บันเทิง

'ติ๋ม'เลิกทีวีดิจิทัล-ไม่จ่ายค่าประมูล

'ติ๋ม'เลิกทีวีดิจิทัล-ไม่จ่ายค่าประมูล

02 ก.พ. 2559

'ติ๋ม ทีวีพูล' ยันเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิทัล 2 ช่อง 3 ก.พ.นี้ ไม่จ่ายค่าประมูลงวดที่ 2 แน่นอน เตรียมพร้อมยื่นศาลคุ้มครองชั่วคราวทันทีหาก กสทช.ยึดแบงก์การันตี

 
                       หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอแนวทางการดำเนินงานต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เพื่อพิจารณากรณี บริษัทไทยทีวี จำกัด ผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ไทยทีวี และเอ็มวีทีวี แฟมิลี (โลกา) ที่ค้างการชำระเงินประมูลค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวดที่ 2 และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี ซึ่งจะครบกำหนดการพักใช้ใบอนุญาต 90 วัน ในวันที่ 3 ก.พ. 2559 ที่ไทยทีวีต้องนำเงินมาชำระ ในกรณีไม่นำเงินค่าประมูลงวดที่ 2 มาชำระ สำนักงาน กสทช. เสนอให้บอร์ด กสท. ใช้มาตรการทางปกครอง ด้วยการออกคำสั่ง “เพิกถอนใบอนุญาต” ทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง
 
                       กรณีได้รับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ไทยทีวีจะต้องชำระเงินประมูลงวดที่เหลืออยู่ทั้งหมด คือ งวดที่ 2 - 6 พร้อมกันในครั้งเดียว รวมเป็นมูลค่า 1,634 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยสำนักงานจะส่งหนังสือแจ้งไปยังธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้ออกหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ให้กับไทยทีวี มาชำระเงินค่าประมูลงวดที่เหลือทั้งหมดภายใน 30 วัน
 
                       นายสุชาติ ชมกุล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทไทยทีวี จำกัด กล่าวว่า นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการ บริษัทไทยทีวี จำกัด ยืนยัน ขอเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง ตามที่ส่งหนังสือบอกเลิกประกอบกิจการให้ กสทช. ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2558 โดยในวันที่ 3 ก.พ.นี้ เมื่อครบกำหนดพักใช้ใบอนุญาต ไทยทีวีจะไม่นำเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 2 ไปจ่ายให้สำนักงาน กสทช. แน่นอน
 
                       อย่างไรก็ตาม ในวันที่สำนักงาน กสทช. มีคำสั่งเรียกเก็บเงินค่าประมูลจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกัน ในวันเดียวกันนั้นไทยทีวีจะยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองดำเนินการไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเช่นกัน
 
                       ทั้งนี้ ในคราวที่บริษัทไทยทีวี จำกัด ยื่นฟ้องคดี กสทช. ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2558 กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติงานเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดินให้เป็นไปตามแผนแม่บทที่กำหนดไว้ระหว่างปี 2555 - 2558 ทำให้ไทยทีวีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ได้รับความเสียหาย โดยเรียกค่าเสียหาย 713 ล้านบาท
 
                       ปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งในครั้งนั้น ไทยทีวีได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งห้าม กสทช. ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ (แบงก์การันตี) รวม 16 ฉบับ ไว้แล้ว แต่ในช่วงไกล่เกลี่ยคดี กรรมการ กสท. ชี้แจงต่อศาลว่ายังไม่มีคำสั่งเรียกชำระเงินจากแบงก์การันตี ดังนั้น หากสำนักงาน กสทช. ออกคำสั่งเพื่อบังคับเก็บเงินจากแบงก์การันตี ไทยทีวีจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวทันที