจะได้ที่ไหร่ 1 หรือ 2 ถือว่าทีมประสบความสำเร็จมาก ....มากขนาดที่อัตราต่อรอง ก่อนแข่งนัดแรก คือ 5000-1
อย่างแรกคือ underdog ไม่ได้มีแต่ในออสการ์หรือการแข่งม้า เลสเตอร์สามารถเป็นเดวิด ที่ฆ่าโกไลแอธ หรือแจ๊คที่ฆ่ายักษ์ได้ในหลายๆนัด แต่ผมชอบอย่างที่สอง...
ฟุตบอลไม่ใช่การ “ซื้อทีม” แต่เป็นการลงแรง “สร้างสโมสร” ที่ต้องมีหลายอย่างมากกว่าเงิน (แมนซิ หรือ แบล๊คเบิร์น 1995 คงเข้าใจดี)
มุมนี้เอง ที่น่าสนใจว่า อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา คุยกับกับ เคลานิโอ รานิเอรี แล้วผู้ชายสูงวัยที่เคยมองว่าเป็น มิสเตอร์ทิงเกอร์แมน กลับเป็นคำตอบใหญ่ของเลสเตอร์ หลังจากเปลี่ยนผู้จัดการทีม
ทัศนคติ ...จริตที่ไปด้วยกันได้ในมองทำงาน ...สายตาที่มองเห็นวิวข้างทางเหมือนกัน คงมีอีกมากมายหลายอย่าง ที่เราไม่รู้
แต่ถ้าจะไปถามเขาในยามนี้ คุณต๊อบอาจจะไม่ว่าง เพราะกำลังซ้อมชูถ้วยพรีเมียร์ลีก
พร้อมๆ กับกำลังศึกษาว่า มีรถเมล์สายอะไรบ้าง ที่แล่นไปมา ของถนนแชมเปียนลีก 2017



