
'ปดิวรัดา'นางอันเป็นที่รัก
03 ก.พ. 2559
ปดิวรัดา นางอันเป็นที่รัก : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์
ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้คลั่งไคล้ “พระ-นาง” เป็นการส่วนตัว
แม้ชื่อของ “เจมส์” จิรายุ และ “เบลล่า” ราณี จะอยู่ในใจของคุณผู้ชมครึ่งค่อนประเทศก็ตาม
จนเมื่อทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้ง ในละครโทรทัศน์เรื่อง “ปดิวรัดา” ทำให้ดิฉัน “หลงเสน่ห์” ทั้งสองคนเข้าให้แล้ว
แรกทีเดียว สนใจใคร่รู้เกี่ยวกับชื่อเรื่องก่อน เพราะไม่เพียงเขียนแปลกเท่านั้น ยังออกเสียงยากอีกด้วย
กระทั่งมารู้ความหมาย...
“ปดิวรัดา” แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี ซึ่งบ่งบอกตัวตนของนางเอกในเรื่องเป็นอย่างดี
และมารู้ภายหลังอีกว่า “ปดิวรัดา” เป็นชื่อเรื่องที่ไม่มีปรากฏในเนื้อเรื่องแต่อย่างใด
เริ่มน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ
จากนั้น จึงตั้งตารอดูละคร และก็ไม่ผิดหวัง เพราะนักแสดงทุกคนในเรื่องเล่นได้ดีจริงๆ
พล็อตเรื่องพาเราย้อนอดีตไปไกล ก็คิดดูว่าในยุคนั้นยังมีการคลุมถุงชนกันเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา
พระเอกของเรา เป็นปลัดทางใต้ที่บอบช้ำจากรักแรกจนสาหัส ต้องมาแต่งงานกับนางเอก ผู้กตัญญูที่ปลอมตัวมาเป็นเจ้าสาวเพื่อทดแทนบุญคุณ
ทั้งสองต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ฝ่าฟันปัญหาจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนรักเก่าของพ่อปลัดที่จ้องจะตามเอาของรักคืน และความลับของนางเอกที่ต้องปกปิด ที่สำคัญทั้งคู่มีปัญหาจากหน้าที่อันยิ่งใหญ่ นั่นคือ “หน้าที่” ของคำว่า “สามี-ภรรยา”
เรื่องนี้ นางเอก ไม่ใช่คนอ่อนแอที่ยอมถูกกระทำ หรือพระเอกเอง ก็ใช่ว่าจะเป็นคนหูเบาไม่เอาถ่าน
ตัวละครอย่างแม่ของปลัด ที่แสดงโดย “แหม่ม” จินตหรา ก็เล่นดีมากๆ สมกับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ ดิฉันชอบประโยคที่เธอพูดว่า
“ถึงบางครั้งคนเราไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่บางครั้งความดีเนี่ยมันดีกว่าความรักตอนเริ่มต้นอีกนะ”
ยอมรับว่าบทละครเรื่องนี้คมคาย สนุก น่าติดตามจริงๆ ค่ะ
แต่จะยอมให้ตัวละครโลดแล่นอยู่อย่างเดียวได้ยังไงล่ะคะ ไม่รอช้าดิฉันรีบไปหาหนังสือมาอ่านประกอบด้วย ซึ่งสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊คส์ได้จัดพิมพ์ใหม่ เมื่ือปลายปีที่แล้วนี่เอง แต่เท่านั้นยังไม่พอ ดิฉันยังตามสืบหารายละเอียดส่วนอื่นๆ อีกแน่ะ
และก็น่าทึ่งจริงๆ เพราะผู้เขียนนามว่า “สราญจิต” เป็นครูในแวดวงวรรณกรรมค่ะ ท่านเป็นนักเขียนยอดนิยมในยุคนิตยสารศรีสัปดาห์ ผลงานที่เรารู้จักดีก็เรื่อง “วนาลี” “แสงสูรย์” “ปรารถนาแห่งหัวใจ”ฯลฯ
ท่านจบปริญญาโท ด้านบริหารการศึกษาจากต่างประเทศ และทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นผู้หญิงทันสมัยและหัวก้าวหน้ามากในสมัยนั้น
แต่พอมาอ่านเรื่อง "ปดิวรัดา” จึงแอบแปลกใจว่า ทำไมท่านเขียนหนังสือได้อย่างละเมียดละไมเหลือเกิน ถึงจะเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นนัก (เรื่องนี้เขียนเมื่อ 60 กว่าปีก่อน) แต่แปลก ที่อ่านแล้วรู้สึกอิ่มใจจริงๆ
นอกจากภาษาสวยแล้ว ยังสอดแทรกคำสอน โดยเฉพาะการครองรักครองเรือนได้อย่างแยบยล โดยที่ไม่รู้สึกยัดเยียดแต่อย่างใด
หรือแม้แต่ชื่อเรื่องก็มีความหมาย “ปดิวรัดา” มาจากนามของ “พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏปิยมหาราชปดิวรัดา” ซึ่งทรงเป็นถึงพระอรรคชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
การนำนิยายเรื่องนี้มาสร้างเป็นละคร เชื่อว่าผู้สร้างต้องคิดหนักไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่ทำละครให้ดูสนุกสนานเท่านั้น แต่ควรทำให้สื่อถึงพระเกียรติของพระองค์ผู้ทรงเป็น “ปดิวรัดา” ด้วย
นอกจากมีความสุขกับการอ่านหนังสือแล้ว ในภาคของละครยิ่งสนุก เพราะคนเขียนบทได้ใส่จริตตัวละครไว้อย่างน่าติดตาม ส่วนผู้กำกับ “คุณคิง” สมจริง ศรีสุภาพ ก็ใส่ใจรายละเอียดอย่างน่าชื่นชม อย่างฉากพิธีแต่งงาน ต้องยกนิ้วให้กับการทำการบ้านของเขาเลย
นอกจากความดีงามทั้งหลายทั้งปวงแล้ว ท้ายที่สุด ดิฉันอยากให้ “ปดิวรัดา” มีส่วนทำให้ทุกครอบครัวเชื่อใจ ไว้ใจกัน พร้อมที่จะจับมือกันแก้ปัญหาไปด้วยกันค่ะ
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว บ้านก็จะเป็นบ้าน และเป็นบ้านที่เปี่ยมความรักความอบอุ่นค่ะ



