บันเทิง

คุยกับ‘นีอา วาร์ดาลอส’ผู้พลิกโฉมวงการโรแมนติก-คอมเมดี้

คุยกับ‘นีอา วาร์ดาลอส’ผู้พลิกโฉมวงการโรแมนติก-คอมเมดี้

20 มี.ค. 2559

บันเทิงต่างประเทศ : คุยกับ ‘นีอา วาร์ดาลอส’ สาวเก่งผู้พลิกโฉมวงการโรแมนติก-คอมเมดี้

 
      ย้อนไปก่อนปี 2002 หากพูดชื่อ นีอา วาร์ดาลอส ก็คงจะไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง My Big Fat Greek Wedding เปิดตัวฉายในโรงภาพยนตร์เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก็กลายเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ ที่ทำรายได้สูงสุดในสหรัฐอเมริกามาจนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่มีใครโค่นสถิติลงได้ และยังเกิดปรากฏการณ์พลิกโฉมวงการโรแมนติก-คอมเมดี้ ส่งให้ นีอา วาร์ดาลอส นักเขียนบท แสดงนำเป็น ทูล่า โปร์โตกาลอส นางเอกของเรื่อง ดังเป็นพลุแตก เมื่อเธอได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2003 สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และเข้าชิงลูกโลกทองคำปี 2003 สาขานักแสดงนำหญิง ในภาพยนตร์ตลกยอดเยี่ยมอีกด้วย และด้วยเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ที่ยังคงเฝ้ารอการกลับมา ของเหล่าโปร์โตกาลอสอยู่ไม่เว้นวัน ผ่านไป 13 ปีก็ถึงเวลา ที่จะพาครอบครัวสุดฮา ซ่า บ้า ทะลึ่ง ของเธอ กลับมาสร้างเสียงหัวเราะให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันอีกครั้ง ใน “My Big Fat Greek” ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพยนตร์เรื่องนี้
 
@ อะไรคือเหตุผล ที่ทำให้คุณนำภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาทำภาคต่อ
 
      ในตอนแรก ฉันไม่อยากทำภาคต่อเลย เพราะในตอนจบภาคแรก ฉันเขียนให้ทูล่า (นีอา) กับเอียน (จอห์น คอร์เบ็ตต์) มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งตัวฉันเอง ไม่เคยมีลูกมาก่อน และถึงแม้ฉันจะเป็นนักเขียนบท ฉันก็ไม่สามารถเขียนเรื่องราวขึ้นมาจากอารมณ์ความรู้สึก ที่ตัวเองไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้ แต่ในปี 2008 ฉันกับสามีได้ไปรับ อิลาร่า ลูกสาวของเรามาเลี้ยง จากนั้นเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับลูก ก็ทำให้ได้ไอเดียขึ้นมา ฉันก็รีบโทรหาจอห์นทันที บอกเขาว่า “ฉันคิดออกแล้ว นายเอาด้วยไหม” จากนั้นทุกสิ่งก็เริ่มขึ้น
 
@ ภาคนี้เป็นเรื่องราว เหตุการณ์ระหว่างคุณกับลูก
 
      ใช่เลย มันเริ่มตั้งแต่การที่เราได้เป็นแม่คน ฉันลองทำทุกอย่างเลย ตั้งแต่หัดหั่นผักปลอดสารพิษไว้ทำน้ำซุปให้ลูกกิน ไปจนถึงการสมัครเข้ารับการอบรมพ่อแม่สำหรับลูกวัยก่อนเข้าเรียนตั้งหลายคอร์ส แล้วจนวันที่ฉันพาลูกไปเข้าโรงเรียนเป็นวันแรก มีคุณแม่อีกคนพูดกับฉันว่า “เดี๋ยวอีก 13 ปี เด็กพวกนี้ก็จะเข้ามหาวิทยาลัย ย้ายจากบ้านไป” คำพูดของคุณแม่คนนั้นทำให้ฉันกลัวจนตัวแข็งเลย ฉันก็เลยรู้ตัวว่า ตัวเองกลายเป็นพ่อแม่สไตล์กรีกที่ชอบเจ้ากี้เจ้าการลูกไปซะแล้ว และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นไอเดียของภาคต่อนี้ และฉันยังนำเรื่องราวของตัวเองและลูกมาเขียนหนังสือโดยตั้งชื่อเรื่องว่า instant mom (คุณแม่ชั่วข้ามคืน) ขึ้นมาเมื่อปี 2013 เล่าเรื่องของฉันกับอิลาร่า มันติดชาร์ทเบสต์เซลเลอร์ด้วย
 
@ พูดถึงชาวโปร์โตกาลอส ภาคนี้พวกคุณมากันครบเลยใช่ไหม
 
      แน่นอนค่ะ มันจะไม่ใช่ตระกูลโปร์โตกาลอสแน่นอน ถ้าไม่มีกัส พ่อของทูล่า คอยเดินฉีดน้ำยาล้างกระจกยี่ห้อวินเด็กซ์ไปทั่วบ้าน ไม่มีป้าวูล่าคอยปล่อยเรื่องเม้าท์เคล้ากลิ่นทะลึ่ง ไม่มีคุณแม่อย่างมาเรียที่หาเรื่องกินได้ตลอดเวลา และไม่มีพวกเราทุกๆ คนคอยเฮฮาปาร์ตี้กัน แม้แต่เบส ไมลส์เลอร์ ที่ภาคนี้จะกลายเป็นคุณทวดแล้ว ก็ยังกลับมา สุขภาพเธอแข็งแรงมากเลยค่ะ ส่วนญาติๆ ของฉัน ที่เคยร่วมเข้าฉากในภาคแรก ก็ยังตามมาเล่นด้วยแทบทุกคนเลยนะ
 
@ บรรยากาศในกองถ่ายคงจะอบอุ่นน่าดู
 
      ยอดเยี่ยมมาก ที่ได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน มันเหมือนงานรวมญาติครั้งใหญ่เลย จริงๆ แล้วหลังจบภาคแรก พวกเราก็ยังเจอหน้ากันอยู่บ่อยๆนะ ไปกินข้าวด้วยกันอยู่ตลอด แต่พอวันแรก ที่เรามาถึงกองถ่ายภาคนี้ เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้กลับมาเจอกันครบๆ ทำเอาทุกคนบ่อน้ำตาแตกกันไปเลย เราคิดถึงครอบครัวโปร์โตกาลอสกันมากจริงๆ
 
@ แล้วสมาชิกใหม่ของครอบครัวล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง
 
      ถ้าพูดถึง เอเลน่า คัมปูรีส เธอสามารถรับบทเป็นปารีสได้อย่างหมดจดเลย  บางครั้งฉันถึงกับกลัวขึ้นมาจริงๆ ด้วยซ้ำ ว่าเดี๋ยวพออิลาร่าโตขึ้น ฉันจะเป็นแม่ที่ดีพอไหมนะ แต่สมาชิกใหม่อีกคน ที่มีบทบาทต่อหนังครั้งนี้มาก ก็คือ เคิร์ก โจนส์ ผู้กำกับของเรา มันตลกมากเลย เวลาที่ดูคนมาดขรึมอย่างเขา พยายามจะจัดการกับนักแสดงหลากเชื้อชาติสุดเอะอะโวยวาย อันที่จริงฉันว่าไม่มีใครได้ยินเลยว่าเคิร์กพูดอะไรอยู่ เพราะพวกเราพูดมากทุกคนเลย แถมยังเสียงดังด้วย (หัวเราะ)
 
@ เคล็ดลับอะไรทำให้หนังภาคแรกประสบความสำเร็จสุดๆ และคาดหวังอะไรจากภาคนี้
 
      ฉันคิดว่า ในตอนที่ฉันเขียนบทภาคแรกฉันคิดว่า กำลังเขียนถึงครอบครัวของฉันเอง แต่พอคิดไปคิดมา มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น มันกลับกลายเป็นเรื่องครอบครัวของทุกๆ คนบนโลกนี้ มันทำให้หนังเรื่องนี้เข้าถึงได้ง่าย ผู้คนก็เลยชอบกัน สำหรับภาคนี้ ฉันบอกได้เลยว่า มันจะใหญ่กว่าเดิม ป่วนกว่าเดิม ฮากว่าเดิมแน่ๆ เพราะครอบครัวเราใหญ่ขึ้น มีตัวหลักเป็นรุ่นหลานเพิ่มมาอีก ความบ้า ความอบอุ่น จะทวีคูณแน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวฉัน แต่มันเป็นของคุณทุกๆ คน
 
@ สุดท้ายนี้ ด้วยความที่คุณเคยเป็นนักเขียนอิสระ ที่จู่ๆ ก็ดังในชั่วข้ามคืน มีอะไรที่อยากจะฝากกับนักเขียนรุ่นใหม่ๆ บ้าง
 
      ไม่ว่าคุณอยากจะเขียนอะไร ขอให้เฝ้ารอ เฝ้ามองประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตจริง เรื่องราวเหล่านั้น มันจะวิ่งมาหาคุณเอง จากนั้นคุณก็ถ่ายทอดเรื่องของตัวเองซะ แล้วก็หาหนุ่มหล่อๆ สักคน แล้วเอาบทนี้ยัดปากเขา ให้เขาแสดงออกมาซะ เหมือนที่ฉันทำกับจอห์น คอร์เบ็ตต์ไงคะ (หัวเราะ)
อยากรู้ว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะสนุกสนานขนาดไหน ติดตามชมได้ 31 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น