บันเทิง

'Unpredict Season'ม้าที่ว่าแน่ๆก็อาจหกล้ม

'Unpredict Season'ม้าที่ว่าแน่ๆก็อาจหกล้ม

08 มี.ค. 2559

'Unpredict Season'ม้าที่ว่าแน่ๆ ก็อาจหกล้ม : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          ถ้อยคำแรกของบทความนี้ ผมเริ่มเขียนตอนที่กำลังทดเวลา 4 นาทีระหว่างคู่ลอนดอนดาร์บี้ระหว่างสเปอร์กับอาร์เซนอลทีมเยือน มันเป็น 4 นาทีที่สะท้อนไปถึงเนื้อเกมของคู่นี้ว่า ไม่มีใครสามารถจะเดาได้ว่า มันจะจบลงอย่างไรในท้ายที่สุด
 
          หรือจะว่าไป เนื้อเกมของคู่ไก่เดือยเพศผู้แห่งไวท์ฮาร์ทเลนกับไอ้ปืนโตนั้น สะท้อนภาพของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ทั้งหมดด้วยคำตอบว่า “ไม่มีใครสามารถจะทำนายได้ว่า ทีมไหนคือแชมป์” เหมือนที่ฝรั่งเขาเรียกทีเล่นทีจริงว่า Unpredict season ที่มีชื่อเล่นว่า What a season !
 
          ม้า 4 ตัวคือ เลสเตอร์ สเปอร์ส และอาร์เซนอล รวมทั้งม้ารั้งท้ายอย่างแมนซินั้น สามารถจะพลิกกลับมาเป็นแชมป์ได้หมด เพราะเรือใบยังแข่งน้อยกว่า ถ้าชนะนัดตกค้าง จะลดเหลือแค่ 7 หรือเผลอๆ อาจจะ 5 หากเลสเตอร์ไม่มาตามนัด
 
          มีอะไรบ้างที่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นปีนี้
 
          อย่างแรก บรรดาทีมใหญ่หลายทีมพากันออกทะเลอย่างยาวนาน เชลซีออกทะเลอันดามัน แมนยูไปทะเลสงขลา ส่วนลิเวอร์พูลออกอ่าวไทยจนสุดอ่าว จู่ๆ เพียงแค่ครึ่งซีซั่นแรกเท่านั้น ทั้ง สิงห์ ผี หงส์ ก็หมดลุ้นแชมป์ ปล่อยให้เวลาที่เหลือเหมือนจะกลายเป็นนาฏกรรมระหว่างแมนซิกับอาร์เซนอล
 
          โดยที่จู่ๆ อีกเหมือนกัน อาร์เซนอลก็กลับไปซ้ำรอยเดิมกับ 11 ปีที่ผ่านมานั่นคือ จะร้อนแรงแค่ไหนก็ตาม พอถึงท้ายฤดูกาล ฟอร์มจะแผ่วลงอย่างน่าตกใจ ระหว่างที่ปืนโตแผ่วลงไป แมนซิกลายเป็นทีมหมดใจกับพรีเมียร์ลีกจนปล่อยคะแนนหลายแต้มทิ้งไปกับตาราง เพื่อไปเล่นเต็มที่กับถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก
 
          สิ่งที่น่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดของพรีเมียร์ลีกปีนี้มากที่สุดก็คือการที่หลายๆ ทีม ดันเล่นนัดเยือนดีกว่าเล่นในบ้าน ลองไปดู infographic เราจะเห็นว่าทีมหลายทีมได้แต้มจากนัดเยือน มากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า ทีมที่จะเป็นแชมป์ epl ปีนี้ จึงน่าจะได้แต้มรวมอยู่ในระดับที่น้อยกว่า “แชมป์ทุกปี” คืออาจจะไม่ถึง 75 คะแนน (ซึ่งเป็นแต้มที่น้อยมาก)
 
          เทรนด์ต่อมาที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้อีกอย่างก็คือ นี่คือฤดูกาลที่มีผู้จัดการทีมถูกไล่ออกในสัดส่วนที่มาก เพราะยังไม่รวมการคุยกันแบบส่วนตัวที่ปลดกันอย่างนุ่มนวลแบบเปรเยกินีและฟาน กัล นั่นหมายความว่า พรีเมียร์ลีกจะไม่มีผู้จัดการทีมที่ได้ทำงานครบสัญญา เพราะแฟชั่นใหม่คือ โดนไล่ออก เข้ามาใหม่มีเวลาสั้นมาก แพ้สัก 4 นัดติดก็เตรียมเก็บข้าวของ
 
          เราอาจบอกว่า นี่คือฟุตบอลของคนหนุ่ม แต่คนหนุ่มนั่นแหละที่โดนไล่ออกมากที่สุด
 
          และบางทีเมื่อแบรนด์ลูกหนังอันดับหนึ่งอย่างพรีเมียร์ลีกมาถึงในฤดูกาลหน้า 2017
 
          เราอาจพบคนหนุ่มอีกครั้งที่ดุเดือดเลือดพล่าน ยังไม่ต้องคิดถึงเจอร์เกน คลอปป์ มาร์ค ฮิวส์ หรือบิลิช เอาแต่มองไปที่เมืองทอผ้าอย่างแมนเชสเตอร์
 
          มันคือรีพีทของ เป๊ปปะทะมูอีกครั้ง จากเวทีเก่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วนั่นเอง