
เต้ย-เอ๋-บีน-ปาล์มเรียนเชิดหุ่นกระบอก
13 มี.ค. 2559
พักยก : เต้ย-เอ๋-บีน-ปาล์ม ชวนอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ใส่หัวใจเรียนเชิด หุ่นกระบอก : เรื่อง เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล /ภาพ วริศรา วุฒิกุล
ใกล้ถึงบทสรุปสุดท้าย ที่จะคลี่คลายเรื่องราวความรักและความแค้นข้ามภพข้ามชาติ สำหรับละครสุดเข้มข้นเรื่อง “กำไลมาศ” แห่งค่าย “บรอดคาซท์” วันนี้ “พักยก คม ชัด ลึก” ขอคว้าตัวเหล่านักแสดง “เต้ย” พงศกร เมตตาริกานนท์ “เอ๋” มณีรัตน์ คำอ้วน “บีน” วีระกิตติ์ วรัตน์ชยุ และ “ปาล์ม” ศุภชัย สุวรรณอ่อน มาทำกิจกรรมพิเศษอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
จุดนัดพบคือ “โรงละครแห่งชาติ” พระเอกหนุ่มมาดเข้มมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีแดง รับกับกางเกงขายาวสีดำ เต้ยกล่าวสวัสดีทักทายทีมงานทันทีที่มาถึง ไม่ต่างจากเอ๋สาวหน้าไทยมาในชุดเสื้อแขนยาวสีดำ รับกับกระโปรงยาวสีน้ำตาลสุดเก๋ ดูวินเทจนิดๆ ส่วนหนุ่มหล่อมาดเท่อย่างบีน อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตยีนสีฟ้า รับกับกางเกงยีนพอดีตัว และหนุ่มมาดทะเล้นน้องเล็กสุดคือ ปาล์มมาในชุดเสื้อยืดสีขาว กับกางเกงยีน สวมทับด้วยแจ็กเก็ตยีนสีดำ
กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “ครูจุ๋ม” สุพรทิพย์ ศุภรกุล ผู้คลุกคลีอยู่กับ “หุ่นกระบอก” ตั้งแต่เด็ก มาถึงภายในโรงละครเล็ก พร้อมกับพาทีมงานไปนำหุ่นกระบอกมาเตรียมให้นักแสดงได้เรียน “ก่อนจะรับหุ่นไป ต้องไหว้ครูในหุ่นก่อนด้วย” ครูจุ๋มกล่าวกับทีมงานที่มายกหุ่นจากห้องเก็บหุ่น เพื่อนำไปให้แก่นักแสดงทุกคน
ภายในห้องสี่เหลี่ยม มีโต๊ะหมู่บูชาตั้งอยู่ตรงกลาง และมีกระจกติดฝาผนังบานใหญ่ เพื่อใช้ส่องดูท่าทางการเชิดหุ่นขณะเรียน นักแสดงทั้ง 4 คน นั่งลงพนมมือไว้ครูที่โต๊ะหมู่บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองเสียก่อน “ผมไม่เคยเรียนหุ่นกระบอกเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองมาเรียน” เต้ยกล่าว
“การเรียนหุ่นกระบอกในขั้นเริ่มต้น จะต้องมีครูคอยช่วยนักเรียนจับมือให้เชิดหุ่น” ครูจุ๋มแนะนำ ก่อนจะเริ่มส่งหุ่นกระบอกในละครชุด “พระอภัยมณี” ตัวนางให้เอ๋ ตัวพระให้เต้ย บีน และปาล์ม ตามลำดับ ก่อนจะเริ่มสอนวิธีการเชิดหุ่น โดยใช้มือซ้ายสอดเข้าไปในหุ่น และจับไม้ตะเกียบภายในหุ่นเอาไว้ มือขวาสอดตามเข้าไปจับไม้ตะเกียบภายในตัวหุ่น จากนั้นทำการตั้งมือ โดยมือซ้ายจะต้องอยู่สูงกว่ามือขวา เพื่อท่าทางของหุ่นที่เชิดจะได้สวยงาม
“การเชิดหุ่นกระบอกแต่ดั้งเดิม คนเชิดจะนั่งเชิด ไม่ยืนเชิด เราจะหัดกันอย่างไรดี ลองนั่งเชิดดูไหม” ครูจุ๋มพูดกับนักเรียนพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่นักเรียนมือใหม่ทั้งสี่คน ซึ่งกำลังยืนฟังครูด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “นั่งเชิดดีกว่า” พร้อมกับค่อยๆ ลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยเรียงกันทั้งสี่คน
การเรียนในครั้งนี้ คนที่ดูจะเหมาะกับกิจกรรมนี้มากที่สุดคือ เอ๋ เพราะเรียนรู้เร็วมาก ครูจุ๋มเริ่มอธิบายถึงวิธีตั้งวง “ตีบท” ซึ่งหมายถึงการทำท่าทางในรูปแบบต่างๆ ของหุ่น ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้ ดีใจ เสียใจ จะไป หรือจะมา ต้องใช้ข้อมือในการเชิด และมีการบิดบังคับตัวหุ่น เอียงซ้ายหรือเอียงขวา
“แบบนี้ใช่มั้ยคุณครู” เอ๋กล่าวถามครูจุ๋ม “ใช่แล้ว” ครูกล่าวตอบลูกศิษย์คนสวย ส่วนทั้ง 3 หนุ่ม ที่เหลือยังเชิดหุ่นไม่ได้ดั่งใจสักเท่าไหร่ “นี่ผมเชิดท่าอะไรเนี่ย” เต้ยกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ กับท่าทางการเชิดของตัวเอง ส่วนปาล์มพอต้องนั่งพับเพียบนาน เริ่มออกอาการเหน็บกิน “ขาผมเริ่มชา ตอนนี้มันไม่รู้สึกแล้ว” ปาล์มกล่าวพร้อมทำหน้าเหยเก ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนข้างการนั่งพับเพียบ
จากนั้นครูจุ๋ม เริ่มสอนท่าทางการตีบทเข้าพระเข้านางของหุ่น โดยคนที่เชิดตัวพระ จะต้องนั่งอยู่ทางฝั่งซ้าย และคนเชิดตัวนางอยู่ฝั่งขวา งานนี้เอ๋ที่เชิดตัวนางอยู่คนเดียว เลยได้เข้าคู่กับทั้งเต้ย และบีน ส่วนหุ่นของปาล์มเป็น “สุดสาคร” ซึ่งเป็นตัวลูก ไม่มีการตีบทเข้าพระเข้านาง แต่มีท่าทางของการไหว้แทน
“น้องเอ๋ท่าทางได้เลย เก่งมาก” ครูจุ๋ม เอ่ยปากชมเอ๋ ที่เอียงตัวตามหุ่นขณะเชิด พร้อมเล่าต่อว่า การเชิดหุ่นนั้น ตัวคนเชิดกับหุ่นจะต้องเหมือนเป็นคนๆ เดียวกัน เวลาหุ่นทำท่าทางอย่างไร คนเชิดต้องทำอย่างนั้น เหมือนคนเชิดรำไปพร้อมกับหุ่นด้วยจึงจะสวยงามอ่อนช้อย หุ่นจึงจะดูมีจิตวิญญาณขณะร่ายรำ
บีนที่ตั้งใจฟังและดูครูมาก ถึงกับออกปากว่า “การเชิดหุ่นยากเหมือนกันนะ ต้องอาศัยความชำนาญและการฝึกฝน” จากนั้นนักเรียนทั้งสี่คนขยับไป ลองเชิดหุ่นเล่นกับกระจก เพื่อดูท่าทางการเชิดของตัวเอง ก่อนจะจบกิจกรรมด้วยการได้ความรู้ดีๆ จากครูจุ๋ม พร้อมคำกล่าวขอบคุณจากนักเรียนมือสมัครเล่นทั้งสี่คน
“มาทำกิจกรรมวันนี้สนุกมากเลย เราได้มาเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะในละครคนที่เรียนจะเป็นพี่จุ๋ย (วรัทยา นิลคูหา) แต่ผมไม่ต้องเรียน และละครเรื่องกำไลมาศใกล้จบแล้ว อยากฝากทุกคนให้ไปช่วยลุ้นว่าสุดท้ายเรื่องราวจะเป็นอย่างไร” เต้ยกล่าว ก่อนที่เอ๋จะเสริมต่อว่า “พลาดไม่ได้เลยนะ รับรองว่าตอนจบเข้มข้นมาก”
...สนุกสนาน และสวยงามจริงๆ



