บันเทิง

‘บุ๊คโกะ’ขำถูกเพจปลอมกุข่าวขับรถชน

‘บุ๊คโกะ’ขำถูกเพจปลอมกุข่าวขับรถชน

02 ก.พ. 2559

“บุ๊คโกะ”มองเป็นเรื่องขำๆถูกเพจปลอมกุข่าวขับรถชนคนตายแต่ห่วงความรู้สึกคนใกล้ตัวที่เป็นห่วงแจงตุ๊กตาลูกเทพเป็นความเชื่อส่วนบุคคลไม่หวังฉวยโอกาสรับงาน

 
 
          เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่พูดถึง เมื่อมีเพจปลอมกุข่าวดีเจชื่อดัง “บุ๊คโกะ” ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล เกิดอุบัติเหตุขับรถชนคนตาย เพราะตุ๊กตาลูกเทพ ทำเอาหลายคนตกใจ จนทราบต่อมาภายหลัง ว่าเป็นเพจปลอม ได้มีโอกาสเจอบุ๊คโกะ ในงาน “อีฟแอนด์บอย แกรนด์โอเพนนิ่ง” สาขา ZPELL ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ถามไถ่ได้ความดังนี้
 
          “จริงๆ บุ๊คโกะไม่ได้รู้เรื่องตั้งแต่ตอนแรก คือวันนั้นบุ๊คโกะถ่ายรายการอยู่ตั้งแต่เช้า เสร็จก็ไม่ได้รับโทรศัพท์ เพราะว่าโทรศัพท์ฝากไว้กับทีมงาน แต่แม่บุ๊คโกะไปต่างจังหวัดแต่เช้า เพื่อนเขาก็ไลน์ส่งรูปไปให้ เขาก็พยายามติดต่อ คือคนโทรมาหาเยอะมาก บุ๊คโกะไม่ได้รับโทรศัพท์เลย เพราะเราไม่ได้รู้เรื่อง จนมีโทรศัพท์มาเยอะมากเป็นร้อยๆ มิสคอลล์ จนทีมงานตกใจว่าทำไมโทรศัพท์มาเยอะจังเลยรับให้บุ๊คโกะ พอรับให้ แม่ก็บอกว่าแม่ตกใจ ยิ่งเราไม่รับโทรศัพท์ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ ทีมงานก็เลยบอกว่าบุ๊คโกะถ่ายรายการอยู่ ประกันชีวิตก็โทรมา เจ้านายก็โทรมา งานอีเวนท์ก็โทรมาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า จนกระทั่งไปเปิดเว็บดูมีการว่าเราไปขับรถชนคนตาย เราก็ตกใจ แต่ถามว่ารู้สึกยังไงก็ขำๆ มากกว่า จริงๆ แล้วตัวบุ๊คโกะเองไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก แต่แค่ว่าเขาเอาไปโยงประเด็นไปมา จนมันน่าตลก และคนใกล้ตัวบุ๊คโกะต่างหากที่จะเป็นห่วงเรา” บุ๊คโกะตอบ
 
          ถามต่อว่าโกรธไหมที่ถูกพาดพิงไปถึงลูกเทพ บุ๊คโกะเผยว่า ณ ตอนนี้ เรารู้สึกเฉยๆ แล้ว อย่างที่บุ๊คโกะบอกตั้งแต่แรกแล้วว่า จริงๆ แล้วมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล
 
          “ถ้ารู้จักบุ๊คโกะตั้งแต่แรก คือ บุ๊คโกะเลี้ยงมานานแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนที่มันจะดังขนาดนี้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้บุ๊คโกะมองเป็นเรื่องตลก แล้วแต่ใครอยากจะโยงอะไรก็แล้วแต่เลย ณ ตอนนี้บุ๊คโกะโฟกัสที่เรื่องงานดีกว่า และบุ๊คโกะไม่รับงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือของที่เกี่ยวกับลูกเทพ เพราะว่ามีมาให้ไทอินตลอด เราเองก็ไม่อยากจะฉวยโอกาสตรงนี้ เพราะอย่างหนึ่งที่สำคัญ คือ เราถูกจับจ้องมากอยู่แล้ว เราเองก็เป็นคนของประชาชน ถ้าเราเอาช่วงนี้ไปขายของ ไปหากิน เราก็จะโดนอีก เพราะฉะนั้นก็เลยบอกผู้จัดการว่า ไม่ว่าจะเป็น 6 หลัก คือเป็นแสน หรือเท่าไหร่ก็แล้วแต่ คือต้องบอกว่าเป็นแสนเลยที่ติดต่อมา เราเองตอนแรกรู้สึกว่าตัวเงินมันสูง เราก็ทำงาน ที่จริงแล้วมันก็เป็นการทำงาน แต่เราตัดสินใจว่า ถ้าเราทำอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตรงนี้ มันเป็นการฉวยโอกาสของเรา เราเองเลือกที่จะไม่รับดีกว่า เพื่อความสบายใจของตัวเราเอง เพื่อครอบครัวและคนที่รู้จักเราด้วย” ดีเจชื่อดังกล่าวทิ้งท้าย