
'นครพนม'(ว่าที่)เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แดนอีสาน(2)
14 มี.ค. 2559
นครพนม (ว่าที่) เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แดนอีสาน (2) : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
ในเร็วๆ นี้ กำลังจะมีการคิกออฟเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ (Friendly Design Model City for All) แห่งใหม่ล่าสุดของประเทศไทยในยุคประชาคมอาเซียน อีกอย่างน้อย 2 จังหวัด นั่นคือ จ.นครพนม (ว่าที่) เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แห่งแรกในแดนอีสาน และ จ.สุราษฎร์ธานี (ว่าที่) เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แห่งแรกในปักษ์ใต้แดนสะตอ
หลังจากเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา จ.ตาก ได้จัดงานใหญ่คิกออฟเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แห่งแรกของประเทศไทยกันไปแล้วที่ อ.แม่สอด อย่างยิ่งใหญ่อลังการเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยสู่ประชาคมอาเซียน พร้อมมีพิธีลงนามเอ็มโอยู (Memorandum of Understanding) หรือการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันของ 15 องค์กร ในพื้นที่ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างทำ หรือปรับปรุงอารยสถาปัตย์ในตึกอาคาร หรือสถานที่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของแต่ละองค์กร
ขณะนี้ นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าฯ ตาก ร่วมกับเครือข่ายทูตอารยสถาปัตย์ในพื้นที่ กำลังเร่งขยายพื้นที่อารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลในเฟส 2 ต่อจากเฟสแรกที่มีการคิกออฟกันไปแล้ว โดยเฟส 2 จะมุ่งเน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด อย่างเช่น น้ำตกทีลอซู อ.อุ้มผาง ซึ่งกำลังมีการลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง และวางแผนการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ทางลาด ห้องสุขาอารยสถาปัตย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พักฟื้นสุขภาพ ผู้พิการ และผู้ที่ใช้รถเข็น จะได้สามารถเข้าถึงได้ มีโอกาสมาเที่ยวน้ำตกที่สวยอลังการแห่งนี้ได้เฉกเช่นคนปกติทั่วไป
อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือบรรดาเจ้าของโรงแรมที่พักต่างๆ ให้ช่วยกันปรับปรุงห้องพัก รวมถึงร้านอาหารต่างๆ สำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นให้สามารถมาใช้บริการได้สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เพื่อส่งเสริมกระแสโลกยุคใหม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) อย่างเต็มที่
ส่วนจังหวัดที่กำลังจะมีการคิกออฟเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์อีกแห่งในเร็วๆ นี้ คือ ที่ จ.นครพนม บ้านเกิดของท่านอดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตอนนี้กำลังขับเคลื่อนเดินหน้าพัฒนาอารยสถาปัตย์ในสถานที่สำคัญหลายแห่งใน จ.นครพนม กันอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมพร้อมสู่การคิกออฟเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แห่งแรกในแดนอีสาน
นอกเหนือจากบริเวณจุดชมวิวริมแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองที่กำลังดำเนินการสร้างทำอารยสถาปัตย์แบบจัดหนัก และจัดเต็มแล้ว ทางทีมงานเตรียมการคิกออฟเมืองอารยสถาปัตย์ที่ จ.นครพนม กำลังดำเนินการวางแผนปรับปรุง และพัฒนาอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลที่บริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร สัญลักษณ์สำคัญอันดับ 1 ของจังหวัด ว่าจะทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และโดยเฉพาะคนที่ใช้รถเข็น สามารถเข้าถึงสถานที่แห่งนี้ได้โดยสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม
โดยเริ่มจากการเตรียมทำทางลาดมาตรฐาน คือ ต้องไม่ชัน ไม่แคบ ไม่ลื่น ไม่อันตราย และมีราวจับในบางจุดตามความเหมาะสม และสวยงาม ที่สำคัญคือทางลาดต้องมีความเชื่อมโยงไปได้ทั่วบริเวณรอบๆ องค์พระธาตุ และสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในวัด อีกทั้งเตรียมจัดทำห้องสุขาอารยสถาปัตย์สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จากนั้นจะได้ประสานกับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลของ จ.นครพนม ผ่านทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติได้รับรู้ และมีโอกาสมาเที่ยวนครพนมได้มากขึ้นด้วย
พระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร บอกว่า ทางวัดกำลังเร่งปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเน้นความสะดวก และสวยงาม เพื่อให้คนทุกวัย ทั้งคนไทย และทั่วโลกได้มากราบนมัสการวัดพระธาตุพนมกันได้สะดวกสบายมากขึ้น โดยสิ่งใด ตรงไหน ที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรค ทำให้คนที่ใช้รถเข็นไม่สามารถมาได้ เราก็ต้องหาวิธีปรับปรุงแก้ไข
“อยากให้ที่วัดพระธาตุพนมเป็นวัดต้นแบบ เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นวัดที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่วัดอื่นๆ จะได้ช่วยกันปรับปรุงพัฒนาเรื่องอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลให้มากยิ่งขึ้นด้วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการจากทั่วโลก จะได้มาเที่ยวชมวัดพระธาตุพนมกันได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น” ท่านเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมกล่าว สาธุๆ
ด้าน คุณขจรศักดิ์ นิตชิน นายกเทศมนตรีตำบลพระธาตุพนม กล่าวด้วยความปลาบปลื้มยินดีว่า ถือเป็นความโชคดีของพี่น้องชาว อ.นครพนม โดยเฉพาะวัดพระธาตุพนม ที่กำลังจะได้เป็นต้นแบบในการปรับปรุงพัฒนาอารยสถาปัตย์ในศาสนสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย เพื่อช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุ คนพิการ รวมถึงเด็ก และสตรีมีครรภ์ ได้เข้าถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวนครพนมได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน
เมืองไทยดีขึ้นทุกวัน เพราะพวกเราทุกคน-ทุกฝ่ายช่วยกันคิดและลงมือทำอย่างต่อเนื่องและแข็งขันครับ



