บันเทิง

'Biopic'ของเฟอร์กี้ ต้องมีสารคดีแน่ๆ

'Biopic'ของเฟอร์กี้ ต้องมีสารคดีแน่ๆ

10 มี.ค. 2559

'Biopic'ของเฟอร์กี้ ต้องมีสารคดีแน่ๆ : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          หลังจากเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไปมากมายหลายครั้ง ผมก็นั่งคิดอยู่นานว่าจะเขียนอะไรดีสำหรับ “คำนำ” ในหนังสือ Leading ฉบับแปลเล่มนี้ (ซึ่งเป็น pocketbook เล่มที่ 4 ของเขา) ระหว่างนั่งคิดเรื่องที่จะเขียน ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ตลอดเวลา 6 ครั้งที่เคยเจอ “เฟอร์กี้” (3 ครั้งที่แคร์ริงตัน 1 ครั้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดและ 2 ครั้งที่ไทย) นั้น ผมไม่เคยเห็นเขาใส่รองเท้าแตะเลย
  
          แม้แต่ในเวลาที่ผ่อนคลาย สโลว์ไลฟ์ ใส่ขาสั้น เสื้อยืด ลงมาเดินเล่นหน้าโรงแรมยามเช้า...
  
          ภาพจำนั้นทำให้นึกถึงสำนวนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ ที่มีคนบอกเขาว่า หลังจากเกษียณแล้ว don t put your slippers on ซึ่งหมายถึง “อย่าใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ”
  
          แล้วตั้งแต่ เฟอร์กี้ ก้าวเท้าซ้ายเข้าสู่วงการฟุตบอล เป็นนักเตะมาจนถึงผู้จัดการทีม... จากสโมสรแรกมาถึงทีมสุดท้ายอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อสูรเฒ่าปีศาจแดงก็ไม่เคยทำตัว “เรื่อยเปื่อย” ในสายตาคนที่รู้จักเขา การไม่ทำตัวไร้สาระของเขาดูได้จากหลายอย่าง
  
          อาทิ พอประสบความสำเร็จกับอเบอร์ดีน ก็ท้าทายตัวเองด้วยการบ้านข้อใหญ่กับการคุมแมนยู, พอไล่ขาใหญ่ชอบเมาหัวราน้ำในทีมออกไปก็สร้างเด็กๆ ในอะคาเดมี, ไม่พอใจสนามซ้อม The Cliff ก็สร้างอาณาจักรสนามซ้อม Carrington, คิดระบบแมวมองทั่วโลกให้ทีม, รับมือกับสิ่งที่ยากอย่างสื่อมวลชน, ไปหาพ่อแม่นักเตะเยาวชนที่บ้านหลายๆวัน, ไปเคาะประตูอาละวาดเวลานักเตะกินเหล้าจนหามรุ่งหามค่ำ, ไปถึงที่ทำงานคนแรกและกลับคนสุดท้าย...
  
          ซึ่งจะว่าไป เราไม่พบแนวทางทำงานแบบรอบตัว หนักหน่วง ยาวนานแบบนี้ ในผู้จัดการทีมคนไหน ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกมากที่เราไม่รู้ในกิจกรรมของเฟอร์กี้
  เขาอาจเคยไปดูละครเวทีเรื่อง Arts กับเมียรัก ไปดูม้าแข่ง What a Friend กับเพื่อน หรือไปพักผ่อนตอนปิดฤดูกาลที่หาดตอนใต้ในฝรั่งเศส ทว่า ตลอดเวลา 27 ปีกับแมนยู ภาพที่เราเห็นผู้ชายคนนี้ตลอดเวลา คือทำงาน ทำงานและทำงาน ...จนน่าคิดทีเล่นทีจริง แต่คิด “ทีจริง” มากกว่า “ทีเล่น” ว่า การจะทำให้แมนยูยิ่งใหญ่ ได้แชมป์ต่อเนื่องยาวนานเกือบสามทศวรรษ
  
          มีแค่คนเดียวในโลกเท่านั้นที่ “ทำได้” และผู้ชายคนเดียวนั้นก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
  
          การที่เขาค่อยๆ สร้างสโมสร(ไม่ใช่ทีม) มายาวนาน ไม่ได้อยู่ในเทรนด์นิยมตอนนี้ แบบคุมทีม 3-6 เดือน โดนไล่ออก... ทำให้เฟอร์กี้มีแง่มุมความรู้มากมาย ที่เกิดจากประสบการณ์มากกว่าตำรา how to จนไม่แปลกใจว่า เมื่อเขารีไทร์ ทำไมองค์กร มหาวิทยาลัยหลายแห่ง จึงจ้างเขาไปบรรยาย แม้ค่าตัวจะแพงในระดับ 5 ล้านบาทต่อวัน
  
          Leading ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นมุมมองการดูแลคน การเป็นผู้นำ ผ่านภาพของประสบการณ์ฟุตบอล ที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ไม่สับสนงุนงงแบบ “ตายแล้วไปไหน”
  
          เพราะแทนที่จะเกษียณแล้วนั่งถามพระเจ้าว่า “ตายแล้วไปไหน” ผู้ชายอายุ 75 ปีคนนี้ ยังทำงานต่อไปในบทบาทอื่นๆ
  
          ซึ่งยังคงทำเรื่องหนึ่งเหมือนเดิมคือ “ไม่ใส่รองเท้าแตะ” แม้จะเกษียณแล้ว..
  
          (บทความนี้ จะได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ leading)