
เสียงอิสาน แนะห้ามเมา สยบโจ๋ตีกันหน้าฮ้าน
06 ก.พ. 2552
ข่าววัยรุ่นปาระเบิดถล่มกันหน้าเวทีหมอลำ จนมีคนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บกว่าร้อยคนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุทำนองนี้เป็นตัวทำให้วงดนตรีหมอลำหลายคณะต้องพาวงเข้ามาเดินสายในกรุงเทพฯ เพราะเจ้าภาพขยาดจนไม่กล้าจ้างวงหมอลำมาแสดง
นกน้อย อุไรพร หัวหน้าวง เสียงอิสาน ระบายความในใจถึงปัญหาดังกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ต้องรีบแก้อย่างเร่งด่วนเพราะกำลังจะทำลายการทำมาหากินของหมอลำและทำลายวัฒนธรรม
"เรื่องนี้เรารณรงค์มาตลอดหลายปีนี้ เวลาไปแสดงหมอลำที่ไหนก็จะพูดบอกกับลูกๆ หน้าเวทีเสมอว่า เรามาแสดงศิลปวัฒนธรรมของเรา อย่ามีเรื่องกัน ถ้าจะเต้นจะลำก็แบ่งปั่นกัน พูดตลอด บางพื้นที่อันตรายอย่างเช่น บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ซึ่งมีการตีกันทุกครั้ง พอเราไปแสดงเราหวั่นใจมาก ว่าจะมีตีกันอีก พอเราพูดเรื่อยๆ สอนเขาตอนนี้ก็ดีขึ้น เราแสดงได้ถึงสว่างเลย ช่วง 2-3 วันมานี้ก็ไม่มีการทะเลาะวิวาทกัน แสดงทุกครั้งแม่จะบอกกับพวกลูกวัยรุ่นเป็นหลักเพื่อเตือนสติเขา"
หัวหน้าวงเสียงอิสานกล่าวต่ออีกว่า การตีกันแบบนี้เป็นการทำร้ายศิลปินหมอลำทั้งอีสานให้ลำบาก เพราะเจ้าภาพก็จะไม่กล้าจ้าง หรือที่จ้างไว้ก็จะยกเลิก ซึ่งเธอก็เจอมาแล้ว
"ตอนนี้ลูกๆ วัยรุ่นเหล่านั้น เขาอาจจะทำลงไปเพราะสิ่งแวดล้อม ความคะนอง แต่เขาอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันทำร้ายวงหมอลำทางอ้อม บางคนบอกว่าเป็นเพราะเพลงที่เร่งเร้าให้เขาตีกัน แต่จริงๆ ไม่ใช่เลยขนาดตลกแสดงอยู่ก็มีการตีกัน พอตีกันมากเข้า เจ้าภาพก็กลัวไม่กล้าจ้างเราไปแสดงแล้ว ที่ชัยภูมิของแม่ก็ถูกยกเลิก ยิ่งตอนนี้ตำรวจกำลังรณรงค์ไม่ให้จัดหมอลำ ซึ่งแม่มองว่าเป็นการแก้ที่ไม่ถูกจุด"
เมื่อมองถึงต้นตอปัญหาจริงๆ แล้ว นกน้อย บอกว่ามาจากการกินเหล้าทุกครั้ง ซึ่งเธอมองว่าถ้าแก้จุดนี้ได้ทุกอย่างจะทุเลาลง
"เหล้าคือองค์ประกอบหลักของปัญหานี้เลย ทุกครั้งที่เขาตีกันแม่สังเกตมาตลอด ว่ามาจากการดื่มเหล้าเป็นหลัก ขาดสติ มีปีนขึ้นมาบนเวทีก็มี บางที่มีความเข้มงวดมากในเรื่องนี้ ไม่ให้มีการจำหน่ายเหล้า แต่ก็ยังมีรอดเข้าไป เขาใช้วิธีการใส่ในถุง ใส่ขวดพสาติก หรือบางคนก็ดื่มมาจากที่อื่นแล้วมาตีตั๋วดูหมอลำ ตรงนี้จะดูยากหน่อย เราห้ามเขาไม่ให้ดูไม่ได้ แต่แม่คิด ว่าถ้าเราร่วมมือกันตรวจดูอย่างละเอียดห้ามคนที่ดื่มเหล้าเมาเข้ามามันจะทำให้เรื่องพวกนี้เบาบางลงได้"
ด้าน มัยกิจ ฉิมหลวง หรือ ทิดหลอด ผู้จัดการวงหมอลำเสียงอิสาน กล่าวเสริมถึงปัญหาวัยรุ่นเมาแล้วตีกันกับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ว่า
"ทุกครั้งที่มีการเปิดการแสดงตามงานเทศกาลต่างๆ ก็จะมีการประกาศเตือนเป็นประจำอยู่แล้ว โดยหากมีเหตุการณ์ชกต่อย เราก็จะหยุดทำการแสดงชั่วคราว เพื่อทำความเข้าใจกับคนดูให้ทุกคนมีสติ พร้อมกับขอความกรุณาว่าอย่าใช้ความรุนแรง แต่หากมีเหตุการณ์ตีกันที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ทางวง ก็จะหยุดทำการแสดงไปเลย นี่คือมาตรการที่ผมใช้มาตลอด จ้างเจ้าหน้าที่มาดูแลความเรียบร้อย เรากันทุกทางเพราะเราก็อยากแสดง
ทิดหลอด บอกถึงความกังวลที่เขามองว่าเป็นตัวหลักใหญ่ที่ต้องหามาตรการมาแก้ไข คือ การดื่มเหล้า
"การดื่มเหล้าเข้ามาในงานตรงนี้เป็นเรื่องหลัก ที่ต้องกวดขันมาก บางที เข้ามาจำหน่ายสุราเลยนะ แต่พวกนี้ก็กินมาจากที่อื่นๆ เราไม่สามารถห้ามเขาได้ ขอผมจะใช้พวกเจ้าหน้าที่มากขึ้นหน่อย บางจุดก็น่ากลัวมากนะ ก็ต้องคอยบอกกันทุกครั้งว่าอย่าตีกัน ให้สนุกด้วยกัน ที่เราเจอแค่ชกต่อย ไม่ถึงขั้นพกพาอาวุธร้ายแรงเข้ามาในงาน"
ส่วน ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหารจากบริษัทท็อปไลน์ให้ความเห็นเสริมว่า
"พูดยาก เราพยายามแก้ไข้กึ่งแกมขอร้อง ให้เขาสงบลง แต่ก็มีอยู่เฉพาะพื้นที่เท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ บางพื้นที่ เขามีสำนึกกันมากขึ้น ทางออกที่เราใช้คือ การเพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลให้มากขึ้น ซึ่งมันก็ดีขึ้น พวกเมาๆ ก็เป็นปัญหาหลัก บางครั้งเมาตีกันเองในกลุ่มก็มี แต่ผมมองว่า เรื่องนี้น่าจะดีขึ้น เพราะทุกฝ่ายเริ่มมองเห็นปัญหาเหมือนกัน ส่วนการจะห้ามจัดหมอลำก็คงห้ามกันลำบาก เรามาเล่น เพื่อความสนุกต้องรักใคร่สามัคคี"



