บันเทิง

หนังจอกว้าง - เทศกาลดูหนังกล่อง

หนังจอกว้าง - เทศกาลดูหนังกล่อง

05 ก.พ. 2552

แทบจะกลายเป็นธรรมเนียมของบ้านเราไปแล้วนะครับ พอถึงช่วงต้นปีทีไร ขบวนหนังดี (เน้นเฉพาะหนังต่างประเทศ) ก็จะยกทัพกรีฑา มาให้เลือกดูกันไม่หวาดไม่ไหว

ทั้งนี้เพราะปลายปีที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงต้นปีนี้ สถาบันหลายๆ แห่ง ไปจนถึงสมาคมนักวิจารณ์หลายๆ สำนักในต่างประเทศ มีการแจกรางวัลยอดเยี่ยมทางด้านภาพยนตร์กันอย่างคึกคัก โดยจะไปสิ้นสุดกันที่รางวัลออสการ์ ซึ่งจะมีการประกาศผลในราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ (ปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา ตรงกับเวลาเช้าตรู่วันจันทร์ของบ้านเรา) ดังนั้นบริษัทผู้จัดจำหน่ายหนังต่างประเทศในไทย จึงถือโอกาสเกาะกระแสดังกล่าว นำหนังที่มีชื่อเข้าชิงรางวัล หรือคว้ารางวัลจากสถาบันต่างๆ เข้าฉายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน (โดยมีเหตุผลทางการตลาดเป็นปัจจัยสำคัญ) และก็เป็นปีที่สองติดต่อกันแล้ว ที่มีหนังชิงออสการ์โดยเฉพาะสาขาหนังเยี่ยมทั้ง 5 เรื่องเข้าฉายในบ้านเราครบ แม้หลายเรื่องจะฉายแบบจำกัดโรงก็ตาม รวมทั้งสาขาหนังภาษาต่างประเทศ ที่เข้าฉายพร้อมกันถึงสองเรื่องคือ “The Class” (ตัวแทนจากฝรั่งเศส) และ “The Baader Meinhof Complex” (เยอรมนี) ที่โรงภาพยนตร์ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ หลังก่อนหน้านี้ “Waltz with Bashir” (อิสราเอล) เคยมาฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาด้วย ด้าน “Slumdog Millionaire” ตัวเต็งออสการ์ปีนี้ ดูเหมือนว่าชะตากรรมของหนังทั้งในอเมริกาและบ้านเราดูจะใกล้เคียงกัน เพราะเมื่อแรกเริ่มเดิมทีนั้น หลังจาก บริษัท Warner Independent Pictures จ่ายเงินเป็นจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อได้สิทธิ์ในการเป็นผู้จัดจำหน่ายในอเมริกา แต่กลับไม่แน่ใจว่า ตัวหนังนั้นจะสามารถทำเงินได้หรือไม่ และเมื่อบริษัทแม่คือ Warner Brothers ยุตินโยบายการจัดจำหน่ายหนังอาร์ตเฮ้าส์ เป็นผลให้วอร์เนอร์ อินดีเพนเด้นท์ ต้องปิดตัวลง ทำให้หนังอาจจะต้องลงแผ่นขายในรูปแบบดีวีดี จนต้องมีการมองหาผู้ซื้อรายใหม่มาช่วยค่าใช้จ่าย และสุดท้ายก็ได้สตูดิโอ Fox Searchlight ซึ่งเดิมทีเสนอเงินเป็นจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ในการซื้อลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้จากบริษัทผู้สร้าง Celador Film และ Film 4 ของอังกฤษ มาเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและนำหนังออกฉายได้ในที่สุด ซึ่งขณะนี้ บริษัท ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ค่ายหนังอิสระในบ้านเรา ก็กำลังเจรจาติดต่อนำหนังเข้ามาฉาย คาดว่าหากไม่มีปัญหาติดขัดอะไร 26 กุมภาพันธ์นี้ หลังการประกาศผลออสการ์ไม่กี่วัน คนไทยก็จะมีโอกาสได้ดูหนังชิง 10 ออสการ์ “Slumdog Millionaire” กันแน่นอน ตั้งแต่วันนี้ หนังออสการ์ก็จะทยอยลงโรงฉายเรียกน้ำย่อยก่อนจะประกาศผล ล่วงเลยไปจนถึงต้นเดือนเมษายน เริ่มจาก “Revolutionary Road” (5 ก.พ./ชิง 3 สาขาจากนักแสดงสมทบชาย-ไมเคิล แชนนอน, กำกับศิลป์, ออกแบบเครื่องแต่งกาย) “The Curious Case of Benjamin Button” (12 ก.พ./ชิง 13 สาขา โดยเฉพาะรางวัลสำคัญอย่าง หนังเยี่ยม, ผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์, นักแสดงนำชาย แบรด พิตต์, นักแสดงสมทบหญิง, บทดัดแปลง ฯลฯ “The Reader” (ชิง 5 สาขา จากหนังเยี่ยม, ผู้กำกับ สตีเฟ่น ดัลดรี, นักแสดงนำหญิง เคท วินสเลต, บทดัดแปลง, กำกับภาพ) “The Wresler” (19 ก.พ./ชิง 2 สาขาจากนำชาย มิคกี้ รู้ค และสมทบหญิง มาริสา โทเมอิ) “Milk” (26 ก.พ./ชิง 8 สาขา อาทิ หนังเยี่ยม, ผู้กำกับ กัสต์ แวนซองต์, นำชาย ฌอน เพนน์, สมทบชาย จอช โบรลิน ฯลฯ) “Doubt” (26 ก.พ./ชิง 5 สาขาจากนำหญิง เมอรีล สตรีพ, สมทบชาย ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน, สมทบหญิง เอมี อดัมส์ และวิโอล่า เดวิส, บทดัดแปลง) รวมทั้ง “Frost/Nixon” และ “The Changeling” ที่มีกำหนดเข้าฉายต้นเดือนเมษายน มีข้อน่าสังเกตที่น่าสนใจ และก็เป็นอย่างนี้แทบทุกปี นั่นคือหนังนอกกระแส หนังดราม่าจัดๆ หรือหนังที่ไม่ค่อยเอาใจตลาด แต่มักถูกโฉลกกับรางวี่รางวัล ค่ายหนังในบ้านเรามักจะเก็บเอาไว้ พอใกล้ช่วงเทศกาลแจกรางวัลถึงจะนำออกฉาย นัยว่าเพื่อเกาะกระแสเรียกคนดู เพราะหากนำออกฉายก่อนหน้านี้ หนังอาจจะไม่ได้อยู่ในความสนใจ และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ถึงแม้อาศัยกระแสออสการ์ ก็ไม่ได้หมายความว่า หนังจะทำเงินถล่มทลายนะครับ อย่างน้อยมันช่วยทำให้หนังสามารถยืนโรงฉายได้นานขึ้น (แม้จะจำกัดแค่โรงหรือสองโรง) และทำรายได้เก็บเล็กผสมน้อยพอกล้อมแกล้มถูไถไปได้ อาทิ ‘No Country for Old Men’ ‘There Will Be Blood’ และ ‘Juno’ ในปีที่ผ่านมา แต่ปีเดียวกันนั้น หนัง ‘Michael Clayton’ ที่เข้าชิงหนังเยี่ยมเหมือนกัน แต่ออกฉายก่อนไม่กี่เดือน กลับไม่เป็นที่พูดถึง และลาโรงไปในเวลาอันรวดเร็ว เช่นเดียวกับ ‘Babel’ และ ‘The Departed’ หนังออสการ์ปีก่อนหน้า ที่นำเข้าฉายก่อนเวลาประกาศผลนานโข หนังจึงถูกหลงลืมไปอย่างน่าเสียดาย หรืออย่างปีที่ ‘Crash’ ได้รางวัล หลายคนอาจรู้จัก ‘Brokeback Mountain’ มากกว่า ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากช่วงเวลาที่หนังฉายห่างกัน ต้นปี-ท้ายปี ซึ่งถือว่ามีผลต่อกระแส ณ ขณะนั้นด้วย ย้อนกลับมาดูวงการหนังบ้านเราแล้วน่าใจหายครับ หลังจากแต่ละสถาบันเริ่มมีการประกาศผลรางวัล รวมทั้งรายชื่อผู้เข้าชิงในแต่ละสาขาออกมาให้ได้ทราบ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารสตาร์พิคส์ หรือแฮมเบอร์เกอร์ รวมทั้งรางวัลใหญ่อย่างสุพรรณหงส์ ปรากฏว่าหนังน้ำดีที่ติดโผ ล้วนเป็นหนังที่ไม่มีใครรู้จัก หรือไม่ก็ล้มเหลวในด้านรายได้ ไม่ว่าจะเป็น “Wonderful Town” “The Truth Be Told” “กอด” “แปดวันแปลกคน” น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเวลาหนังฉายกลับไม่มีคนดู พอถูกนำมาพูดถึง ก็ไม่มีใครได้ดูกันแล้ว ผมจำได้ว่าเมื่อคราวที่ชมรมวิจารณ์บันเทิงจัดงานมอบรางวัลให้แก่หนังไทยครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2533 มีหนังหลายเรื่องที่เข้าชิง แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ทางผู้จัดงานเลยจัดเสวนาพร้อมฉายหนังที่เข้ารอบ ก่อนจะมีการประกาศผล ซึ่งปีนั้นค่อนข้างคึกคักมากครับ มีคนมาร่วมฟังเสวนา และดูหนังกันจนแน่นหอประชุมเอยูเอเลยทีเดียว เป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงไปพร้อมๆ กัน ต่างจากยุคสมัยนี้ที่เน้นความหรูหราฟู่ฟ่า เอาดารามาเดินพรมแดง เฉิดฉายให้ปาปาราซซีกดชัตเตอร์ ให้นักข่าวหาเรื่องกอสซิปเอาไปเขียน โดยละเลยในเรื่องการเชิดชูผลงานดีๆ ที่น่ายกย่องและให้กำลังใจคนทำงานสร้างสรรค์ประดับวงการ แล้วยังงี้เมื่อไหร่หนังไทยจะพัฒนาไปซะที เพราะแค่การพิจารณาความดีงามยังถูกบิดเบือนเจตนาไปเน้นเรื่องของความเริงร่าแทน น่าสงสารคนทำงานดีๆ ที่ได้แต่ยืนมองตาปริบๆเพราะถูกให้ความสำคัญน้อยกว่า ดาราแต่งหวิวที่มาในงานซะอีก "ณัฐพงษ์ โอฆะพนม