บันเทิง

‘ริชชี่’เผยจักรยานตกเขาอุบัติเหตุแรงที่สุดในชีวิต

‘ริชชี่’เผยจักรยานตกเขาอุบัติเหตุแรงที่สุดในชีวิต

02 มี.ค. 2559

“ริชชี่”เผยอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขี่จักรยานตกเขาที่เชียงใหม่ดีขึ้นแต่ข้อมือข้างซ้ายยังขยับไม่ค่อยได้ต้องหมั่นทำกายภาพรับเป็นอุบัติเหตุที่หนักที่สุด

 
          เป็นข่าวช็อคเมื่อต้นปี สำหรับ นางเอกสาว “ริชชี่” อรเณศ ดีคาบาเลส ที่ประสบอุบัติเหตุปั่นจักรยานตกเขาที่ จ.เชียงใหม่ หลายคนยังเป็นห่วง ล่าสุดมีโอกาสได้เจอกับนางเอกสาว สังเกตุยังมีบาดแผลที่บริเวณแขนข้างซ้าย จึงถามไถ่ถึงอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง ริชชี่เผยดังนี้
 
          “ตอนนี้ดีขึ้น แต่ยังต้องทำกายภาพ ยังขยับข้อมือข้างซ้ายไม่ค่อยได้ ยังดีที่เป็นข้างซ้าย เพราะหนูถนัดข้างขวา ต้องกายภาพโดยการเอามือไปจุ่มน้ำอุ่น หรือพยายามขยับลูกบอล ข้อมือยังงอไม่ได้ เหมือนต้องรอเอ็กซเรย์ ว่ากระดูดเชื่อมกันหรือยัง เพราะว่าตอนนี้มันยังมีเสียงดังกึ้กๆ เหมือนกระดูกยังไม่เชื่อมกัน ต้องมีระเบียบในการกายภาพ ถ้าไม่กายภาพเอ็น มันจะล็อค และมันจะติด ตอนนั้นรักษาตัวที่เชียงใหม่ อยู่ประมาณ 4 วัน ผ่าเสร็จ หมอก็ให้มาพักฟื้นที่บ้านต่อ และทำกายภาพต่อ ใช้เวลาพักฟื้นข้างนอกประมาณ 1 เดือน ส่วนการทำงาน ยังโชคดีที่ละครไม่ได้บู๊หนักมาก มันมีนิดหน่อยตอนแรกๆเหมือนแขนมันจะหลุด แต่เราต้องพยายาม เพราะตัวละครเราจะดูป่วยไม่ได้ ก็ไม่กระทบกับงาน แต่คุณหมอสั่งเอาไว้ว่าห้ามไปกระแทก ให้เราทำเท่าที่เราทำไหว แต่อย่ากลัวเกิน ไม่อย่างงั้นเอ็นมันจะล็อค ส่วนเรื่องเอ็กซเรย์ ต้องรอกลับไปเชียงใหม่ก่อน ถึงจะได้ไปเอ็กซเรย์ คือความจริงเขาบอกว่า เอ็กซเรย์ที่กรุงเทพได้ แต่หนูไปไหนไม่เป็น เพราะไม่รู้ทาง (หัวเราะ) ตอนนี้เรียนอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องรอสอบเสร็จ ถึงจะกลับเชียงใหม่ ตอนนี้มีพี่สาวมาอยู่ที่กรุงเทพเป็นเพื่อน เพราะเราทำอะไรไม่ค่อยได้เลย” ริชชี่ตอบ
 
          ถามต่อว่ากังวลในเรื่องแผลไหม นางเอกสาวเผยว่า ในส่วนของแผล ยังเป็นอยู่ เป็นแผลเต็มเลย แต่หนักสุดที่ข้อมือ
 
          “อันนี้เขาเย็บทำเป็นไหมละลายข้างใน แต่เขาบอกว่าประมาณ 6 เดือน มันน่าจะจางลง คือเมื่อก่อน ตอนที่ยังไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ เรารู้สึกว่าเป็นแผลนิดเดียว หนูก็กลัวแล้ว แต่พอมันเป็นขนาดนี้ รู้สึกว่า แค่นี้ก็โชคดีแล้ว พอเราเจ็บหนักมากๆ เรารู้สึกว่า เป็นแผลเท่านี้ ไม่ได้เสียใจมาก รู้สึกถ้าเป็นที่หัว หรือตรงอื่นที่หนักกว่านี้ มันจะแย่กว่านี้ ตอนที่เจ็บมาก็แบบ แค่ร่างกายเราก็เจ็บมาก เรื่องแผลเลยไม่ได้คิดเลย ยังขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ได้เป็นหนักกว่านี้ ช่วงนี้ที่เรายังทำอะไรไม่ได้เหมือนคนปกติ เราก็มาคิดว่า ตอนแรกเราเจ็บกว่านี้อีก นอนร้องไห้ทุกวัน ตอนนี้เลยไม่ได้รู้สึกแย่ ถามว่ากลัวการขี่จักรยานไปเลยไหม ยังขี่ได้ แต่จะไม่ขี่ที่อันตรายแล้ว ไม่ได้กลัวจักรยาน แต่จะไม่ประมาท ครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่หนักที่สุดสำหรับหนูแล้ว” ริชชี่กล่าว