
'MeetNLunch ถ้าเธอ...ยังมีรัก'
09 ก.พ. 2559
'MeetNLunch ถ้าเธอ...ยังมีรัก' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
รักที่มั่นคง จริงแท้นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใดหรือ?
จากคืนที่ โรมิโอ ไปเกี้ยวพาราสี จูเลียต...หรือจากวันที่ แจ็ค พบ โรส บนเรือ titanic...จากเช้าวันที่ วิลเลียม เดินชน แอนนา ใน Notting hill หรือจากค่ำคืนแห่งคริสต์มาสที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งไปเคาะประตู บอกรักภรรยาของเพื่อน ใน love actually ?
ผมเคยคิดทีเล่นทีจริง แต่คิด “ทีจริง” มากกว่า “ทีเล่น” ว่า ...
บางทีบางโมงยามของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ MeetNLunch จะจัดงาน MeetNLunch s Valentine Party ที่ Hua Chang Heritage Hotel นั้น อาจจะมีใครบางคน บางคู่ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความหมายนั้น...
ทว่า ในประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายพันหมื่นหมุดไมล์ มีบางแง่มุมที่เราน่าสนทนากัน นี่คือความเห็นของ “นิคกี้” ผู้บริหารของบริษัทและแบรนด์ชื่อนี้ หลังจากเรามีคำถามไปถึงเธอ ก่อนที่จะถึงการจัดงานวันเสาร์นี้
1.Internet กับ Social media ทำให้คนอายุ 30-45 ดูยังหนุ่มยังสาว ท่องเที่ยวคนเดียวบ้าง รวมแก๊งดำน้ำ ปีนเขาบ้าง แต่ในมุมความสัมพันธ์เหมือนกิจกรรมพวกนี้ยังตอบโจทย์พวกเขาไม่ได้นัก จึงมาปรึกษาที่ MeetNLunch มองภาพนี้อย่างไร?
นิคกี้ : การทำกิจกรรมแบบนี้นับเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอคนใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเจอคนถูกใจที่มีงานอดิเรกคล้ายๆ กันก็มีความเป็นไปได้สูงในการสานสัมพันธ์ต่อไปจนถึงขั้นแต่งงานถ้าอยู่ในอายุที่เหมาะสมในการสร้างครอบครัว แต่ในปีหนึ่งเราจะมีโอกาสไปเที่ยวแบบนี้น้อยครั้ง แล้วคนที่ไปก็ไม่ใช่ว่าจะโสดหรือตรงสเปกเราทุกคน
อันที่จริงการไปดำน้ำ ปีนเขา หรือปั่นจักรยานมันเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานและใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นคนที่ไปก็น่าจะสนุกไปกับกิจกรรมพักผ่อนเหล่านี้มากกว่าที่จะไปมองหาคนรักอย่างจริงจัง แต่สำหรับคนที่เข้ามาที่ MeetNLunch ทุกคนจะมีความต้องการมุ่งเน้นหาคนรู้ใจกันหมดและต้องการคำปรึกษาอย่างจริงจังจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จสำหรับคนที่ต้องการมองหาคู่สูงกว่าการไปร่วมกิจกรรม outdoor
2.เมื่อ 10 ปีที่แล้วจากการสัมภาษณ์ครั้งแรก คุณนิกกี้บอกว่าผู้หญิงรอได้ที่จะใช้เวลาศึกษาแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เทรนด์กลายเป็นสาวๆอายุเลข 3 ไม่อยากเสียเวลาไปกับคนที่ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้เทรนด์เป็นอย่างไร?
นิคกี้ : ในปี 2015 ที่ผ่านมา MeetNLunch ได้มีการสำรวจสถิติเกี่ยวกับพฤติกรรมและมุมมองการออกเดทโดยรวบรวมมาจากคนโสด 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฮ่องกง จำนวนทั้งหมด 3,000 คน ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคู่ชีวิตในอุดมคติ สิ่งที่ทำให้ประทับใจเมื่อออกเดท รวมทั้งเทรนด์การออกเดทในคยุคดิจิทัล พบว่าเมื่อคนโสดพบคนที่ถูกใจจากการแชทออนไลน์ การนัดพบตัวจริงจะเป็นไปอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป และเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น หมายความว่าคนส่วนมากต้องการที่จะทำความรู้จักตัวจริงคนที่รู้สึกชอบในเวลาอันสั้นเพื่อที่จะได้ตัดสินใจได้ว่าคนคนนั้นใช่สำหรับพวกเขาหรือไม่
3.จากประสบการณ์ในงาน เท่าที่รู้สึก ผู้ชายกับผู้หญิงมองหาอะไรเหมือนกันบ้าง เช่น คู่ชีวิต เพื่อน หรือการสร้างครอบครัว
นิคกี้ : โดยส่วนมากสิ่งที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมองหาในความสัมพันธ์ก็คือเพื่อนคู่คิดที่จะร่วมแบ่งปันความสุขความทุกข์และเข้าใจกัน ซึ่งจะนำไปสู่การแต่งงานและสร้างครอบครัวที่มั่นคง
4.แล้วสาวประเทศใดมีข้อเรียกร้องมากที่สุดในเอเชีย
นิคกี้ : คิดว่าเป็นฮ่องกงและสิงคโปร์ เพราะส่วนมากแล้วผู้หญิงจากสองประเทศนี้จะเป็นผู้หญิงเก่ง ออกแนว Working woman ที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ดังนั้นสเปกของพวกเขาจะค่อนข้างสูงด้วยความคิดที่ว่าหากยังหาคนที่ดีตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ไม่ได้ก็ขอเลือกอยู่คนเดียวไปก่อนจะดีกว่า ในสังคมเศรษฐกิจที่การงานมาก่อนชีวิตส่วนตัว ทำให้จำนวนคนที่แต่งงานและมีลูกมีน้อยลงซึ่งส่งผลจนเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้ว
เหมือนที่ ลี กวนยู อดีตผู้นำของสิงคโปร์ ได้กล่าวถึงประชากรของประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น ญี่ปุ่น ที่ผู้หญิงหันมาทำงานนอกบ้านมากขึ้นในหนังสือ "One Man's View of the World” ว่าเนื่องจากผู้หญิงสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น มีการแต่งงานและลูกมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคตที่จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ การใช้จ่ายภายในประเทศที่ลดน้อยลงเพราะประชากรช่วงวัยที่จะใช้จ่ายโดยมากแล้วจะเป็นช่วงวัยหนุ่มสาวมากกว่า ซึ่งเป็นทำให้รัฐบาลจะต้องมีการนำมาตรการออกมาช่วยผู้หญิงในประเทศเหล่านี้มากขึ้นในการโน้มน้าวให้พวกเธออยากมีครอบครัว
5.งานวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ต่างไปจากงานที่เคยจัดอย่างไรบ้าง?
นิคกี้ : ในครั้งนี้เราจัดเป็นงาน Valentine’s Party สำหรับคนโสด โดยจะเน้นกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์มากขึ้น ในงานจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น Bingo สื่อรัก โดยให้หนุ่มสาวเขียนสิ่งที่ตัวเองชอบลงในช่อง Bingo บนกระดาษของตัวเองและเดินหาคนที่มีสิ่งที่ชอบเหมือนๆ กัน เมื่อเจอแล้วก็ให้เขียนชื่อและเบอร์โทรของเขาลงไป ใคร Bingo ก่อนคนนั้นก็รับของรางวัลไปเลย หรือเกมภาษารักไร้พรมแดน ที่ให้ทุกคนสื่อสารกันด้วยภาษาอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ภาษาไทย โดยทางทีมงานจะเป็นคนสุ่มเลือกภาษาที่ผู้ร่วมงานทุกคนเขียนใส่กล่องฉลากเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน หากเทียบกับงาน Speed Date ของปีที่แล้ว ธีม Party นี้จะลดความเกร็งและประหม่าในการต้องถามตอบกันภายในเวลาที่กำหนดของ Speed Date ออกไป ทำให้ทุกคนสามารถมีเวลาทำความรู้จักกันในด้านอื่นๆ มากขึ้น



