
เล่นหูเล่นตา:ซ้อมแล้ว....ซ้อมอีก
14 มี.ค. 2559
ซ้อมแล้ว....ซ้อมอีก : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
งานคอนเสิร์ตรวมที่ดูเหมือนจะธรรมดาทั่วไปไม่ต้องทุ่มเทอะไรมากนักและไม่ต้องแบกอะไรไว้คนเดียวเพราะไม่ใช่คอนเสิร์ตเดี่ยวกลับทำให้ฉันตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะทำมันให้เต็มที่ทุกครั้งที่ถูกเรียกซ้อมรวมกัน....พลังในตัวของคนคนเดียวก็มากพอที่จะทำให้สำเร็จได้แม้จะไม่ง่ายนัก...แต่หลายพลังรวมกันก็ยิ่งง่ายดายและสนุกมากขึ้น...จริงมั้ย?
สเตจไฟเตอร์ (Stage Fighter)...นักสู้ที่ต่อสู้เพื่อความสุขของคนดู....ทีมงานเอ-ไทม์ โชว์บิส (A-time showbiz) เขาให้นิยามไว้ฟังดูดุดันและแข็งแกร่ง แต่ในความเป็นจริงช่างกุ๊กกิ๊กคิกขุบ้าบอและหน่อมแน้ม....ที่ขาดไม่ได้ในทุกคนที่ขึ้นโชว์คือ...อาการนอยด์แดรกเล็กๆ! (วิตกจริต) คนที่จะไม่มีทีท่าที่แสดงอาการวิตกกังวลใดๆ ให้เห็นก็จะมีแต่...“ป๊อบ" ปองกูล เท่านั้น!
“โหยพี่....ผมไม่มีเสียงเลย ไม่รู้จะรอดรึเปล่า?”
ป๊อบจะออกตัวสไตล์นุ่มนิ่มแต่ไม่มั่นใจต่อทุกคนเสมอ เดาว่าเป็นการถ่อมตัวซึ่งก็เป็นปกติวิสัยของมันอยู่แล้ว ไม่มีใครคิดมากไปกว่านั้น...จนกระทั่ง...มันออกไปแผดพลังตอนเสียงสูงสุดของเพลงในวันแถลงข่าวเปิดคอนเสิร์ต
“หะ....อีป๊อบ...อิสสสสส...เมิงเอาอย่างนี้เลยใช่มะ?”
เสียง เบน ชลาทิศ แผดพุ่งออกไปทันควันหลังได้สดับตรับฟังพลังเสียงที่ออกมาจากขุมพลังเครื่องยนต์คูโบต้าที่มีพลังม้าเทียบเท่ารถแข่งระดับซูเปอร์คาร์....แหม!...ออกตัวเป็นสามล้อแต่ตอนพุ่งๆ เป็นเฟอร์รารีเลยเมิง!...พวกเราฮาทั้งป๊อบและเบนเวลาที่นางเชือดเฉือนกันด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบและทันกัน...ไม่มีใครยอมใครเลยค่าคุณผู้ชม!...บอกแล้วว่างานนี้ยังไม่ทันลงสนามเครื่องก็พุ่งแล้วค่ะคุณ ของเขาแรงเจงๆ!
นอกจากเสียงที่ไม่เป็นรองใครแล้ว เรื่องฝีปากของแต่ละคนนี่ลื้มมมม...งานนี้ระบบอาวุโสก็ยังมีอยู่...พี่ก็ยังเป็นพี่...ขาดแค่เรียก “มรึง-กรู” เท่านั้นแหละ! ดูอย่างน้องแก้มที่น่ารักโลกสวยและมีสัมมาคารวะยังไม่ยอมให้ป๊อบกระทำแต่ฝ่ายเดียว นางต้องตอบโต้เพื่อความอยู่รอด หมดสมัยนางเอกที่ถูกกระทำแต่ไม่โดนชำเราและถูกกลั่นแกล้งแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว!...แซบทั้งๆ ที่ไม่ใช่รสต้มยำค่าคุณ!
6 กุมภาพันธ์ 2559...เวลา 15.00 น....ทุกคนเข้าห้องใครห้องมันให้ช่างฟาดหน้าขยุ้มหัวฟังดูเป็นส่วนตัว...ความจริงก็แค่...มีที่กั้นเป็นคอกไว้เป็นสัดส่วน ถ้าเอาผ้าสีดำขึงล้อมไว้ก็วิกลิเกดีๆ นี่เอง...เป็นงั้นได้คงดีจะเป็นแม่ยกของกัน ณภัทรทุกวันเลย!...ฉันหันหน้าเข้าหากระจกปล่อยให้ อ.เอกตะปบผมฉันตามที่คิดไว้และข้าวตูก็ฟาดหน้าฉันไปตามจินตนาการของนาง ภาพฉันในกระจกดูเหมือนงิ้วแก้บนประจำปีตามศาลเจ้า....ว่าด้วยเรื่องหน้า-ผมอย่าได้ออกความคิดเห็นเดี๋ยวจะโดนยับ!....การแต่งหน้าทำผมโดยช่างระดับต้นๆ นี่เอาที่ “พวกนางสบายใจ”...ส่วนเราทำจิตให้นิ่งและเป็นกุศลเข้าไว้...อย่าอิแอะเดี๋ยวศพจะไม่สวย!...ไปลุ้นกันที่เมรุเอ๊ย!....บนเวที!...ถ้าลองแต่งเต็มบนเวทีแล้วยังไม่เป็นที่พอใจของพวกนาง พรุ่งนี้....“รู้เรื่อง” ยังมีเวลาให้แก้มือ...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อยค่าคุณ!....ลุ้นซะยิ่งกว่าร้องเพลงอีก! ...จะยังไงก็เถอะฉันเชื่อมั่นในฝีมือของพวกนาง....เอิ่ม...“คุณค่าที่คุณคิ้มคู่ควร”....แต่จะรับได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ทำมา!
มีเวลาเอ้อเร่อเอ้อเต่อถึง 6 โมงเย็นตอนประตูฮอลล์เปิดให้ผู้ชมเข้า...แต่ก่อนหน้านั้น คุณสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา จะเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มพิฆาต แปลได้ความว่า “สวยยากนักนะเมิง..ให้ไว!” ทำมานานจนรู้ทางเจ้านาย ฉันจึงมักจะรีบแต่งให้เร็จไวๆ แล้วแกล้งเดินนวยนาดผ่านหน้านางไปมา...ให้เห็นว่า “สวยอาจไม่ได้ดั่งใจ...แต่หนูเสร็จไวค่ะคุณพี่”...จากนั้น...นักร้องทุกคนจะมีหน้าที่ที่พึงกระทำก่อนขึ้นเวที...ถ้าเป็นนักมวยต้อง “ไหว้ครู” แต่ถ้าเป็นนักร้อง(ของพี่ฉอด)ต้อง “ไหว้เจ้า(ที่)” เอาเป็นว่าเป็นพิธีกรรม “มูเตรู” ที่ทางเอ-ไทม์ให้ความสำคัญสุดๆ อ่ะค่ะ...มันทำให้ฉันติดนิสัยก่อนขึ้นร้องที่ไหนต่อให้ไม่มีดอกไม้ธูปเทียนก็ต้องยกมือท่วมหัวไหว้เจ้าที่ขอให้สำเร็จลุล่วงไม่ติดขัดใดๆ....ก็มูเตรูอยู่นะเราอ่ะ!...มันเป็นเรื่องของจิตใจ ฉันเชื่อว่า...เมืองไทยของเราเต็มไปด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์และจิตวิญญาณอันดีงามที่ทำให้บ้านเรารอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ มาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า....ไม่ว่าจะทำสิ่งใดที่ไม่ดีก็ยังได้นึกละอายใจต่อผีสางเทวดาอย่างที่คนเฒ่าคนแก่ได้สอนไว้ก่อนจะไปนึกถึงบาปกรรม....ไม่มีพระก็เป็นคนดีได้...ไม่มีผัวก็มีความสุขได้(มะ)?!!....มันอยู่ที่ “สำนึก”
แต่งตัวเสร็จ...ไหว้เจ้าที่เสร็จ...ต้องออกมาถ่ายรูปรวมมวลหมู่กับพี่ฉอดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่...ฉันจะมองตาพี่ฉอดอีกครั้งก่อนแสดงจริง...ฉันเห็นความเชื่อมั่นในตัวฉันสะท้อนออกมาจากตาพี่ฉอด....(จู่ๆ ก็เป็นคนประจวบคีรีขันธ์ซะงั้น!) ตอนคอนเสิร์ตครั้งแรกของฉัน...“สโนว์คิ้ม” จบลง พี่ฉอดเดินมาบอกฉันว่า “คิ้ม...แกไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง” และนั่นคือมาตรฐานที่พี่ฉอดตั้งไว้ในตัวฉันตั้งแต่นั้นมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน..“หนูจะไม่ทำให้พี่ฉอดผิดหวัง...แต่...คนดูจะผิดหวังมั้ยค่อยมาลุ้นกันอีกที!!”
“เอ-ไทม์โชว์บิส...บลาบลาบลา...” วีทีอาร์โฆษณาขายของกันไป...จนกว่าจะได้ยินเพลงสรรเสริญดังขึ้น
“ข้า...วรพุทธเจ้า...” ฉันจะเริ่มน้ำตารื้น ขนลุก มือเย็นมีเหงื่ออกที่ฝ่ามือ “นั่นคืออาการที่แสดงว่า...ฉันพร้อมเต็มที่แล้ว” ถ้าเป็นคนท้องก็....น้ำเดิน...ปากมดลูกเปิด...เด็กกลับหัว...จะคลอดลูกแล้วค่าคุณตำรวจ!....แต่บางทีอะไรที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้เสมอ....รกพันคอเด็กค่าคุณหมอ!
นักร้องทุกคนพร้อมประจำตำแหน่งบนเวทีในที่มืด ดนตรีพร้อม แสงสีเสียงพร้อม คิวไฟพร้อม...ไฟจะส่องสว่างลงที่หัวของนักร้องคนแรกที่ร้องเปิดเพลง....ซึ่งก็คือ “กรูนี่ล่ะค่า”....ไฟสว่างพรึบ! ฉันยกมือข้างขวาชูขึ้นโพสต์เหมือนนางแบบเดอะเฟส ไทยแลนด์....(“สตรองมาก”...เมนเทอร์ลูกเกดกล่าว).....เสียงกรี๊ดดังสนั่น....ฉันตั้งสติฟังดนตรีเริ่มแล้วนับจังหวะเข้าร้องแต่...“ทำไมไม่ร้องคะเมิง?!!”
โปรดติดตามตอนต่อไป



