บันเทิง

รวมพลังขับเคลื่อนแม่สอด จ.ตาก

รวมพลังขับเคลื่อนแม่สอด จ.ตาก

01 ก.พ. 2559

รวมพลังขับเคลื่อนแม่สอด จ.ตาก เมืองประวัติศาสตร์อารยสถาปัตย์แห่งแรกของไทย : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล

 
          จากผลพวงของการโบกธงคิกออฟเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ (Friendly Design Model City) และการลงนามเอ็มโอยู หรือข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 20 องค์กรและหน่วยงาน เพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนา อ.แม่สอด จ.ตาก เมืองท่องเที่ยว และเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็น “เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แห่งแรกของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสความตื่นตัวในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งใน จ.ตาก และจังหวัดอื่นๆ ทั่วเมืองไทย เกี่ยวกับการจัดทำสภาพแวดล้อมใหม่และการปรับปรุงสถานที่ต่างๆ ให้เป็นอารยสถาปัตย์พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัยและการเข้าถึงสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก ปลอดภัย ของคนทุกเพศทุกวัยและทุกสภาพร่างกาย
 
          พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ประธานในพิธีโบกธงคิกออฟ และการลงนามเอ็มโอยู เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวอย่างมั่นใจว่า ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทยจะมีการสร้างทำอารยสถาปัตย์มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้คนทุกคนทุกวัย สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ได้โดยสะดวก ปลอดภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบนโยบายและกำชับให้ทุกหน่วยราชการต้องทำอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ตำรวจ-ทหารผ่านศึก จะต้องสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานต่างๆ ของรัฐได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม
 
          “ในปี 2559 เรามีเป้าหมาย 10 จังหวัดนำร่องที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอารยสถาปัตย์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ มาจับจ่ายใช้สอย มาเที่ยวได้ สะดวก ปลอดภัย เช่น ขอนแก่น นครพนม พิษณุโลก เชียงใหม่ กระบี่ เป็นต้น และจะขยายพื้นที่ไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้มาร่วมกันด้วย เช่น ปั๊ม ปตท. ที่เป็นแบบอย่างในการทำอารยสถาปัตย์ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกัน สามารถรองรับการใช้งานของคนสูงอายุและคนพิการได้” รัฐมนตรีอดุลย์ กล่าวถึงโรดแม็พเมืองอารยสถาปัตย์ สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย ทั่วไทย ในปีนี้
 
          ด้าน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ คุณไมตรี อินทุสุต ซึ่งได้ลงนาม เอ็มโอยู ร่วมขับเคลื่อนเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ที่ อ.แม่สอด ในครั้งนี้ด้วย ได้กล่าวบนเวทีประวัติศาสตร์ในวันนั้นว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทย เป็นอารยสถาปัตย์ที่ได้ปักหลักลงที่สุดประจิมที่ริมเมย โดยกระทรวง พม. จะขยายผลกิจกรรมนี้ไปในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ วันนี้ได้มาเห็นอารยสถาปัตย์ ได้เห็นความศิวิไลซ์ในยุคสมัยของเรา ที่เราประทับใจ ชื่นใจ และซึ้งในน้ำใจของทุกภาคส่วนที่มาร่วมมือกันพัฒนาแม่สอด จ.ตาก ให้เป็นเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์แห่งแรกของไทย ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวง พม. ให้แนวทางว่า เราจะเดินหน้าขับเคลื่อนเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ให้ได้ 10 จังหวัดภายในปีนี้ และจะขยายต่อเนื่องไป โดยจะผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายสำคัญของชาติ ในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และส่งเสริมการเข้าถึงใช้ประโยชน์ได้ในบริการพื้นฐานต่างๆ ของรัฐทุกรูปแบบของคนทุกกลุ่มให้ได้เป็นผลสำเร็จ
 
          ส่วน พ่อเมืองตากยุคเออีซี คุณสมชัยฐ์ หทยตันย์ติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวอย่างหนักแน่นว่า การโบกธงคิกออฟ และการลงนามเอ็มโอยูเมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ในครั้งนี้ จะเป็นการปลุกกระแสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีความตื่นตัวในการสร้างทำอารยสถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน สำนักงาน แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร วัด ศาสนสถาน อุทยานแห่งชาติ ฯลฯ ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันทำอารยสถาปัตย์เพื่อรองรับการมาใช้บริการของกลุ่มคนพิเศษ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้พักฟื้นสุขภาพ ให้ได้อย่างต่อเนื่อง
 
          “เราต้องให้โอกาส ให้ความเป็นธรรม ให้เขาเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของรัฐได้ทั้งหมด ซึ่งกิจกรรมคิกออฟเมืองอารยสถาปัตย์ในวันนี้ จะก่อให้เกิดประกายขยายพื้นที่ไปทั้ง 9 อำเภอใน จ.ตาก นอกเหนือจากที่เมืองตาก และอ.แม่สอด เราจะต้องร่วมกันให้โอกาสแก่ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ หรือคนพิการ คือต้องช่วยกันทำอารยสถาปัตย์ เพื่อให้เขาสามารถเข้าถึงสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก ปลอดภัย วันนี้ จ.ตาก มีธรรมชาติ มีภูเขา มีน้ำตก มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นเมือง 4 มหาราช และล่าสุดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อม จ.เมียวดี ประเทศพม่า เราจึงต้องมีอารยสถาปัตย์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึง มาใช้บริการต่างๆ ได้ เราจะขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ไปในทุกพื้นที่ ทุกส่วนราชการ และภาคเอกชนใน จ.ตาก” ผู้ว่าฯ สมชัยฐ์ กล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากชาวบ้านที่มาร่วมงานประวัติศาสตร์คิกออฟอารายสถาปัตย์ในครั้งนี้
 
          ขณะที่ ตัวแทนภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปตท.ตั้งเป้าหมายที่จะให้สถานีบริการน้ำมันของ ปตท.เป็นอารยสถาปัตย์ที่ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถเข้าถึงได้ ให้ได้ 100 ปั๊มภายในปีนี้ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัด ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งปัจจุบัน ปตท.มีปั๊มที่เป็นอารยสถาปัตย์เต็มพื้นที่แล้วจำนวน 30 แห่ง กำลังจะขยายให้ได้ 100 แห่ง ภายในปีนี้และจะขยายต่อไปเรื่อยๆ โดยปั๊มที่เราจะสร้างใหม่ทุกปั๊มจะต้องมีการออกแบบที่เป็นอารยสถาปัตย์ตั้งแต่เริ่มต้น อย่างเช่นร้านกาแฟอเมซอนภายในปั๊ม ปตท. แต่ก่อนจะมีแต่บันได ยังไม่มีทางลาด ซึ่งทำให้คนที่ใช้รถเข็นไม่สามารถขึ้นไปนั่งกินกาแฟ หรือนั่งชมบรรยากาศด้านบนได้ เราจึงปรับปรุงการออกแบบใหม่ให้เป็นอารยสถาปัตย์ มีทางลาดที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วทุกจุด
 
          เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญยิ่งใหญ่ของคนไทยทุกภาคส่วน เพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์สำหรับคนทั้งมวล เริ่ม ณ จุดแรก รับประชาคมอาเซียน ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด จ.ตาก เมืองประวัติศาสตร์อารยสถาปัตย์แห่งแรกของไทยครับ
.....จบ.....