
สำรวจผลงานดีเด่นในแวดวงหนังไทยก่อนถึงคมชัดลึกอวอร์ด13(2)
25 ก.พ. 2559
สำรวจผลงานดีเด่นในแวดวงหนังไทย ก่อนถึงคมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 13 (2) : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เอกเขนกดูหนัง ได้สำรวจผลงานดีเด่นในแวดวงหนังไทยรอบปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะพลัดหล่นตกหายไปจากเวทีประกวดภาพยนตร์ไทยในหลายๆ สถาบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าหนังเรื่องนั้นไม่ดีหรือนักแสดงท่านนั้นเล่นไม่ได้เรื่อง แต่เพราะกฎกติกาส่วนใหญ่ของแต่ละสถาบันกำหนดไว้ว่าผู้เข้าชิงแต่ละสาขาไม่ควรเกิน 5 รายชื่อ เราจะมาดูลำดับที่ 6 ของความยอดเยี่ยมต่อเนื่องจากสองสัปดาห์ก่อน เริ่มที่นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมครับ
หาก ชาคริต แย้มนาม ใน “แม่เบี้ย” พ่ายจากการเข้าชิงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากคมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 13 และอีกหลายสถาบันไปอย่างน่าเสียดาย นักแสดงหนุ่มน้อยหน้าใสอย่าง ‘แบ้งค์’ ธิติ มหาโยธารักษ์ ก็ตกในสถานะเดียวกัน (แต่โชคดีกว่า เพราะยังมีชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์และชมรมวิจารณ์บันเทิง) คือพลาดไปแค่เฉียดฉิว จริงๆ แล้วบท ‘ป๋อง’ ไอ้หนุ่มขี้แหย ดูไม่เป็นโล้เป็นพาย ลักษณะทางกายภาพไม่เข้มแข็งแบบชายชาตรี พรสวรรค์เพียงหนึ่งเดียวที่มีคือการวาดการ์ตูนและความเป็นคนซื่อไม่มีพิษภัย เป็นตัวละครที่ใครเห็นก็หลงรักได้ไม่ยาก แต่เมื่อ ‘แบงค์-ธิติ’ มารับบทนี้เสน่ห์อย่างน่าประหลาดก็บังเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะความสงสารตัวละคร ‘ป๋อง’ หากแต่เป็นเพราะบุคลิกทึ่มๆ ที่น่าหมั่นไส้ การไม่เก๊กหล่อและรักษาคาแรกเตอร์ขี้อายขาดความมั่นใจในตัวเองได้ตลอดเวลาในหนัง “เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ” ทำให้ความน่ารักน่าเห็นใจในตัวละครชายคนนี้ โดดเด่นสะดุดตาไม่แพ้นักแสดงนำหญิงอย่าง ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่มีชื่อเข้าชิงในทุกสถาบันการประกาศผลรางวัลด้านภาพยนตร์ในบ้านเราเลยทีเดียว
การหนังสักเรื่องไม่มีชื่อเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไม่ได้หมายความว่าผู้กำกับหนังเรื่องนั้น ไม่มีความสามารถในการกำกับภาพยนตร์แต่อย่างใด ชยนพ บุญประกอบ จาก “เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หนังรักวัยรุ่นพล็อตเพี้ยนๆ เรื่องนี้ จะไม่มีสีสันหน้าตาเปี่ยมจินตนาการและความรู้สึกไร้เดียงสาอย่างน่าชัง หากไม่ได้ผู้กำกับอย่างเขามากุมบังเหียนชยนพ สามารถนำโลกแอนิเมชั่นลายเส้นสองมิติสีสดสวยมารับใช้เนื้อหาฉากความฝันอันบรรเจิดของ ‘ป๋อง’ ได้อย่างงดงามลงตัวเสียยิ่งกว่าหนังไทยเรื่องใดๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา จังหวะหนังแบบการ์ตูนเชยๆ ถูกเลือกนำมาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะกับสถานการณ์ กลายเป็นมุกตลกที่เกิดจากเทคนิคตัดต่อที่ได้อิทธิพลจากหนังตลกฮ่องกงยุค 90’s ไม่นับรวมความสามารถจากการกำกับนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ๆ ให้ถ่ายทอดบทบาทออกมาอย่างสดใสเป็นธรรมชาติ ชยนพ เป็นผู้กำกับคนที่หก ที่พลาดตกขบวนชิงชัยผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 13ไป อย่างน่าเสียดาย รวมถึง พิสุทธิ์ มหพันธ์ ผู้กำกับจากสารคดี เดอะ ดาวน์ ที่พยายามใช้ลีลาลูกเล่นทางภาพยนตร์มากมายเพื่อจะทำให้การนำเสนอเนื้อหาของเด็กดาวน์ซินโดรม 5 คน ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ผ่านการใช้ดนตรีประกอบ ตัดต่อ ถ่ายภาพ เพื่อบันทึกช่วงจังหวะเวลาอันน่าประทับใจของเด็กทั้ง 5 ได้อย่างเหมาะสม ตรึงอารมณ์
เป็นเพราะคมชัดลึกอวอร์ดไม่มีสาขาหนังสารคดียอดเยี่ยม “เพลงของข้าว” จึงไม่ถูกคัดแยกออกไป หากแต่นำมารวมมีชื่อเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เบียดหนังดราม่าทริลเลอร์ อย่าง “อาปัติ” หลุดจาก 5 รายชื่อสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย ไม่เพียงความกล้าหาญชาญชัย ในการแตะประเด็นเรื่องอื้อฉาวของบุคคลในพุทธศาสนา หากแต่บทหนังยังถูกเขียนขึ้นอย่างมีชั้นเชิง มีลูกล่อลูกชนของ พล็อต เงื่อนปม และจังหวะการหักมุมจบอย่างเหนือชั้น มีการใช้ไวยาการณ์ทางภาพยนตร์เพื่อสื่อสารความคิดและสร้างบรรยากาศวิเวกวังเวง เงียบสงัดจนน่าอึดอัดหวาดระแวงได้อย่างน่าชื่นชม วางน้ำหนักการแสดงของตัวละครนำและสมทบได้อย่างพอดิบพอดี หน้าที่ก่อร่างด้วยภาษาภาพยนตร์ตามแบบแผนวิธี จึงอาจธรรมดาเกินไปในสายตาของนักดูหนังชั้นเซียน ที่มองว่าหนังอย่าง “อนธการ” “Snap แค่ได้คิดถึง” “ฟรีแลนซ์” “เพลงของข้าว” ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยไอเดียแปลกใหม่ สร้างโลกของตัวมันเองได้อย่างน่าฉงน ในขณะที่ “พี่ชาย My Hero” คือความกล้าหาญและเฉียบคมในการเล่นกับประเด็นย้อนแย้งในสังคมไทยร่วมสมัยด้วยสายตาแปลกใหม่ที่พาเราเดินออกจากความคุ้นชิน แม้ภาษาภาพและองค์ประกอบหลายอย่างในหนังจะไม่ได้เหนือกว่า “อาปัติ” เลย แม้แต่น้อย แต่เมื่อมีที่ทางให้แค่ 5 ที่นั่ง “อาปัติ” จึงยังไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะนักในเวลานี้(แต่ก็ยังมีชื่อเข้าชิงหนังยอดเยี่ยมรางวัลสุพรรณหงส์)
อย่าลืมติดตามการประกาศผลรางวัลคมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 13 ประจำปี 2558 ซึ่งยังจะมีรางวัลในสาขาเพลงไทยลูกทุ่ง เพลงไทยสากล ละครโทรทัศน์และป๊อบปูล่าร์โหวต ประกาศให้ได้ทราบกันด้วย ในวันเย็นวันอังคารที่ 22 มีนาคมนี้ ณ โรงละครอักษรา



